Lockheed Martin เปิดตัวขีปนาวุธ Patriot รุ่นใหม่
Lockheed Martin เปิดตัวขีปนาวุธ Patriot รุ่นใหม่ ราคาถูกกว่าครึ่ง รับดีมานด์ระบบป้องกันภัยทางอากาศพุ่ง จากสงครามยูเครน–อิหร่าน
21-7-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า บริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) ได้ประกาศเปิดตัวระบบขีปนาวุธสกัดกั้นเพทริออต (Patriot) รุ่นที่มีต้นทุนต่ำลง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการระบบป้องกันภัยทางอากาศทั่วโลกที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง
ผู้ผลิตอาวุธสัญชาติอเมริกันเปิดเผยว่า ขีปนาวุธรุ่นใหม่ดังกล่าวจะมีต้นทุนต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของขีปนาวุธรุ่นปัจจุบันที่มีราคาสูงถึงประมาณ 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อลูก
ทั้งนี้ บริษัท Lockheed Martin ได้ทำการประกาศเปิดตัวระบบขีปนาวุธสกัดกั้น Patriot รุ่นที่มีต้นทุนต่ำลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ในขณะที่กองทัพของประเทศต่างๆ กำลังมองหาวิธีการที่ประหยัดกว่าในการต่อต้านและทำลายล้างภัยคุกคามจากโดรน (Drone) และขีปนาวุธ ท่ามกลางสถานการณ์ที่บรรดาผู้ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์แบบดั้งเดิมกำลังเผชิญกับการแข่งขันอย่างหนักจากกลุ่มบริษัทสตาร์ทอัป (Start-ups) ที่มุ่งมั่นพัฒนาอาวุธต้นทุนต่ำที่สามารถผลิตได้ในปริมาณมหาศาล
ทาง Lockheed Martin ระบุว่า ขีปนาวุธรุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า PAC-3 Adapted Capability Effector หรือ PAC-3 ACE จะมีต้นทุนต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของขีปนาวุธสกัดกั้นรุ่น PAC-3 MSE ซึ่งปัจจุบันมีราคาสูงถึงประมาณ 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อลูก อ้างอิงตามรายงานระบุข้อมูลจากเอกสารงบประมาณของกองทัพบกสหรัฐฯ (US Army)
กระบวนการผลิตในระยะแรกคาดว่าจะสามารถเริ่มต้นขึ้นได้ภายในระยะเวลา 36 เดือน โดยทางบริษัทวางแผนที่จะพัฒนาและผลิตอาวุธชนิดนี้ร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของทั้งสหรัฐฯ (US) และทวีปยุโรป (Europe)
“นักรบของอเมริกาและประเทศพันธมิตรจำเป็นต้องมีโซลูชันที่ผ่านการพิสูจน์แล้วในสมรภูมิรบจริง และมีความคุ้มค่าในแง่ของงบประมาณ” ทิม เคฮิลล์ (Tim Cahill) ประธานฝ่ายขีปนาวุธและระบบควบคุมการยิงของ Lockheed Martin กล่าวในแถลงการณ์ระหว่างการจัดแสดงนิทรรศการการบินนานาชาติ ฟาร์นโบโรห์ แอร์โชว์ (Farnborough Airshow) ในประเทศอังกฤษ (UK)
สถานที่ในการประกาศเปิดตัวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของบรรดาบริษัทผู้ผลิตอาวุธของสหรัฐฯ ในการเจาะตลาดและใช้ประโยชน์จากกระแสการตื่นตัวและเร่งเสริมสร้างกำลังรบครั้งใหญ่ของทวีปยุโรป ซึ่งถูกกระตุ้นโดยสงครามของประเทศรัสเซีย (Russia) ในประเทศยูเครน (Ukraine) ขณะเดียวกัน รัฐบาลของประเทศต่างๆ ในยุโรปก็กำลังพยายามลดการพึ่งพากลุ่มผู้จัดหาอาวุธจากสหรัฐฯ และหันมาขยายกำลังการผลิตด้านการป้องกันประเทศภายในท้องถิ่นของตนเองด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ เครื่องบินรบ F-16 ของกองทัพอากาศยูเครนที่บินเหนือน่านฟ้าซึ่งมีระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธ Patriot ประจำการอยู่เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2024 ตามภาพถ่ายของสำนักข่าวเอพี (AP) ได้ตอกย้ำให้เห็นว่าระบบ Patriot ได้กลายเป็นหนึ่งในอาวุธป้องกันภัยทางอากาศที่โลกมีความต้องการสูงที่สุด นับตั้งแต่การบุกรุกเต็มรูปแบบของรัสเซียในปี 2022
