.
อิหร่านเตรียมเข้าเป็น 'สมาชิกธนาคาร BRICS' หวังฟื้นเศรษฐกิจบอบช้ำจากสงคราม-คว่ำบาตร ขยายความร่วมมือการเงิน-ดิจิทัลกับอินเดีย ดันค้าด้วยสกุลเงินท้องถิ่นในกลุ่ม BRICS
13-8-2026
The Jerusalem Post รายงานว่า ประเทศอิหร่าน (Iran) เตรียมเข้าเป็นสมาชิกของธนาคารพัฒนาใหม่ (New Development Bank) หรือ ธนาคาร BRICS ในอนาคตอันใกล้นี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับระบบเศรษฐกิจของประเทศ ขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และเพิ่มการค้าขายระหว่างประเทศ ตามรายงานของสื่อรัฐบาลและสำนักข่าวทาสนิม (Tasnim News Agency) ซึ่งเป็นสำนักข่าวกึ่งทางการของประเทศอิหร่าน (Iran) เมื่อเย็นวันอังคารที่ผ่านมา โดยอ้างอิงแถลงการณ์ของ นายอับดุลนาเซอร์ เหมมาตี (Abdolnaser Hemmati) ผู้ว่าการธนาคารกลางแห่งประเทศอิหร่าน (Central Bank of Iran)
กลุ่ม BRICS ถือเป็นบล็อกความร่วมมือทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่มุ่งเน้นด้านการค้าและการพัฒนา โดยประกอบด้วยสมาชิก 11 ประเทศ ได้แก่ ประเทศบราซิล (Brazil) ประเทศจีน (China) ประเทศอียิปต์ (Egypt) ประเทศเอธิโอเปีย (Ethiopia) ประเทศอินเดีย (India) ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) ประเทศอิหร่าน (Iran) ประเทศรัสเซีย (Russia) ประเทศซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) ประเทศแอฟริกาใต้ (South Africa) และประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ขณะที่ธนาคารพัฒนาใหม่ (New Development Bank) หรือ ธนาคาร BRICS เป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคีที่จัดตั้งขึ้นโดยกลุ่ม BRICS เพื่อทำหน้าที่จัดหาและระดมทรัพยากรสำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานและโครงการพัฒนาที่ยั่งยืนในกลุ่มตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา
นายอับดุลนาเซอร์ เหมมาตี (Abdolnaser Hemmati) ผู้ว่าการธนาคารกลางแห่งประเทศอิหร่าน (Central Bank of Iran) เปิดเผยว่า ความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพระหว่างประเทศอิหร่าน (Iran) และประเทศอินเดีย (India) ได้เปิดฉากขึ้นแล้วในด้านการเงิน การธนาคาร และเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมระบุเพิ่มเติมผ่านสำนักข่าวทาสนิม (Tasnim News Agency) ว่า การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม BRICS ที่กำลังจะจัดขึ้นในเดือนกันยายนนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญยิ่งในการพบปะกับบรรดาเจ้าหน้าที่จากประเทศสมาชิก ซึ่งประเทศอิหร่าน (Iran) มีการแลกเปลี่ยนและปฏิสัมพันธ์ทางด้านการเงินและการธนาคารอย่างครอบคลุมที่สุด โดยประเทศอิหร่าน (Iran) เชื่อมั่นว่าประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS สามารถดำเนินกิจกรรมทางการค้าโดยใช้สกุลเงินท้องถิ่นของตนเองได้ และกำลังผลักดันความร่วมมือทางการเงินในรูปแบบทวิภาคีและไตรภาคีร่วมกับบรรดาชาติสมาชิกเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจยามสงครามของประเทศอิหร่าน (Iran) ซึ่งเป็นผลมาจากความขัดแย้งกับประเทศสหรัฐฯ (US) จนส่งผลให้เกิดการเลิกจ้างงานระลอกใหญ่ในหลากหลายภาคอุตสาหกรรม รายงานจากสำนักข่าวนิวยอร์กไทมส์ (The New York Times) ระบุว่า บรรดาเจ้าหน้าที่ของประเทศอิหร่าน (Iran) ประเมินว่ามีประชาชนราว 2 ล้านคนต้องสูญเสียงาน "ทั้งทางตรงและทางอ้อม" สืบเนื่องจากความขัดแย้งและการปิดกั้นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั่วประเทศเป็นระยะเวลานาน
ภาคธุรกิจทั่วประเทศอิหร่าน (Iran) ได้เริ่มดำเนินการเลิกจ้างพนักงาน ในขณะที่ระบบเศรษฐกิจของประเทศกำลังดิ้นรนอย่างหนักภายใต้แรงกดดันจากความหยุดชะงักที่เกี่ยวข้องกับสงคราม มาตรการลงโทษหรือคว่ำบาตร ความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน และมาตรการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตที่บังคับใช้โดยรัฐบาล ทั้งนี้ นายโกลามโฮสเซน โมฮัมมาดี (Gholamhossein Mohammadi) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานแห่งประเทศอิหร่าน (Iran) เปิดเผยผ่านสำนักข่าวทาสนิม (Tasnim News Agency) ว่า ความขัดแย้งดังกล่าวได้ส่งผลให้เกิดการสูญเสียตำแหน่งงานไปแล้วมากกว่า 1 ล้านตำแหน่ง และทำให้ประชาชนอีกกว่า 2 ล้านคนตกอยู่ในภาวะ "ว่างงานทั้งทางตรงและทางอ้อม"
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.jpost.com/international/article-905251?utm_id=97758_v0_s00_e0_tv1_a1demo0e5c1x8r&fbclid=IwY2xjawTpezpwZG9mAWV4dG4DYWVtAjEwAGJyaWQRMTR3STRlcTkxd2VNOUhzRExzcnRjBmFwcF9pZBAyMjIwMzkxNzg4MjAwODkyAAEeNufduG1ZQtLK8h_P1xGVTxJkY_HvdDj6c5rvh0hWSx7v9S3qPIA-cNWk3mE_aem_rJMYPGfnitKM2CYvgwFLYg