'อิตาลี' สั่งปิดชายแดนทางอากาศ-ทางทะเลกับสเปน
'อิตาลี' สั่งปิดชายแดนทางอากาศ-ทางทะเลกับสเปน ระงับข้อตกลงเชงเกน รับมือวิกฤตผู้อพยพ 'เซวตา' หลายชาติ EU หนุน
1-8-2026
Euronews รายงานว่า ประเทศอิตาลี (Italy) สั่งระงับข้อตกลงเชงเกนกับประเทศสเปน (Spain) พร้อมสั่งปิดชายแดนทางอากาศและทางทะเล หลังเกิดวิกฤตผู้อพยพทะลักเข้าสู่เขตปกครองตนเองเซวตา (Ceuta)
การตัดสินใจระงับความร่วมมือภายใต้ข้อตกลงเชงเกน (Schengen Agreement) เป็นการชั่วคราวครั้งนี้ มีชนวนเหตุมาจากความกังวลอย่างรุนแรงต่อวิกฤตการณ์ผู้อพยพ ณ เขตปกครองตนเองเซวตา (Ceuta) ซึ่งเป็นดินแดนของประเทศสเปน (Spain) ในแอฟริกาเหนือ
กระทรวงมหาดไทยของประเทศอิตาลี (Interior Ministry) ได้ออกคำสั่งปิดชายแดนทางทะเลและทางอากาศระหว่างประเทศอิตาลี (Italy) กับประเทศสเปน (Spain) โดยเป็นการระงับระบอบการเดินเรือและการสัญจรอย่างเสรีตามข้อตกลงเชงเกนระหว่างสองประเทศเป็นการชั่วคราว
มาตรการดังกล่าวได้รับการเปิดเผยเมื่อเย็นวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดย จอร์เจีย เมโลนี (Giorgia Meloni) นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศอิตาลี (Italy) ร่วมกับ อันโตนิโอ ตาจานี (Antonio Tajani) และ มัตเตโอ ซัลวินี (Matteo Salvini) สองรองนายกรัฐมนตรี ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ผู้อพยพจำนวนหลายพันคนเดินทางเข้าสู่เขตปกครองตนเองเซวตา (Ceuta) ซึ่งเป็นดินแดนอาณานิคมในแอฟริกาเหนือของประเทศสเปน (Spain)
“การระงับข้อตกลงเชงเกนกับประเทศสเปน (Spain) เป็นการชั่วคราว ถือเป็นทางเลือกที่จำเป็นเพื่อปกป้องความปลอดภัยของประชาชนของเรา และคุ้มครองชายแดนของยุโรป ซึ่งเป็นมาตรการที่มีการรองรับไว้ภายใต้สนธิสัญญา และกลายเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในปัจจุบัน” อันโตนิโอ ตาจานี (Antonio Tajani) โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X
“วิกฤตการณ์ผู้อพยพในเมืองเซวตา (Ceuta) เป็นสิ่งเตือนใจให้เราเห็นว่า การบริหารจัดการชายแดนของสหภาพยุโรป หรือ EU (European Union) ถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกของเราที่มีต่อกันและกัน พวกเราต้องทำงานร่วมกันเพื่อป้องกันไม่ให้กระแสผู้อพยพที่ไร้การควบคุมทะลักเข้าสู่ดินแดนของ EU พร้อมทั้งยับยั้งความเสี่ยงและภัยคุกคามจากการก่อการร้ายที่สืบเนื่องทั้งหมด ซึ่งจะต้องถูกต่อต้านโดยไม่ลังเล” อันโตนิโอ ตาจานี (Antonio Tajani) ระบุเสริม
การตัดสินใจดังกล่าวได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการเมื่อเช้าวันศุกร์ ในระหว่างการประชุม ณ กระทรวงมหาดไทยอิตาลี โดยมี มัตเตโอ ปิอันเตโดซี (Matteo Piantedosi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ซึ่งเป็นการตัดสินใจตามผลการประเมินของคณะกรรมการเพื่อการวิเคราะห์การย้ายถิ่นฐานและความมั่นคงชายแดนแห่งประเทศอิตาลี (Committee for Migration Analysis and Border Security)
ด้าน ประเทศฝรั่งเศส (France) ได้ตัดสินใจยกระดับการตรวจตราและยกระดับมาตรการควบคุมตลอดแนวชายแดนทางบกที่ติดกับประเทศสเปน (Spain) เช่นเดียวกัน ตามคำประกาศของ ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) พร้อมทั้งได้ยื่นข้อเสนอความช่วยเหลือแก่ทางการสเปนเพื่อช่วยบริหารจัดการสภาวะฉุกเฉินในดินแดนแอฟริกาเหนือแห่งนี้
คลื่นผู้อพยพเซวตาจุดชนวนฝ่ายขวาในยุโรปเปิดศึกโจมตี นโยบายผู้อพยพสเปน สเปนและ EU เร่งโต้ตอบ
