.
ถอดรหัสกฎหมายระดมพลป้องกันประเทศจีนฉบับใหม่ 'จีนยกระดับความพร้อมเปลี่ยนผ่านสู่ภาวะสงคราม?' เปิดเงื่อนไขเกณฑ์พลเรือน เวนคืนทรัพยากรเอกชน และผนวกเทคโนโลยีขั้นสูงรับมือภาวะวิกฤต
31-8-2026
Geopolitics in The Picture วิเคราะห์ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า จีนจะบังคับใช้ National Defense Mobilization Law ฉบับแก้ไขตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2026 หลังคณะกรรมการประจำสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC Standing Committee) มีมติผ่านกฎหมายฉบับดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยถือเป็นการปรับปรุงกฎหมายด้านการระดมพลเพื่อการป้องกันประเทศครั้งสำคัญครั้งแรก นับจากกฎหมายเดิมเริ่มมีผลใช้บังคับในปี 2010
คำสั่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนฉบับที่ 83 ระบุว่า กฎหมาย National Defense Mobilization Law ฉบับแก้ไขได้รับการผ่านความเห็นชอบในการประชุมครั้งที่ 24 ของคณะกรรมการประจำสภาประชาชนแห่งชาติ ชุดที่ 14 เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2026 และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2026 โดยมีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) ลงนามประกาศใช้
กฎหมายฉบับแก้ไขมีทั้งหมด 14 หมวด 82 มาตรา และมีเป้าหมายปรับระบบการระดมพลเพื่อการป้องกันประเทศของจีนให้สอดคล้องกับความต้องการด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศในยุคปัจจุบัน ตลอดจนยกระดับความสามารถของประเทศในการเปลี่ยนผ่านจากภาวะปกติไปสู่ภาวะสงคราม และนำศักยภาพทางเศรษฐกิจและสังคมมาใช้สนับสนุนขีดความสามารถด้านกลาโหมเมื่อเกิดสถานการณ์จำเป็น
สาระสำคัญของกฎหมายฉบับใหม่ คือ การกำหนดนิยามของ “การระดมพลเพื่อการป้องกันประเทศ” ไว้อย่างชัดเจน โดยหมายถึงมาตรการที่รัฐดำเนินการตามกฎหมาย เมื่ออธิปไตย ความเป็นเอกภาพ บูรณภาพแห่งดินแดน ความมั่นคง หรือ “ผลประโยชน์ด้านการพัฒนา” ของประเทศเผชิญภัยคุกคาม เพื่อให้ประเทศสามารถเปลี่ยนผ่านจากภาวะปกติสู่ภาวะสงครามได้อย่างรวดเร็ว และแปลงศักยภาพทางเศรษฐกิจและสังคมไปเป็นขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ
การเพิ่มคำว่า “ผลประโยชน์ด้านการพัฒนา” เข้าไว้ในนิยามการระดมพล สะท้อนว่าขอบเขตที่กฎหมายรองรับไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการป้องกันอธิปไตยหรือบูรณภาพแห่งดินแดนเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และผลประโยชน์ของประเทศในมิติที่กว้างขึ้นด้วย
กฎหมายฉบับแก้ไขยังปรับปรุงระบบการสำรองและการเรียกกำลังพลสำรอง โดยเปลี่ยนจากกรอบเดิมที่เกี่ยวข้องกับ “บุคลากรสำรอง” ไปสู่ระบบการสำรองและเรียกกำลังพลสำรอง เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิรูปด้านกลาโหมและโครงสร้างกำลังพลของกองทัพจีน ทั้งยังกำหนดหลักการ รูปแบบ และกระบวนการเรียกกำลังพลสำรองให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ในส่วนหน้าที่ของพลเมือง กฎหมายกำหนดกรอบการปฏิบัติหน้าที่ด้านการป้องกันประเทศสำหรับพลเมืองชายอายุ 18–60 ปี และหญิงอายุ 18–55 ปี ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนกองทัพ การช่วยเหลืองานในภาวะสงคราม การค้ำจุนการฟื้นฟูจากความเสียหาย และการรักษาความสงบเรียบร้อย ทั้งนี้ กฎหมายมีข้อยกเว้นสำหรับบุคคลบางกลุ่ม และผู้ที่มีทักษะหรือความเชี่ยวชาญเฉพาะอาจถูกกำหนดให้ปฏิบัติหน้าที่ตามความจำเป็น แม้อายุเกินเกณฑ์ทั่วไป
