.
สหรัฐฯ ไฟเขียวขายระบบต่อต้านโดรน c-UAS ให้คูเวต เกือบ $2,000 ล้าน หลังถูกโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน
10-6-2026
สำนักข่าว Defense News รายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Department of State) ได้ทำการอนุมัติความเป็นไปได้ในการซื้อขายระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (Counter-unmanned aerial systems) มูลค่าเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ประเทศคูเวต (Kuwait)
รายงานแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเปิดเผยว่า รัฐบาลคูเวตได้ยื่นความจำนงในการขอจัดซื้อแพลตฟอร์มต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ หรือ C-UAS (Counter-unmanned aerial systems) ซึ่งผลิตและสร้างขึ้นโดยบริษัท Anduril โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถของประเทศในการรับมือและต่อต้านภัยคุกคามที่มีอยู่ในปัจจุบันรวมถึงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งการยื่นขอจัดซื้อในครั้งนี้เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์โจมตีโดยประเทศอิหร่าน (Iran) ต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของคูเวตในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
"ข้อเสนอซื้อขายในครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนนโยบายต่างประเทศและวัตถุประสงค์ด้านความมั่นคงแห่งชาติของประเทศสหรัฐฯ (US) ผ่านการยกระดับความมั่นคงปลอดภัยของพันธมิตรหลักนอกกลุ่มนาโต (Major non-NATO ally) ซึ่งถือเป็นกองกำลังที่มีความสำคัญต่อเสถียรภาพทางการเมืองและความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออกกลาง (Middle East)" ข้อความส่วนหนึ่งจากแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุ
การอนุมัติข้อตกลงในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังจากที่ประเทศอิหร่านได้เปิดฉากส่งโดรนและขีปนาวุธเข้าโจมตีเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อท่าอากาศยานนานาชาติคูเวต (Kuwait International Airport) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมากกว่า 60 คน
หลังจากนั้นในอีก 3 วันต่อมา กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน หรือ IRGC (Iran’s Revolutionary Guard Corps) ได้แถลงยอมรับว่า พวกเขาได้กำหนดเป้าหมายโจมตีไปที่ฐานทัพของสหรัฐฯ ในประเทศคูเวตและประเทศบาห์เรน (Bahrain) เพื่อเป็นการตอบโต้ต่อการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ โดยรายงานจากกองทัพคูเวต (Kuwait's army) ยืนยันว่า เหตุการณ์โจมตีเมื่อวันเสาร์ดังกล่าวไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทว่าได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและวัตถุอุปกรณ์ในพื้นที่บางส่วน
ที่ผ่านมา กลุ่มประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซีย (Gulf nations) ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีมาโดยตลอดในระหว่างช่วงเวลาของการประกาศข้อตกลงหยุดยิง และในระหว่างกระบวนการเจรจาระหว่างประเทศสหรัฐฯ และประเทศอิหร่าน เพื่อมุ่งยุติสภาวะสงครามและเปิดเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) อีกครั้ง สถานการณ์ความตึงเครียดเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดและความอัดอั้นตันใจท่ามกลางกลุ่มประเทศในภูมิภาค ตลอดจนความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในการแสวงหาขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศเพิ่มเติม ดังเช่นการบรรลุข้อตกลงซื้อขายอาวุธในดีลครั้งนี้
"ข้อเสนอซื้อขายอุปกรณ์ทางทหารรวมถึงการสนับสนุนในครั้งนี้ จะไม่เข้าไปเปลี่ยนแปลงหรือส่งผลกระทบต่อดุลยภาพทางทหารขั้นพื้นฐานในภูมิภาคแต่ประเด็นใด" รายงานแถลงการณ์ระบุเสริม
สำหรับรายละเอียดของข้อตกลงซื้อขายที่มีมูลค่าประเมินอยู่ที่ 1.98 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในครั้งนี้ จะประกอบด้วย "อุปกรณ์ป้องกันประเทศที่ไม่ใช่อาวุธหลัก" (Non-major defense equipment) อาทิ ระบบควบคุมและสั่งการตาข่ายสัญญาณ (Lattice command and control), โครงการฝึกอบรมบุคลากรทางการทหาร ตลอดจนการพัฒนาซอฟต์แวร์เฉพาะทาง นอกจากนี้ ดีลดังกล่าจะทำหน้าที่จัดส่งระบบและขีดความสามารถในการทำลายล้าง (Defeat capabilities) ทั้งในมิติทางอิเล็กทรอนิกส์และมิติทางจลนศาสตร์ (Electronic and kinetic) ให้แก่คูเวต เพื่อนำไปใช้ในการต่อสู้และทำลายล้างระบบอากาศยานไร้คนขับภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.defensenews.com/industry/techwatch/2026/06/08/us-approves-kuwait-request-to-buy-nearly-2-billion-of-counter-drone-platforms/