.
คำพูดเดือดของทรัมป์ต่อโอมานทำให้ “สวิตเซอร์แลนด์แห่งตะวันออกกลาง” กลับมาเป็นจุดสนใจอีกครั้ง
30-5-2026
โดนัลด์ ทรัมป์ข่มขู่จะบอมบ์โอมาน ซึ่งเป็นพันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐฯ ได้ทำให้ประเทศที่ได้รับฉายาว่า “สวิตเซอร์แลนด์แห่งตะวันออกกลาง” กลายเป็นจุดสนใจทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างชัดเจน
โอมานตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรอาหรับ และเผชิญหน้ากับอิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง โดยที่ผ่านมา โอมานทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำคัญในวิกฤตต่าง ๆ ของภูมิภาค รวมถึงสงครามที่นำโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน
รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯสก็อต เบสเสนท์เตือนเมื่อวันพฤหัสบดีว่า สหรัฐฯ จะใช้มาตรการคว่ำบาตร “อย่างแข็งกร้าว” ต่อโอมาน หากช่วยอิหร่านจัดตั้งระบบเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก
“โอมานควรตระหนักเป็นพิเศษว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ในการอำนวยความสะดวกให้กับการเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบ และพันธมิตรใดก็ตามที่ร่วมมือจะถูกลงโทษ” เบสเซนต์โพสต์ผ่าน X เขายังกล่าวว่า “ทุกประเทศควรปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงต่อความพยายามใด ๆ ของอิหร่านในการขัดขวางเสรีภาพของการค้าโลก”
คำกล่าวดังกล่าวเกิดขึ้นไม่ถึง 24 ชั่วโมง หลังจากทรัมป์ดูเหมือนจะข่มขู่ใช้กำลังทหารต่อพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซียรายนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับแนวคิดที่โอมานและอิหร่านจะร่วมกันกำกับดูแลการค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์ตอบว่า:
“โอมานจะต้องทำตัวเหมือนประเทศอื่น ๆ ไม่อย่างนั้นเราก็อาจต้องถล่มพวกเขา พวกเขาเข้าใจเรื่องนั้นดี ทุกอย่างจะเรียบร้อย”
สัญญาณว่าพร้อมบริหารช่องแคบฮอร์มุซร่วมกับโอมาน แม้มัสกัตจะยังไม่เคยประกาศว่าต้องการควบคุมเส้นทางยุทธศาสตร์ดังกล่าว นักวิเคราะห์ด้านภูมิรัฐศาสตร์มองว่า การที่สหรัฐฯ ข่มขู่โอมาน ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง ถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีที่ผิดปกติอย่างมาก
Brian Katulis นักวิจัยอาวุโสแห่ง Middle East Institute ในวอชิงตัน กล่าวว่า โอมานมีบทบาทสำคัญในช่องแคบฮอร์มุซเพราะภูมิศาสตร์ โดยมีดินแดนอยู่ฝั่งตะวันตกของช่องแคบ และประเทศนี้ยึดนโยบายสนับสนุนการไหลเวียนอย่างเสรีของน้ำมันและสินค้าอื่น ๆ มาโดยตลอด เขากล่าวว่า: “โอมานมองตัวเองเป็น ‘สวิตเซอร์แลนด์แห่งตะวันออกกลาง’ — เป็นคนกลางที่พูดคุยได้กับทุกฝ่าย และพยายามรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกประเทศ”
คาทูลิสยังกล่าวว่า: “คำขู่ของทรัมป์ต่อโอมานสะท้อนถึงความหงุดหงิดและความสิ้นหวังจากการที่เขาไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ตามที่ต้องการในอิหร่านได้” “นี่เป็นอีกตัวอย่างของการทูตแบบสร้างภาพและใช้อำนาจผ่านการยั่วยุ ซึ่งน่าจะเป็นเพียงคำพูดมากกว่าจะนำไปสู่อะไรจริงจัง”
ด้าน Mehran Haghirian ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Bourse & Bazaar Foundation กล่าวว่า นี่เป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ ขู่จะโจมตีประเทศสมาชิก GCC เขากล่าวผ่านโซเชียลมีเดียว่า: “เรื่องนี้เกิดขึ้นจากคำถามเกี่ยวกับรายงานล่าสุดที่ว่าอิหร่านและโอมานกำลังหารือกลไกใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งไม่ใช่ระบบเก็บค่าผ่านทาง แต่เป็นการ ‘ควบคุมร่วม’”
“และการควบคุมนั้น อิหร่านกับโอมานจะมีต่อไปตลอดกาล เพราะภูมิศาสตร์กำหนดไว้แล้ว” เขาเสริมว่า: “สิ่งที่ทรัมป์พูดอาจไม่ได้ตั้งใจ แต่สะท้อนความไม่พอใจต่อรัฐมนตรีต่างประเทศโอมานจากบทบาทไกล่เกลี่ยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์”
“อย่างไรก็ตาม GCC จำเป็นต้องออกแถลงการณ์ประณามคำพูดของทรัมป์”
ด้าน Chris Murphy วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตจากรัฐคอนเนตทิคัต วิจารณ์คำพูดของทรัมป์อย่างรุนแรงว่า: “การขู่ว่าจะ ‘ถล่ม’ โอมาน ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ และตัวกลางสำคัญในการเจรจากับอิหร่าน เป็นอีกสัญญาณว่าความขัดแย้งครั้งนี้กำลังหลุดการควบคุม พวกเขากำลังอยู่ในโหมดตื่นตระหนกตลอดเวลา และทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
ในขณะเดียวกัน Reuters รายงานเมื่อวันพฤหัสบดี โดยอ้างแหล่งข่าววงในว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงเพื่อขยายเวลาหยุดยิงและยกเลิกข้อจำกัดด้านการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้ทรัมป์จะยังไม่ได้อนุมัติข้อตกลงดังกล่าว และสื่อทางการอิหร่านระบุว่ายังไม่เสร็จสมบูรณ์ก็ตาม
ที่มา CNBC