อีกประเด็นสำคัญคือ การปรับปรุงระบบสำรอง การเรียกใช้ และการจัดส่งยุทโธปกรณ์หรือวัสดุเชิงยุทธศาสตร์ โดยกฎหมายกำหนดกรอบให้มีระบบสำรองทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลเป็นผู้นำ ภาคสังคมมีส่วนร่วม และมีแหล่งสำรองหลายรูปแบบเกื้อหนุนกัน รวมถึงเพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับการกระจายและจัดส่งทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ และปรับปรุงระบบการเรียกใช้ทรัพยากรดังกล่าวเมื่อรัฐตัดสินใจดำเนินการระดมพลเพื่อการป้องกันประเทศ
สำหรับทรัพยากรภาคพลเรือน กฎหมายฉบับใหม่ระบุว่า หลังรัฐมีคำตัดสินใจให้ดำเนินการระดมพลเพื่อการป้องกันประเทศ รัฐสามารถดำเนินการยึดกรรมสิทธิ์หรือเรียกใช้ทรัพยากรพลเรือนตามกฎหมายได้ ซึ่งอาจครอบคลุมยานพาหนะ เรือ สถานที่ เครื่องจักร และทรัพยากรอื่นที่จำเป็นต่อภารกิจ โดยหากการยึดกรรมสิทธิ์หรือเรียกใช้ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจโดยตรง จะต้องมีการชดเชยอย่างเป็นธรรมและสมเหตุสมผล ขณะที่ทรัพย์สินส่วนบุคคลที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตจะได้รับการกันไว้ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย
นอกจากนี้ กฎหมายยังเสริมระบบการระดมพลเพื่อสนับสนุนการวิจัย การผลิต และการซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์ โดยให้มีการประเมินความมั่นคงของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานด้านยุทโธปกรณ์ตามกฎหมาย ส่งเสริมมาตรฐาน ความเป็นระบบ และการใช้ชิ้นส่วนร่วมกันของยุทโธปกรณ์ ตลอดจนผลักดันการสนับสนุนด้านการซ่อมบำรุงโดยภาคสังคม
กฎหมายฉบับแก้ไขยังเพิ่มบทบัญญัติเฉพาะที่กำหนดให้รัฐส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการระดมพลเพื่อการป้องกันประเทศ และพัฒนาขีดความสามารถด้านการระดมพลในสาขาเกิดใหม่ เพื่อตอบสนองต่อวิวัฒนาการของสงครามสมัยใหม่ อย่างไรก็ตาม แหล่งข้อมูลทางการที่ตรวจสอบได้ไม่ได้ระบุชื่อ AI, โดรน, ข้อมูล หรือห่วงโซ่อุปทานเป็นรายการเฉพาะในบทบัญญัติดังกล่าว จึงควรระบุเพียงว่าเป็นสาขาเทคโนโลยีเกิดใหม่ เว้นแต่มีเอกสารทางการหรือคำชี้แจงเพิ่มเติมที่ระบุชัดเจน
การแก้ไขครั้งนี้ยังแบ่งบทบาทและหน้าที่ระหว่างหน่วยงานทหารกับรัฐบาลท้องถิ่นให้ชัดเจนขึ้น โดยรัฐบาลท้องถิ่นตั้งแต่ระดับอำเภอขึ้นไปและหน่วยงานทหารจะรับผิดชอบงานด้านการระดมพลตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ขณะที่คณะกรรมาธิการระดมพลเพื่อการป้องกันประเทศทั้งระดับชาติและท้องถิ่นจะทำหน้าที่ด้านการจัดองค์กร การนำ และการประสานงาน
ทั้งนี้ การมีผลบังคับใช้ของ National Defense Mobilization Law ฉบับแก้ไขในวันที่ 1 ตุลาคม 2026 ไม่ได้หมายความว่าจีนจะประกาศระดมพลทั่วประเทศ หรือให้ประชาชนทุกคนเข้ารายงานตัวในวันดังกล่าว แต่หมายถึงการเริ่มใช้กรอบกฎหมายใหม่ ซึ่งขยายและทำให้กลไกด้านการระดมกำลังพล ทรัพยากรพลเรือน เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเทคโนโลยี มีความชัดเจนมากขึ้น หากรัฐตัดสินใจประกาศใช้มาตรการระดมพลในสถานการณ์ที่เข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย
---
IMCT NEWS
ที่มา https://x.com/geogeolite/status/2093954179970548065?s=20