รัฐบาลกรุงเคียฟ (Kyiv) ระบุว่า กองร้อยขีปนาวุธ Patriot มีบทบาทสำคัญในการช่วยปกป้องเมืองต่างๆ จากการโจมตีด้วยขีปนาวุธทิ้งตัว (Ballistic missile) ของรัสเซีย ขณะที่ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelensky) ได้เรียกร้องขอแท่นยิงและขีปนาวุธสกัดกั้นเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์ที่รัฐบาลมอสโก (Moscow) ได้ยกระดับการโจมตีทางอากาศให้รุนแรงขึ้น
นอกจากนี้ ปริมาณความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นยังถูกขับเคลื่อนจากการเปิดฉากโจมตีโต้ตอบด้วยขีปนาวุธระหว่างประเทศอิหร่าน (Iran) ประเทศสหรัฐฯ (US) และประเทศอิสราเอล (Israel) รวมถึงสถานการณ์ความไม่มั่นคงในวงกว้างบริเวณภูมิภาคอ่าวอาหรับ ซึ่งส่งผลให้ปริมาณสำรองของอาวุธป้องกันภัยทางอากาศขั้นสูงเริ่มตึงตัว และเผยให้เห็นถึงปัญหาคอขวดในกระบวนการผลิตทั่วทั้งอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของชาติตะวันตก
บริษัท โบอิ้ง (Boeing) ได้ปรับเพิ่มกำลังการผลิตอุปกรณ์ค้นหาเป้าหมาย (Seekers) สำหรับระบบ PAC-3 ขึ้นร้อยละ 30 ในปีที่ผ่านมา และมีแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันนี้ในปีปัจจุบัน เพื่อตอบสนองต่อความพยายามของสหรัฐฯ ในการเติมเต็มคลังแสงขีปนาวุธสกัดกั้นป้องกันภัยทางอากาศที่สำคัญยิ่งนี้
สตีฟ พาร์กเกอร์ (Steve Parker) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายป้องกันประเทศของ Boeing เปิดเผยว่า ทางบริษัทสามารถผลิตอุปกรณ์ค้นหาเป้าหมายได้จำนวน 650 ชุดในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวเลขที่สอดคล้องกับจำนวนขีปนาวุธที่บริษัท Lockheed Martin มีกำหนดจะผลิตขึ้นในปี 2026 ขณะเดียวกัน Boeing ตั้งเป้าที่จะผลิตอุปกรณ์ค้นหาเป้าหมายดังกล่าวให้ได้จำนวน 850 ชุดในปีนี้
ขีปนาวุธสกัดกั้นจำนวนหลายพันลูกถูกยิงโดยสหรัฐฯ และกลุ่มพันธมิตรในระหว่างสงครามอิหร่าน ขณะที่รัฐบาลเตหะราน (Tehran) ได้เปิดฉากยิงโจมตีด้วยขีปนาวุธทิ้งตัวไปทั่วภูมิภาค ส่งผลให้มีการลงนามในข้อตกลงกรอบความร่วมมือหลายฉบับในปีนี้ เพื่อผลักดันให้กำลังการผลิตพุ่งสูงขึ้นไปแตะระดับ 2,000 ลูกต่อปีภายในปี 2030
“นี่คือสิ่งที่ประเทศชาติคาดหวังให้เราดำเนินการ” สตีฟ พาร์กเกอร์ (Steve Parker) กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาในระหว่างการบรรยายสรุปก่อนหน้าการจัดงานแสดงการบิน “พวกเราอยู่ในสถานะที่พร้อมรบเป็นอย่างดีและกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับกลุ่มลูกค้าของเรา”
การเปิดตัวขีปนาวุธสกัดกั้นที่มีราคาถูกลงโดยบริษัท Lockheed Martin ในครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันว่าบรรดาบริษัทผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่แบบดั้งเดิมกำลังตอบสนองต่อการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากกลุ่มบริษัทสตาร์ทอัป (Start-ups) ที่ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากกลุ่มทุนซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) ซึ่งพยายามเสนอการส่งมอบอาวุธที่รวดเร็วกว่า มีปริมาณที่มากกว่า และมีต้นทุนที่ถูกกว่าระบบอาวุธแบบเดิมเพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้น
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/world/united-states-canada/article/3361177/lockheed-martin-launches-cheaper-patriot-missile-air-defence-demand-surges?module=top_story&pgtype=section