เปโดร ซานเชซ (Pedro Sánchez) นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศสเปน (Spain) ได้ออกมาตอบโต้ประเทศอิตาลี (Italy) ผ่านแพลตฟอร์ม X โดยโต้แย้งว่า “ความมนุษยธรรมและการเห็นอกเห็นใจอาจเป็นทางเลือก แต่การเคารพสนธิสัญญายุโรปและข้อเท็จจริงไม่ใช่เรื่องทางเลือก” พร้อมทั้งอ้างอิงข้อมูลสถิติจากสำนักงานป้องกันชายแดนและชายฝั่งแห่งยุโรป หรือ Frontex (European Border and Coast Guard Agency) ซึ่งระบุว่า ประเทศอิตาลี (Italy) มีสถิติจำนวนการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายสูงกว่าประเทศสเปน (Spain) ในช่วงระหว่างปี 2021 ถึง 2026 (พ.ศ. 2564–2569) และได้เรียกร้องให้มี “สหภาพยุโรปที่แข็งแกร่งและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน”
ก่อนหน้านี้เมื่อเย็นวันพฤหัสบดี โฮเซ มานูเอล อัลบาเรส (José Manuel Albares) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสเปน ได้ออกมาประณามคำเรียกร้องของ อันโตนิโอ ตาจานี (Antonio Tajani) รองนายกรัฐมนตรีอิตาลี ในการระงับข้อตกลงเชงเกน พร้อมทั้งได้ทำการเรียกตัวเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำกรุงมาดริด (Madrid) เข้าพบเพื่อขอคำอธิบาย
รายงานจากสำนักข่าว ANSA (ANSA news agency) ของประเทศอิตาลี ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศของประเทศสเปน (Spain) ได้เน้นย้ำว่า วิกฤตการณ์ผู้อพยพในเมืองเซวตา (Ceuta) “ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับมาตรการรับรองสถานะผู้อพยพที่ได้รับการอนุมัติโดยรัฐบาลสเปน” แต่มีชนวนเหตุมาจากการตีความคำตัดสินของศาลสูงสุดเมื่อเร็วๆ นี้ เกี่ยวกับกลุ่มผู้อพยพที่เดินทางเข้ามาด้วยการว่ายน้ำ ซึ่งได้ถูก “กลุ่มมาเฟียและองค์กรอาชญากรรมนำไปฉวยโอกาสใช้ประโยชน์”
อย่างไรก็ดี เมื่อถึงวันศุกร์ หลายประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรป หรือ EU (European Union) เริ่มเคลื่อนไหวเข้าใกล้จุดยืนของประเทศอิตาลี (Italy) มากยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงประเทศฟินแลนด์ (Finland), ประเทศเนเธอร์แลนด์ (Netherlands), ประเทศเดนมาร์ก (Denmark), สาธารณรัฐเช็ก (Czech Republic) และประเทศสวีเดน (Sweden)
“ประเทศสเปน (Spain) ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการคุ้มครองชายแดนภายนอกของพื้นที่เชงเกนจากการรุกราน ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อีกแล้ว” มารี รันตาเนน (Mari Rantanen) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยฟินแลนด์ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X
“สถานการณ์ในเมืองเซวตา (Ceuta) เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ และข้าพเจ้ากำลังติดต่อประสานงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับทางการสเปน ทั้งนี้ ข้าพเจ้าย้ำอีกครั้งว่าไม่มีการเคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่แผ่นดินใหญ่ยุโรปหรือประเทศสมาชิกอื่นๆ” แมกนุส บรุนเนอร์ (Magnus Brunner) กรรมาธิการยุโรปฝ่ายกิจการภายใน ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X
“ประมวลกฎหมายชายแดนเชงเกน (Schengen Borders Code)” แมกนุส บรุนเนอร์ (Magnus Brunner) กล่าวเสริม “มีข้อบัญญัติพิเศษที่นำมาบังคับใช้กับเมืองเซวตา (Ceuta) และเมืองเมลิยา (Melilla) โดยเฉพาะ และการตรวจตราบุคคลที่เดินทางออกจากเมืองเซวตายังคงมีผลบังคับใช้อย่างเคร่งครัด”
ท่ามกลางฉากหลังของการหาเสียงเลือกตั้งก่อนหน้าการเลือกตั้งทั่วไปของประเทศอิตาลี (Italy) ในปีหน้า ข้อเสนอในการระงับข้อตกลงเชงเกนได้จุดชนวนการถกเถียงทางการเมืองอย่างดุเดือดภายในประเทศ พร้อมทั้งได้รับเสียงชื่นชมและสนับสนุนจากพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัดหลายแห่งในทวีปยุโรป (Europe) ซึ่งรวมถึงพรรค National Rally ของประเทศฝรั่งเศส (France), พรรค Alternative for Germany หรือ AfD ของประเทศเยอรมนี (Germany) และพรรค Reform UK ของประเทศสหราชอาณาจักร (UK)
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.euronews.com/my-europe/2026/07/31/italy-suspends-schengen-with-spain-over-ceuta-migrant-crisis-shuts-air-and-sea-borders