.
200 ปีของการเปลี่ยนขั้วอำนาจเศรษฐกิจโลก เริ่ม'จากจีนสู่จักรวรรดิอังกฤษ' สู่สหรัฐฯ และกำลังวน 'กลับสู่ "จีน"และเอเชียอีกครั้ง'
12-8-2026
Visual Capitalist เผยแพร่แผนภูมิเศรษฐกิจ: การเปลี่ยนแปลงอำนาจทางเศรษฐกิจตลอด 200 ปี ว่า จีนผงาดนำเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง หลัง 200 ปีสลับขั้วมหาอำนาจ ตลอดช่วงเวลา 200 ปีที่ผ่านมา อำนาจทางเศรษฐกิจของโลกได้เปลี่ยนมือจากจีนไปยังจักรวรรดิอังกฤษ ก่อนขยับสู่สหรัฐฯ และล่าสุดเริ่มไหลกลับคืนสู่เอเชียอีกครั้ง โดยเฉพาะจีนและอินเดีย ซึ่งมีน้ำหนักทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อวัดด้วย GDP แบบปรับตามอำนาจซื้อ หรือ Purchasing Power Parity (PPP)
ข้อมูลจาก Visual Capitalist ที่อ้างอิงชุดข้อมูลจาก Maddison Project Database, COLDAT Colonial Dates Dataset และ IMF’s World Economic Outlook ระบุว่า การจัดอันดับอำนาจเศรษฐกิจของโลกในแต่ละยุคสะท้อนการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านอุตสาหกรรม การเมือง และโครงสร้างการค้าโลกอย่างชัดเจน
ในปี 1820 จีนครองสัดส่วน GDP โลกสูงถึง 28.6% ก่อนจะค่อยๆ ลดลงในช่วงศตวรรษที่ 19 และ 20 จากความไม่มั่นคงทางการเมืองและการปรับตัวทางอุตสาหกรรมที่ล่าช้า ขณะที่ British Empire กลายเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจสำคัญที่สุดของโลกในศตวรรษที่ 19 โดยในปี 1845 มีสัดส่วนเกือบ 1 ใน 4 ของ GDP โลกที่ระดับ 23.8%
ช่วงเวลาดังกล่าวถูกเรียกว่า Pax Britannica หรือยุคที่มหาอำนาจยุโรปมีความขัดแย้งกันน้อยลงในระดับหนึ่ง ภายใต้อิทธิพลของจักรวรรดิอังกฤษ ซึ่งเป็นประเทศแรกของโลกที่ปฏิวัติอุตสาหกรรม และอินเดียซึ่งเป็นอาณานิคมสำคัญที่สุดทางเศรษฐกิจของอังกฤษก่อนจะได้รับเอกราชในปี 1947
ด้านสหรัฐฯ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกในศตวรรษที่ 20 โดยเฉพาะในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี 1944 สหรัฐฯ มีสัดส่วนถึง 29.7% ของ GDP โลก ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของประเทศใดๆ ในชุดข้อมูลนี้ และถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของระเบียบเศรษฐกิจโลก
การเติบโตของสหรัฐฯ ได้แรงหนุนจากอุตสาหกรรมมูลค่าสูง บทบาทในระบบการเงินโลก การผลิต และการค้า ขณะเดียวกัน ปัจจุบันสหรัฐฯ ยังครองความเป็นผู้นำในแง่บริษัทขนาดใหญ่และทำกำไรสูงของโลก รวมถึงยังเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจแบบ nominal GDP ที่ชัดเจนที่สุด
ขณะเดียวกัน จีนกลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 20 จากการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเติบโตในฐานะศูนย์กลางการผลิตโลก จนในปี 2025 จีนมีสัดส่วน GDP โลกอยู่ที่ 21.8% หรือมากกว่าหนึ่งในห้าของโลก ขณะที่อินเดียแตะ 9.0%
ในมิติของประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียและยุโรปตะวันออก ปรากฏการเปลี่ยนแปลงทางสถิติที่น่าสนใจเช่นกัน
ประเทศอินเดีย (India) มีสัดส่วนเศรษฐกิจ 3.9% ในปี ค.ศ. 1925, 4.3% ในปี ค.ศ. 1995 และก้าวขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 9.0% ในปี ค.ศ. 2025
เมื่อรวมกัน จีนและอินเดียมีสัดส่วนถึง 30.8% ของ GDP โลกในปี 2025 สะท้อนบทบาทของประชากรจำนวนมากและต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า ซึ่งช่วยเพิ่มน้ำหนักทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศเมื่อประเมินด้วย PPP
รายงานยังระบุว่า หากแนวโน้มดังกล่าวจะเดินหน้าต่อไป ปัจจัยสำคัญจะอยู่ที่การรับมือกับแรงกดดันด้านประชากรในจีนซึ่งคล้ายกับปัญหาที่ญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปกำลังเผชิญ รวมถึงความท้าทายด้านผลิตภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ทิศทางความยั่งยืนของยุทธศาสตร์การเติบโตนี้ จะขึ้นอยู่กับความสามารถของ ประเทศจีน (China) ในการบริหารจัดการแรงกดดันด้านโครงสร้างประชากร ซึ่งเป็นปัญหาที่คล้ายคลึงกับ ประเทศญี่ปุ่น (Japan) และ สหภาพยุโรป (EU) รวมถึงการรับมือกับความท้าทายด้านผลิตภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวต่อไป
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.visualcapitalist.com/how-economic-power-shifted-over-200-years/