.
สหรัฐฯ ย้ำคำมั่นปกป้องญี่ปุ่น ภายใต้ขีดความสามารถทางทหารทุกมิติ “รวมถึงนิวเคลียร์” ในเวทีหารือความมั่นคงร่วมที่โตเกียว
11-6-2026
The U.S. Department of State's Asia Pacific Media Hub รายงานว่า สหรัฐอเมริกา (US) และญี่ปุ่น (Japan) ได้ร่วมกันจัดการประชุมหารือกรอบความร่วมมือด้านการป้องปรามขยายขอบเขตระหว่างสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น (U.S.-Japan Extended Deterrence Dialogue: EDD) ขึ้น ณ กระทรวงการต่างประเทศ ในกรุงโตเกียว (Tokyo) ระหว่างวันที่ 8-9 มิถุนายน 2026 โดยมีญี่ปุ่นทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพในการต้อนรับคณะผู้แทนจากสหรัฐฯ เพื่อร่วมกำหนดแนวทางยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่สำคัญยิ่งต่อดุลอำนาจในภูมิภาค
ในการประชุมทวิภาคีครั้งนี้ ฝ่ายสหรัฐฯ มีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (Department of State) และกระทรวงสงครามสหรัฐฯ (Department of War) ทำหน้าที่เป็นประธานร่วม ขณะที่ฝ่ายญี่ปุ่นมีกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมร่วมเป็นประธานการประชุม โดยคณะผู้แทนของทั้งสองประเทศยังประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากฝ่ายเสนาธิการร่วมญี่ปุ่น (Japan Joint Staff) คณะเสนาธิการร่วมสหรัฐฯ (U.S. Joint Staff) กองบัญชาการยุทธศาสตร์สหรัฐฯ (U.S. Strategic Command) กองบัญชาการอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ (U.S. Indo-Pacific Command) และกองกำลังสหรัฐฯ ประจำญี่ปุ่น (U.S. Forces Japan) เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ภายหลังการเสร็จสิ้นการหารือ ทั้งสองฝ่ายได้ออกแถลงการณ์ร่วมอย่างเป็นทางการ โดยสหรัฐฯ ยืนยันพันธกรณีอันแน่วแน่ในการป้องกันประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง พร้อมระบุถึงความพร้อมในการใช้ขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศของสหรัฐฯ ในทุกรูปแบบที่มีอยู่อย่างเต็มพิกัด ซึ่งรวมถึงศักยภาพด้านอาวุธนิวเคลียร์เพื่อปกป้องญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน ฝ่ายญี่ปุ่นได้เน้นย้ำและยืนยันการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งต่อกองกำลังรวมถึงปฏิบัติการต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ที่มุ่งรักษาสันติภาพ ซึ่งการสนับสนุนในส่วนนี้จะมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างแนวคิด “การป้องปรามโดยการปฏิเสธ” (Deterrence by Denial) ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ คณะผู้แทนของทั้งสองประเทศยังได้ร่วมหารือเกี่ยวกับความพยายามของสหรัฐฯ ในการปรับปรุงและพัฒนากองกำลังนิวเคลียร์ให้มีความทันสมัยและสอดรับกับภูมิทัศน์ด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนร่วมกันพิจารณานโยบายและขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศของญี่ปุ่น ท่ามกลางสถานการณ์ภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ในภูมิภาคที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในโอกาสนี้ ฝ่ายญี่ปุ่นได้รายงานข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดทำยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Strategy) ยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ (National Defense Strategy) และแผนงานการสร้างเสริมขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ (Defense Buildup Program) ซึ่งอยู่ในกระบวนการบูรณาการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
คณะผู้แทนของทั้งสองฝ่ายให้คำมั่นสัญญาที่จะเดินหน้าการหารือในประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างประสานงานระดับทวิภาคี เพิ่มพูนขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกัน (Interoperability) รวมถึงสร้างความสอดคล้องอันเป็นเอกภาพด้านการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Messaging) ยิ่งไปกว่านั้น ญี่ปุ่นได้สนับสนุนอย่างแข็งขันให้สหรัฐฯ ผลักดันกระบวนการเจรจาพหุภาคีว่าด้วยเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นกลไกในการหลีกเลี่ยงการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ แก้ไขข้อกังวลเกี่ยวกับการทดสอบนิวเคลียร์ ลดความเสี่ยงด้านนิวเคลียร์ และยกระดับความโปร่งใส ผ่านกรอบการเจรจาควบคุมอาวุธร่วมกับประเทศจีน (China) และประเทศรัสเซีย (Russia)
ในมิติของภัยคุกคามภูมิภาค คณะผู้แทนของสหรัฐฯ และญี่ปุ่นได้ร่วมกันหารือถึงกรณีที่จีนมีการสะสมคลังอาวุธนิวเคลียร์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและขาดความโปร่งใส พร้อมทั้งร่วมกันปฏิเสธมุมมองของรัสเซียที่อ้างว่าการแสวงหาและครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี หรือเกาหลีเหนือ (DPRK) เป็นประเด็นที่ยุติหรือปิดจบไปแล้ว โดยทั้งสองประเทศได้ร่วมประสานเสียงยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันอีกครั้งในการผลักดันให้เกิดการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์บนคาบสมุทรเกาหลี
ในโอกาสเดียวกันนี้ คณะผู้แทนของทั้งสองฝ่ายได้ร่วมจัดการฝึกซ้อมเชิงสถานการณ์จำลอง (Tabletop Exercise) ตามแผนการปฏิบัติงานปกติ เพื่อทดสอบความพร้อมในการประสานงานด้านการป้องกันและการตอบสนองต่อวิกฤตการณ์อย่างมีประสิทธิภาพ จากนั้นได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมฐานทัพเรือโยโกสุกะ (Yokosuka Base) ของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น (Japan Maritime Self-Defense Force) และร่วมสังเกตการณ์เรือพิฆาต JS Kirishima ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดแสดงศักยภาพภายใต้กรอบความร่วมมือด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศระหว่างสองประเทศในยุคปัจจุบัน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.state.gov/releases/office-of-the-spokesperson/2026/06/joint-statement-on-the-june-2026-u-s-japan-extended-deterrence-dialogue/