.
รัสเซียถล่มกรุงเคียฟ โดรนพลีชีพเผาวิหารมรดกโลก UNESCO เซเลนสกีลั่นมอสโกทำลาย “หัวใจวัฒนธรรม” ยูเครน
16-6-2026
The Telegraph รายงานว่า นายโวโลดิมีร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelensky) ประธานาธิบดียูเครน ได้แสดงความโกรธแค้นอย่างรุนแรงหลังลงพื้นที่ตรวจความเสียหาย ณ อาสนวิหารดอร์มิชัน (Dormition Cathedral) ในกรุงเคียฟ (Kyiv) โดยระบุว่าการโจมตีด้วยโดรน Shahed ต่อสถานที่ทางศาสนาอันทรงคุณค่าที่สุดในครั้งนี้ ถือเป็น "หนึ่งในอาชญากรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของรัสเซียต่อวัฒนธรรมของชาวคริสต์เท่าที่เคยมีมา" โดยเหนืออาณาเขตของกลุ่มอารามเคียฟ-เปเชอร์สกา ลาฟรา (Kyiv Pechersk Lavra) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) เต็มไปด้วยกลุ่มควันไฟสีเทาหนาทึบและเศษซากปรักหักพัง รวมถึงยอดโดมทองคำเปลวของอารามที่หลุดร่วงลงมาบนพื้นดิน
รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงก่อนเวลา 02.00 น. เล็กน้อย โดยโดรนพลีชีพกามิกาเซ่ระยะไกล (Kamikaze drone) ได้พุ่งชนทะลุหลังคาทองแดงของอาสนวิหารเก่าแก่ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 11 จนเกิดเพลิงไหม้ลุกลามเป็นวงกว้างกว่า 800 ตารางเมตร ส่งผลให้คณะสงฆ์และพระภิกษุต้องวิ่งฝ่ากองเพลิงเข้าไปเพื่อกู้ภัยและขนย้ายภาพวาดทางศาสนาโบราณ (Icons) งานศิลปะประวัติศาสตร์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และอุปกรณ์ที่ใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา โดยมี นายอิฮอร์ คลีเมนโก (Ihor Klymenko) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของยูเครน เข้าร่วมอพยพงานศิลปะล้ำค่าจากคริสต์ศตวรรษที่ 17 และ 18 ด้วยตนเอง ท่ามกลางความตกตะลึงและโกรธแค้นต่อการที่รัสเซีย (Russia) โจมตีสถานที่ฝังพระศพของเจ้าชายผู้ก่อตั้งกรุงมอสโก (Moscow) คือ เจ้าเจ้ายูริ ดอลโกรูคิย์ (Yuri Dolgorukiy) ซึ่งแม้จะมีอนุสาวรีย์ตั้งอยู่หน้าสำนักงานนายกเทศมนตรีในเมืองหลวงของรัสเซีย และมีเรือดำน้ำนิวเคลียร์ติดตั้งขีปนาวุธทิ้งตัวตั้งชื่อตามพระนามของพระองค์ ก็ไม่สามารถปกป้องสถานที่พำนักสุดท้ายนี้ได้ จนกระทั่งเวลา 05.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น นักดับเพลิงจำนวนมากยังคงระดมกำลังสู้กับกองเพลิงท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างปฏิกิริยาอย่างรุนแรงจากนานาชาติ โดย นายฌ็อง-โนแอล บาร์โรต์ (Jean-Noël Barrot) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศส (France) ระบุว่า "การกระทำนี้มีค่าเท่ากับว่ามหาวิหารนอเทรอดาม (Notre-Dame) หรือมหาวิหารแซ็ง-เดอนี (Saint-Denis) ของฝรั่งเศสถูกทิ้งระเบิด" ขณะที่พระอัครไมตรีพิจิตร เอปิฟานิอุส (Metropolitan Epiphanius) ประมุขแห่งศาสนจักรออร์โธดอกซ์แห่งยูเครน (Orthodox Church of Ukraine) ได้ประณาม นายวลาดิมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) ว่าเป็น "มารร้ายแห่งทำเนียบเครมลิน" (Kremlin’s Antichrist) และขอให้คริสตศาสนิกชนร่วมสวดภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์นี้รอดพ้นจากภัยพิบัติ ซึ่งทางด้านประธานาธิบดีเซเลนสกีได้ให้คำมั่นต่อสื่อมวลชนระหว่างการตรวจเยี่ยมซากปรักหักพังว่าจะทำการบูรณะฟื้นฟูทุกสิ่งกลับคืนมา
ในคืนดังกล่าว รัสเซียได้เปิดฉากยิงขีปนาวุธจำนวน 70 ลูก และปล่อยโดรนโจมตีถึง 611 ลำทั่วประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในกรุงเคียฟ 5 ราย และบาดเจ็บอีก 29 ราย โดยมีเสียงระบบป้องกันภัยทางอากาศและเสียงขีปนาวุธดังสนั่นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 00.30 น. ถึง 05.30 น. นอกจากนี้ การโจมตียังได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อโรงถ่ายภาพยนตร์ดอฟเชนโก (Dovzhenko Film Studios) ซึ่งเป็นโรงถ่ายภาพยนตร์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของยูเครน ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ทำลายล้างคลังเครื่องแต่งกายที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของประเทศจำนวนกว่า 100,000 ชิ้น รวมถึงชุดที่ใช้ในภาพยนตร์ชื่อดังของ นายเซียร์เกย์ ปาราจานอฟ (Sergei Parajanov) ผู้กำกับภาพยนตร์ลัทธิโซเวียตชื่อดัง แรงระเบิดยังส่งผลให้กระจกหน้าต่างของร้านกาแฟ ร้านอาหาร และอาคารที่พักอาศัยโดยรอบแตกกระจายเป็นวงกว้าง รวมถึงสร้างความเสียหายต่อสถาบันวัฒนธรรม Mystetskyi Arsenal ศูนย์คัดแยกไปรษณีย์เอกชน และอาคารบ้านเรือนของประชาชนทั่วเมือง
