'หยวนจีนนอกประเทศแข็งค่า' ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี
'หยวนจีนนอกประเทศแข็งค่า' ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ท่ามกลาง 'เยนญี่ปุ่นผันผวนหนัก' นักวิเคราะห์ชี้เป็น "สินทรัพย์หลบภัยสงคราม" ขณะโปลิตบูโรอัดฉีดมาตรการกระตุ้น
3-8-2026
SCMP รายงานว่า เงินหยวนนอกประเทศ (offshore yuan) ของจีน (China) แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีเมื่อวันศุกร์ หลังจากธนาคารกลางกำหนดอัตราค่ากลาง (daily fixing) ของสกุลเงินแข็งค่ากว่า 6.79 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐติดต่อกันสามวัน ประกอบกับการประชุมระดับสูงที่ส่งสัญญาณสนับสนุนเชิงนโยบายเพิ่มเติม
ค่าเงินหยวนนอกประเทศ (offshore yuan) ของประเทศจีน (China) ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดใหม่ในรอบ 3 ปีเมื่อวันศุกร์ หลังจากธนาคารกลางจีน (People’s Bank of China) กำหนดอัตราอ้างอิงรายวัน (daily fixing) ให้แข็งค่ากว่าระดับ 6.79 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ (US dollar) ติดต่อกันเป็นวันที่สาม ควบคู่กับสัญญาณการสนับสนุนทางนโยบายเพิ่มเติมจากการประชุมระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนได้กำหนดค่ากลางเงินหยวนไว้ที่ 6.7894 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแม้จะอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับ 6.7892 เมื่อวันพฤหัสบดีซึ่งเป็นระดับที่แข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2023 (February 2023) แต่ยังคงเป็นระดับที่แข็งค่ากว่า 6.79 ติดต่อกันสามเซสชัน ส่งผลให้เงินหยวนนอกประเทศขยายการปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 6.7433 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงบ่ายวันศุกร์ ซึ่งถือเป็นระดับที่แข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2023 ตามข้อมูลจาก วินด์ (Wind) ผู้ให้บริการข้อมูลทางการเงินของประเทศจีน
การแข็งค่าของเงินหยวนได้รับแรงหนุนต่อเนื่องหลังจากที่ประชุมกรมการเมืองหรือโพลิตบูโร (Politburo) ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อวันพฤหัสบดี ได้ให้คำมั่นที่จะยกระดับการสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจมหภาค และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับตลาดทุนในช่วงที่เหลือของปี เพื่อสร้างเสถียรภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจท่ามกลางการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความผันผวนในตลาดโลก โดย นายอับบาส เคชวานี (Abbas Keshvani) นักยุทธศาสตร์เศรษฐกิจมหภาคประจำภูมิภาคเอเชียจาก อาร์บีซี แคปปิตอล มาร์เก็ตส์ (RBC Capital Markets) ระบุว่า มีมุมมองเชิงบวกต่อเงินหยวนทั้งในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากสงคราม และในฐานะสกุลเงินที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังของจีน พร้อมชี้ว่าเงินหยวนทำผลงานได้ดีกว่าสกุลเงินตั้งรับอย่างดอลลาร์สิงคโปร์ (Singapore dollar), เยนญี่ปุ่น (Japanese yen) และฟรังก์สวิส (Swiss franc) นับตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างประเทศสหรัฐฯ-อิสราเอล (US-Israel) กับประเทศอิหร่าน (Iran) ขณะที่ นายติง ซวง (Ding Shuang) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเกรตเตอร์ไชน่าและเอเชียเหนือของ สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (Standard Chartered) เสริมว่าการแข็งค่าอย่างเป็นระบบนี้สะท้อนถึงนโยบายหนุน "การพัฒนาการค้าที่สมดุล" ของทางการกรุงปักกิ่ง (Beijing)
ในอีกด้านหนึ่ง ตลาดเงินเอเชียยังคงเผชิญความผันผวน โดยค่าเงินเยนของประเทศญี่ปุ่น (Japan) ปรับตัวขึ้นชั่วคราวกว่าร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดี แตะระดับแข็งค่าที่สุดในรอบสองเดือน หลังจากร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบสี่ทศวรรษ ท่ามกลางรายงานจากสำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) ว่ารัฐบาลประเทศญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงตลาดด้วยการเข้าซื้อเงินเยนและขายดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ทางการประเทศสหรัฐฯ (US) ได้เข้าตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยน (rate check) ซึ่งสถาบันการเงิน ไอเอ็นจี (ING) มองว่าเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐเผชิญแรงกดดันหลังจาก นายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด (US Fed) แสดงความกังขาเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกุมภาพันธ์ แม้ว่าผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดเมื่อวันพุธจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมก็ตาม
ทางด้าน นายชูสุเกะ ยามาดะ (Shusuke Yamada) หัวหน้านักยุทธศาสตร์อัตราแลกเปลี่ยนประจำประเทศญี่ปุ่นของ แบงก์ออฟอเมริกา (Bank of America) ระบุว่า แม้การแทรกแซงของญี่ปุ่นรอบนี้อาจมีประสิทธิภาพมากกว่าในอดีต แต่ตลาดยังคงมองเงินเยนในแง่ลบเกินไปเมื่อเทียบกับดุลการชำระเงินที่ปรับตัวดีขึ้น ทั้งนี้ ณ ช่วงบ่ายวันศุกร์ ค่าเงินเยนซื้อขายอยู่ที่ระดับ 160.476 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/economy/china-economy/article/3362507/chinas-offshore-yuan-hits-3-year-high-beijing-signals-policy-support?module=perpetual_scroll_1_RM&pgtype=article