.
‘สิ่งจำเป็นสู่ความสำเร็จของ BRICS’ ก้าวข้ามข้อจำกัดภูมิศาสตร์ สร้างรากฐานความคิดใหม่คานอำนาจตะวันตก
4-9-2026
สำนักข่าว RT รายงานเชิงวิเคราะห์ว่า BRICS ต้องมี “วิสัยทัศน์ร่วม” หากหวังเป็นทางเลือกต่อระเบียบโลกตะวันตก ในบทวิเคราะห์เชิงลึกหัวข้อ "ยุคแห่งความมืดมน" (The Age of Endarkenment) โดย นายเปาโล โนเกรา บาติสตา (Paulo Nogueira Batista) นักเศรษฐศาสตร์ผู้ทรงคุณวุฒิชาวบราซิล ได้ทำการประเมินและชี้ให้เห็นถึงสภาวะการถดถอยทางการเมืองของกลุ่มพันธมิตรชาติตะวันตก (Collective West) ตลอดจนความล้มเหลวของกลุ่มมหาอำนาจนำในการตอบสนองต่อความท้าทายอันซับซ้อนของโลกในยุคปัจจุบันอย่างสร้างสรรค์
ประเด็นคำถามสำคัญที่เกิดขึ้นคือ ประเทศมหาอำนาจเกิดใหม่และกลุ่มประเทศในซีกโลกใต้ หรือ โกลบอลเซาธ์ (Global South) ซึ่งรวมถึง ประเทศบราซิล (Brazil) ควรจะดำเนินบทบาทอย่างไรเพื่อรับมือกับพฤติกรรมของผู้วางโครงสร้างระเบียบสากลยุคใหม่ และคำตอบที่เด่นชัดที่สุดในปัจจุบันคือการยกระดับความร่วมมือระหว่างกัน ผ่านกลไกของกลุ่ม บิกส์ หรือ บรีกส์ (BRICS)
ยุคสมัยแห่งจักรวรรดิโลกสิ้นสุดลง: สาระสำคัญของการบริหารจัดการโลก
บทวิเคราะห์ระบุว่า ยุคสมัยแห่งจักรวรรดิโลก (Global empires) ได้ล้มเลิกไปแล้ว แม้ว่าจะมีความพยายามจากมหาอำนาจบางประเทศในการสถาปนาตนเองเป็นศูนย์กลางอำนาจเดี่ยวก็ตาม เนื่องจากโลกยุคใหม่มีความซับซ้อนเกินกว่าที่รัฐใดรัฐหนึ่งจะสามารถชี้นำการพัฒนาของโลกได้เพียงลำพัง
อำนาจในกิจการระหว่างประเทศในปัจจุบัน ไม่ได้ผูกขาดอยู่เพียงแค่ขีดความสามารถในการกำหนดกฎเกณฑ์ (Rule-making) เท่านั้น ทว่ายังขึ้นอยู่กับความสามารถในการโน้มน้าวให้พันธมิตรและรัฐภาคีปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เหล่านั้นด้วย ซึ่งสิ่งนี้คือหัวใจสำคัญของ การบริหารจัดการโลก (Global governance) อย่างไรก็ดี กฎเกณฑ์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยมหาอำนาจดั้งเดิมย่อมเอื้อประโยชน์ต่อผู้กำหนดกฎเกณฑ์เหล่านั้นเป็นหลัก ส่งผลให้เกิดคำถามถึงความจำเป็นในการสร้างระเบียบสากลที่มีความเป็นธรรมยิ่งขึ้น
รากฐานความร่วมมือ: มิติทางภูมิศาสตร์ และวัฒนธรรมยุทธศาสตร์ที่แตกต่าง
ในอดีต การร่วมมือระหว่างประเทศถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยสำคัญสองประการ ได้แก่ ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ (Geography) และ ค่านิยมร่วม (Shared values)
สำหรับกลุ่มชาติตะวันตก การดำรงอยู่ภายในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ที่ใกล้ชิด ได้หล่อหลอมให้เกิดค่านิยมทางการเมืองร่วมกัน จนก่อตัวเป็นอารยธรรมทางการเมืองและโครงสร้างพันธมิตรที่เหนียวแน่น เช่น กลุ่มพันธมิตรข่าวกรอง ไฟฟ์ไอส์ (Five Eyes) ซึ่งประกอบด้วย ประเทศออสเตรเลีย (Australia), ประเทศสหราชอาณาจักร (UK), ประเทศแคนาดา (Canada), ประเทศนิวซีแลนด์ (New Zealand) และประเทศสหรัฐอเมริกา (US) ตลอดจนกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ จี7 (G7) ซึ่งประสานความร่วมมือได้อย่างมีประสิทธิภาพเนื่องจากมีภาษา วัฒนธรรมทางการเมือง และประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ร่วมกัน