นางสาวฮันนา ชานานิวก์ (Hanna Chananiuk) นักออกแบบเครื่องแต่งกายและผู้กำกับภาพยนตร์ ได้กล่าวกับสื่อมวลชนว่า "นี่คือการสังหารหมู่ทางวัฒนธรรมของเรา ทั้งวรรณกรรม ภาพยนตร์ และโบสถ์วิหาร พวกเขาจะไม่หยุดยั้งสิ่งใดเลย" เช่นเดียวกับ นางนาตัลยา โนวินสกา (Natalya Novinska) ผู้อยู่อาศัยใกล้กับอารามที่ระบุว่านี่คือ "การก่อการร้ายที่เยือกเย็น ไร้ความปรานี และไม่มีเหตุผล" นอกจากนี้ การโจมตียังส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 6 รายในเมืองดนิโปร (Dnipro) และเมืองคาร์คิฟ (Kharkiv) โดยในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่บริการฉุกเฉิน 5 รายในคาร์คิฟที่เสียชีวิตจากการโจมตีซ้ำซ้อนซ้ำสอง (Double-tap strike) เพื่อมุ่งเป้าหมายเล่นงานเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติงานในพื้นที่โล่งแจ้ง และในช่วงเย็นวันอาทิตย์ รัสเซียยังได้ส่งโดรนโจมตีพิพิธภัณฑ์ศิลปะคาร์คิฟ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย รวมถึงทารกอายุเพียง 1 เดือนที่ต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งการโจมตีทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ นายวลาดิมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) ได้โทรศัพท์ไปอวยพรวันเกิดครบรอบ 80 ปีแด่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump)
สำหรับประวัติของอารามเคียฟ-เปเชอร์สกา ลาฟรา นั้น ก่อสร้างขึ้นครั้งแรกในคริสต์ศตวรรษที่ 11 โดยพระภิกษุบนเนินเขาของแม่น้ำดนิโปร (Dnipro river) และถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความทรหดอดทนของชาวเมืองเคียฟ โดยในอดีตเคยถูกปล้นสะดมและเผาทำลายในช่วงการรุกรานของชาวมองโกล (Mongol invasion) ในคริสต์ศตวรรษที่ 13 และถูกทำลายล้างจากการล้อมของชาวตาตาร์ (Tatar siege) ในคริสต์ศตวรรษที่ 15 ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพโซเวียตได้วางระเบิดซ่อนเอาไว้ในอาสนวิหารดอร์มิชันตามยุทธศาสตร์เผาทำลายล้างก่อนถอยทัพ (Scorched-earth tactics) จนเกิดการระเบิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1941 ระหว่างการยึดครองของกองทัพเยอรมัน
ล่าสุด เจ้าหน้าที่สืบสวนจากหน่วยงานความมั่นคงของยูเครน (SBU) ได้ตรวจพบชิ้นส่วนโครงสร้างของโดรนพลีชีพ Shahed ของรัสเซียในพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งสามารถแกะรอยเชื่อมโยงกลับไปยังโรงงานผลิตโดรนอลาบูกา (Alabuga drone factory) ที่ตั้งอยู่ในสาธารณรัฐตาตาร์สถาน (Tatarstan) ได้สำเร็จ ขณะที่ทางฝั่งรัฐบาลมอสโกได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าอาสนวิหารดังกล่าวถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธของระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot ที่ผลิตโดยสหรัฐฯ ของฝั่งยูเครนเอง
ทางด้าน นายแอนดรีย์ ซิบีฮา (Andrii Sybiha) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของยูเครน ได้แถลงประณามว่า "นับตั้งแต่กองทัพป่าเถื่อน (Horde) ในคริสต์ศตวรรษที่ 13 มาจนถึงพวกนาซีและบอลเชวิคในคริสต์ศตวรรษที่ 20 อารามอันศักดิ์สิทธิ์ของเคียฟต้องเผชิญกับการโจมตีที่ป่าเถื่อนมาโดยตลอด ปูตินได้บันทึกชื่อของตนเองไว้ในบัญชีรายชื่อคนป่าเถื่อนที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ตลอดกาล และเขาควรถูกสาปแช่งไปอีกหลายศตวรรษ" อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนทำงานด้านวัฒนธรรมของยูเครนได้ระบุทิ้งท้ายด้วยความมุ่งมั่นว่า รัสเซียไม่มีวันที่จะหยุดยั้งจิตวิญญาณของพวกเขาได้ และเหตุการณ์นี้จะทำให้ชาวยูเครนแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยในเช้าวันจันทร์ ท่ามกลางหลังคาอาสนวิหารที่ยังคงมีไฟลุกไหม้ หอระฆังของอารามได้ทำการตีระฆังดังก้องกังวานเป็นบทเพลงชาติยูเครนเพื่อแสดงถึงการยืนหยัดต่อสู้และไม่ยอมสยบต่อผู้รุกราน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.telegraph.co.uk/world-news/2026/06/15/russia-bombs-kyiv-cathedral/