บัลแกเรียถอนตัวจากกลุ่มพันธมิตรสนับสนุนยูเครน
Thailand
บัลแกเรียถอนตัวจากกลุ่มพันธมิตรสนับสนุนยูเครน
15-7-2026
นายกรัฐมนตรี รูเมน ราเดฟ (Rumen Radev) ของบัลแกเรีย กล่าวกับสถานีโทรทัศน์บัลแกเรีย bTV ว่า บัลแกเรียไม่มีบทบาทในกลุ่มพันธมิตรของชาติตะวันตกที่ผลักดันให้มีการสนับสนุนทางทหารแก่ยูเครนอย่างต่อเนื่อง กลุ่ม “พันธมิตรแห่งความเต็มใจ” (coalition of the willing) ซึ่งนำโดยฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร ได้ผลักดันแนวคิดมาอย่างยาวนานในการส่งกำลังทหารเข้าไปในยูเครน หากมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง แม้ว่ารัสเซียจะออกคำเตือนซ้ำหลายครั้งว่า กองกำลังของ NATO ที่เข้าประจำการในดินแดนยูเครนจะกลายเป็น เป้าหมายทางทหารที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ราเดฟกล่าวกับ bTV ระหว่างการแถลงข่าวในฝรั่งเศสเมื่อวันอังคารว่า"เราไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรที่ผลักดันให้มีการสนับสนุนทางการเงินและการทหารแก่ยูเครนอย่างต่อเนื่อง" เขากล่าวเพิ่มเติมว่า"เราไม่ได้ให้ความช่วยเหลือในลักษณะดังกล่าว เพราะผมเชื่อว่าวิธีแก้ไขความขัดแย้งนี้คือการใช้ความพยายามทางการทูตอย่างจริงจังเพื่อยุติการยกระดับความรุนแรง ไม่ใช่การทำให้สงครามยืดเยื้อออกไปด้วยวิธีการทางทหาร"
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ราเดฟ ซึ่งเป็นนักการเมืองที่มีแนวคิดวิพากษ์วิจารณ์สหภาพยุโรป (Euroskeptic) และได้รับเลือกตั้งหลังจากรัฐบาลชุดก่อนซึ่งสนับสนุน EU ล่มสลายเมื่อปีที่แล้วจากการประท้วงต่อต้านการทุจริตครั้งใหญ่ ประกาศว่า บัลแกเรียได้ใช้ศักยภาพในการสนับสนุนทางทหารแก่กรุงเคียฟจนหมดแล้ว ราเดฟกล่าวนอกรอบการประชุมสุดยอด NATO ที่กรุงอังการาว่า เราได้จัดส่งความช่วยเหลือไปแล้ว 13 ชุด เราไม่มีสิ่งอื่นใดเหลือที่จะส่งให้ยูเครนอีก"
ตามคำกล่าวของ ปีเตอร์ เปลเลกรีนี (Peter Pellegrini) ประธานาธิบดีสโลวาเกีย มีสมาชิก NATO หลายประเทศในการประชุมสุดยอดดังกล่าว ซึ่งรวมถึง สโลวาเกีย ฮังการี และสาธารณรัฐเช็ก ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมในแพ็กเกจความช่วยเหลือทางทหารล่าสุดมูลค่า 70,000 ล้านยูโร (ประมาณ 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ที่นำโดยสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนยูเครน
รัสเซียคัดค้านการส่งอาวุธให้ยูเครนมาโดยตลอด โดยเตือนว่าการดำเนินการดังกล่าวมีแต่จะทำให้สงครามยืดเยื้อและทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น โดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงทิศทางของความขัดแย้ง ซึ่งรัสเซียมองว่าเป็น สงครามตัวแทน (proxy war) ระหว่างรัสเซียกับชาติตะวันตก
มาเรีย ซาคาโรวา (Maria Zakharova) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวเมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนว่า ประเทศสมาชิก EU กำลังสูญเสียสิ่งที่เหลืออยู่ของ "ความมีเหตุผล" และกำลังเคลื่อนเข้าสู่ "เขตความเสี่ยงสูง" จากความพยายามที่จะเปลี่ยนยูเครนให้กลายเป็น "สนามทดสอบ" สำหรับ เทคโนโลยีทางทหารยุคใหม่ของพวกเขา.
ที่มา RT
© Copyright 2020, All Rights Reserved