ในทางกลับกัน มหาอำนาจในฝั่งเอเชียและยุโรปตะวันออกมีวัฒนธรรมยุทธศาสตร์ที่แตกต่างออกไป:
ทวีปเอเชีย (Asia): มหาอำนาจในอดีตถูกแยกออกจากกันด้วยระยะทางอันห่างไกล ส่งผลให้การจัดตั้งระบบพันธมิตรทางการทหารในรูปแบบดั้งเดิมเกิดขึ้นได้ยาก
ประเทศรัสเซีย (Russia): พัฒนาวัฒนธรรมเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการพึ่งพาตนเองเป็นหลัก การสร้างพันธมิตรจึงถูกมองว่าเป็นพันธะทางศีลธรรมที่สำคัญ ไม่ใช่เพียงความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
3 ปัจจัยหลักที่ดัน BRICS ก้าวสู่จุดเปลี่ยนทางภูมิรัฐศาสตร์โลก
แม้อิทธิพลของกลุ่ม BRICS จะขยายตัวครอบคลุมหลายทวีปและประชากรส่วนใหญ่ของโลก ทว่าความสำคัญที่แท้จริงของ BRICS ไม่ได้เกิดจากขอบเขตทางภูมิศาสตร์ แต่เกิดจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง 3 ประการ:
การเป็นทางเลือกแรกที่ไม่ใช่ตะวันตก (First Non-Western Alternative): สถาบันการบริหารจัดการโลกหลักในปัจจุบัน นับตั้งแต่ องค์การสหประชาชาติ (United Nations - UN) ต่างมีรากฐานมาจากโครงสร้างความคิดของชาติตะวันตก ขณะที่ BRICS เป็นโครงการทางการเมืองขนาดใหญ่แรกในรอบหลายศตวรรษที่เติบโตขึ้นภายนอกการนำเชิงความคิดและสถาบันของตะวันตก
การรวมตัวของมหาอำนาจหลักแห่งซีกโลกใต้: BRICS ก่อตัวขึ้นจาก 3 มหาอำนาจสำคัญ ได้แก่ ประเทศรัสเซีย (Russia), ประเทศอินเดีย (India) และประเทศจีน (China) โดยมี ประเทศบราซิล (Brazil) ซึ่งเป็นประเทศขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้เข้าร่วม การดึงมหาอำนาจเหล่านี้มาร่วมหารือเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์โดยปราศจากการเข้าร่วมของชาติตะวันตก ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในประวัติศาสตร์การทูตโลก
การปรากฏขึ้นในสภาวะวิกฤตของระเบียบโลกเสรีนิยม: BRICS เติบโตขึ้นในช่วงเวลาที่ ระเบียบโลกเสรีนิยม (Liberal World Order) ที่นำโดยประเทศสหรัฐอเมริกา (US) กำลังเผชิญกับสภาวะวิกฤต ส่งผลให้ชาติต่างๆ ทั่วโลกมองหาแหล่งอำนาจและกรอบความคิดทางเลือกใหม่
เงื่อนไขความสำเร็จในอนาคต: ยุทธศาสตร์นำการขยายพื้นที่
บทวิเคราะห์สรุปทิ้งท้ายว่า อนาคตและความสำเร็จของกลุ่ม BRICS ในการแก้ไขความบิดเบี้ยวของระเบียบสากลเดิมอย่างสันติ จะไม่ได้ขึ้นอยู่กับการขยายพื้นที่หรือการเติมเต็มช่องว่างบนแผนที่โลกทางภูมิศาสตร์เพียงอย่างเดียว
ทว่า หัวใจสำคัญสูงสุดในระยะถัดไปของกลุ่ม BRICS คือการเร่งสร้าง รากฐานทางความคิด (Intellectual foundations) และการนำเสนอแบบจำลองระเบียบสากลใหม่ที่เข้มแข็ง มั่นคง และมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งประชาคมโลกและนานาประเทศสามารถยอมรับในฐานะทางเลือกใหม่ที่เป็นธรรมได้อย่างแท้จริง
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.rt.com/news/644987-brics-must-learn-this-lesson/