.
"ปูติน" ปฏิเสธข้อเสนอเจรจาสันติภาพของ เซเลนสกี ปธน. ยูเครน 'สั่งกองทัพ-ทหารเดินหน้าปฏิบัติการต่อ'
6-6-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) แห่งรัสเซีย ปฏิเสธคำเชิญของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy) ผู้นำยูเครน ให้พบกันเพื่อเปิดเจรจายุติสงคราม โดยระบุว่า “ไม่เห็นความจำเป็น” ในการนัดเจรจาแบบตัวต่อตัวในเวลานี้
ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) แห่งรัสเซีย (Russia) ประกาศปฏิเสธข้อเสนอของ ประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy) แห่งยูเครน (Ukraine) ที่เรียกร้องให้มีการเปิดการเจรจาโดยตรงเพื่อยุติสงคราม โดยปูตินย้ำกลางเวทีประชุมเต็มคณะของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก อินเตอร์เนชันแนล อีโคโนมิก ฟอรัม (St. Petersburg International Economic Forum - SPIEF) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า "ไม่เห็นประโยชน์" ใดๆ จากการพบปะดังกล่าว พร้อมส่งสัญญาณให้กองทัพรัสเซียปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
การปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงของผู้นำรัสเซียเกิดขึ้นหลังจาก ประธานาธิบดี เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy) ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อท้าทายให้ปูตินมาร่วมเจรจาสันติภาพโดยตรง พร้อมเสนอให้มี "การหยุดยิงอย่างเต็มรูปแบบตลอดระยะเวลาของการเจรจา" โดยเสนอชื่อประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) ตุรกี (Turkey) และกลุ่มประเทศอาหรับ เป็นสถานที่จัดการประชุม อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี ปูติน (Vladimir Putin) ระบุว่าเขาได้อ่านผ่านๆ หลังจาก ดมิทรี เพสคอฟ (Dmitry Peskov) โฆษกทำเนียบเครมลินนำมาให้ดู และได้วิพากษ์วิจารณ์ว่าจดหมายดังกล่าวใช้สำนวนภาษาที่ "หยาบคาย" ซึ่งไม่ใช่การสร้างเงื่อนไขเพื่อนำไปสู่การพบปะ แต่เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้การเจรจาเป็นไปไม่ได้มากกว่า
ท่าทีดังกล่าวส่งผลให้ผู้นำของสหราชอาณาจักร (UK) ฝรั่งเศส (France) และเยอรมนี (Germany) วางแผนที่จะพบกับ ประธานาธิบดี เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy) ในช่วงค่ำวันอาทิตย์นี้ ณ สหราชอาณาจักร เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางในการดึงรัสเซียเข้าสู่โต๊ะเจรจาในอนาคต แม้ว่าปูตินจะแสดงความไม่พอใจต่อการเข้ามาแทรกแซงของผู้นำยุโรป โดยระบุว่าสหภาพยุโรป (EU) ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นคนกลางที่มีความชอบธรรมได้เนื่องจากไม่ได้มีความเป็นกลาง และกำลังให้ความช่วยเหลือโดยตรงแก่ยูเครนที่เป็นคู่ขัดแย้ง พร้อมชี้ว่ายุโรปควรไปโน้มน้าวให้รัฐบาลเคียฟ (Kyiv) ยอมรับข้อตกลงสันติภาพที่รัสเซียเคยตกลงไว้กับ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งสหรัฐฯ (US) ในการประชุมสุดยอดที่รัฐอลาสกา (Alaska) เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ด้านประธานาธิบดี ทรัมป์ (Donald Trump) ได้แสดงท่าทีขานรับความคิดริเริ่มของยูเครน โดยระบุต่อสื่อมวลชนที่ห้องทำงานรูปไข่ว่า "เป็นเรื่องดีหากทั้งสองฝ่ายจะพบและเจรจากันให้สำเร็จ"
ทั้งนี้ รัสเซียยังคงยืนยันปฏิเสธข้อเรียกร้องเรื่องการหยุดยิงในระหว่างการเจรจา เนื่องจากมองว่าจะเป็นโอกาสให้ยูเครนกลับมาสะสมอาวุธและสร้างแนวป้องกันให้แข็งแกร่งขึ้น โดยปูตินย้ำว่าพร้อมจะพบกับเซเลนสกีก็ต่อเมื่อเป็นการลงนามในข้อตกลงสันติภาพขั้นสุดท้าย ไม่ใช่การเจรจาในรายละเอียด ซึ่งสอดคล้องกับข้อเรียกร้องของรัสเซียที่ต้องการให้ยูเครนยอมจำนนและส่งมอบพื้นที่แถบดอนบาส (Donbas) ทางตะวันออก รวมถึงดินแดนในภูมิภาคโดเนตสก์ (Donetsk) ที่กองทัพรัสเซียยังไม่สามารถยึดครองได้ทั้งหมดนับตั้งแต่ปี 2014 ในขณะที่ยูเครนได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องดังกล่าวและเสนอให้หยุดยิงตามแนวรบปัจจุบัน
สถานการณ์ดังกล่าวยังเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันทางทหารที่เพิ่มสูงขึ้น โดยกองทัพยูเครนประสบความสำเร็จในการส่งโดรนโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันเพื่อตัดรายได้ของเครมลินในช่วงที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ล่าสุดในวันเปิดงานประชุม SPIEF เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดรนของยูเครนได้โจมตีคลังน้ำมันเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (Petersburg Oil Terminal) และฐานทัพเรือครอนสตัดท์ (Kronstadt) ในเมืองบ้านเกิดของปูติน จนเกิดกลุ่มควันดำลอยเหนือพื้นที่จัดงาน เหตุการณ์ความมั่นคงเหล่านี้ยังสอดคล้องกับการที่รัสเซียต้องจัดงานสวนสนามวันชัยชนะ (Victory Day) เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ จัตุรัสแดงในกรุงมอสโก (Moscow) โดยไม่มีการนำยุทโธปกรณ์หนักมาร่วมแสดงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2007 เนื่องจากความกังวลเรื่องการโจมตีด้วยโดรน ซึ่งประธานาธิบดี เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy) ได้ระบุทิ้งท้ายในจดหมายเปิดผนึกว่า หากปูตินไม่ยอมรับว่าถึงเวลาที่ต้องยุติสงคราม ยูเครนก็พร้อมจะต่อสู้ต่อไปเพื่อความอยู่รอดของประเทศ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-06-05/putin-rejects-zelenskyy-call-for-peace-talks-tells-army-to-work?srnd=phx-politics