.
“สัญญาณบ่งชี้ว่าอำนาจอยู่ที่ใคร”: ทรัมป์และผู้นำโลกหารือร่วมกับ OpenAI, Anthropic และ Google ในการประชุม G7
18-6-2026
ผู้บริหารของบริษัทปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำของโลกกำลังเดินทางเข้าร่วมการประชุม G7 ที่ฝรั่งเศสในวันพุธ ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญของอิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรม AI ในช่วงเวลาที่ปัญญาประดิษฐ์กำลังก้าวขึ้นมาเป็นวาระสำคัญระดับโลก
ผู้บริหารที่จะเข้าร่วมการประชุมอาหารกลางวันในเมืองเอเวียง (Évian) ได้แก่
Sam Altman จาก OpenAI
Dario Amodei จาก Anthropic
Demis Hassabis จาก Google DeepMind
พร้อมด้วยผู้นำด้านเทคโนโลยีอีกกว่าหนึ่งโหล
หัวข้อสำคัญที่คาดว่าจะมีการหารือ ได้แก่ ความเสี่ยงจาก AI ขั้นแนวหน้า โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และประเด็นอธิปไตยทางเทคโนโลยี (AI Sovereignty) นอกจากนี้ ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส (Élysée Palace) ระบุว่า การคุ้มครองเด็กบนโลกออนไลน์จะเป็นอีกหนึ่งหัวข้อหลักในการประชุมครั้งนี้
ผู้บริหารรายอื่นที่เข้าร่วม ได้แก่
Arthur Mensch จาก Mistral (ฝรั่งเศส)
Aidan Gomez จาก Cohere (แคนาดา)
Uljan Sharka จาก Domyn (อิตาลี)
Victor Riparbelli จาก Synthesia (สหราชอาณาจักร)
Robin Rombach จาก Black Forest Labs (เยอรมนี)
Marc Benioff
Alex Wang
รวมถึงผู้ก่อตั้งบริษัท AI จากอินเดียและญี่ปุ่นอย่าง Sarvam และ Sakana
“อำนาจกำลังเปลี่ยนมือ”
Jessica Brandt นักวิจัยอาวุโสด้านเทคโนโลยีและความมั่นคงแห่งชาติจาก Council on Foreign Relations (CFR) ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า “เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า หากผู้นำประเทศต้องการให้คำมั่นสัญญาเกี่ยวกับ AI อย่างน่าเชื่อถือ พวกเขาจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือ หรืออย่างน้อยการสนับสนุนจากผู้บริหารภาคเอกชนเพียงไม่กี่คนที่กำลังสร้างเทคโนโลยีเหล่านี้อยู่จริง”
และกล่าวเพิ่มเติมว่า “เรากำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงว่าใครคือผู้ที่ได้รับที่นั่งบนโต๊ะเจรจา และนี่คือสัญญาณที่บ่งชี้ว่าอำนาจกำลังอยู่ที่ใคร”
จุดเปลี่ยนสำคัญของ AI
การประชุม G7 มีขึ้นในช่วงที่ Anthropic กำลังเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ หลังจากรัฐบาลวอชิงตันกำหนดมาตรการควบคุมการส่งออกโมเดล AI ของบริษัท ได้แก่
Fable 5
Mythos 5
เนื่องจากความกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติ
ขณะเดียวกัน การเปิดตัวโมเดล AI รุ่นใหม่ที่มีความสามารถด้านไซเบอร์ขั้นสูง เช่น
Mythos
GPT-5.5 Cyber
ได้สร้างความกังวลในวงกว้างทั้งในภาคธุรกิจและภาครัฐเกี่ยวกับช่องโหว่ด้านความมั่นคงไซเบอร์
ด้าน Cameron Kerry นักวิจัยรับเชิญจาก Brookings Institution กล่าวว่า “การเปิดตัว Mythos ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ (inflection point) ของการพัฒนา AI” โดยเขามองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้รัฐบาลทรัมป์เริ่มพิจารณาออกกฎระเบียบควบคุมเทคโนโลยี AI อย่างจริงจังมากขึ้น.
การควบคุมการส่งออก AI ของสหรัฐฯ “เปลี่ยนทุกอย่าง”
เอเมอร์สัน บรูกกิง (Emerson Brooking) นักวิจัยอาวุโสจาก Atlantic Council กล่าวว่า มาตรการควบคุมการส่งออกโมเดล AI ของ Anthropic โดยสหรัฐฯ ได้ “เปลี่ยนทุกอย่าง”
เขาให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า “ก่อนหน้านี้ หลายประเทศในกลุ่ม G7 เคยกล่าวถึงความจำเป็นในการลงทุนเพื่อสร้าง AI ที่มีอธิปไตยของตนเอง (Sovereign AI) แต่มีสมมติฐานพื้นฐานอยู่เสมอว่าพวกเขาจะยังสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี AI ของสหรัฐฯ ได้”
“ขณะนี้ สหรัฐฯ ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพร้อมจะตัดการเข้าถึงขีดความสามารถ AI บางประเภท แม้กระทั่งกับประเทศสมาชิก G7 หรือพันธมิตรตามสนธิสัญญาก็ตาม”
โอกาสสำคัญของบริษัท AI ในการกำหนดกฎเกณฑ์โลก
สำหรับผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยี การได้รับเชิญเข้าร่วมโต๊ะหารือในเวที G7 ถือเป็นโอกาสสำคัญในการมีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายระดับโลก ด้าน Jessica Brandt จาก Council on Foreign Relations (CFR) กล่าวว่า “ดูเหมือนว่าบริษัทเหล่านี้คาดหวังว่าจะได้ชุดข้อตกลงโดยสมัครใจ (voluntary commitments) ออกมาจากการประชุมครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัยของเยาวชน ความเสี่ยงจาก AI ขั้นแนวหน้าในด้านไซเบอร์และชีวภาพ ซึ่งคำมั่นสัญญาเหล่านี้มีแนวโน้มจะกลายเป็นมาตรฐานสากลโดยพฤตินัยของโลก”
ก่อนหน้านี้ในเดือนนี้ OpenAI ได้ให้ข้อมูลกับ CNBC ว่า บริษัทคาดหวังให้เกิดชุด “คำมั่นสัญญาโดยสมัครใจ” ที่บริษัทเทคโนโลยีต่าง ๆ จะร่วมกันประกาศในระหว่างการประชุมสุดยอดครั้งนี้
ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์จาก Brookings Institution ให้ความเห็นว่า “ห้องปฏิบัติการ AI ชั้นแนวหน้าต้องการมีบทบาทในการกำหนดทิศทางของการถกเถียงเรื่องนี้ ก่อนที่จะมีกฎระเบียบที่มีผลผูกพันทางกฎหมายเกิดขึ้น”
โดยสรุป ประเด็นสำคัญของการประชุม G7 ครั้งนี้ไม่ได้อยู่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่สะท้อนให้เห็นว่าบริษัท AI รายใหญ่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นเชิงยุทธศาสตร์ในเวทีภูมิรัฐศาสตร์โลก และมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดมาตรฐาน กฎเกณฑ์ และโครงสร้างอำนาจของยุค AI ในอนาคต.
ที่มา CNBC