.
ไทยผงาดผู้ผลิต PCB อันดับ 1 อาเซียน อันดับ 5 โลก ดึงเงินลงทุนกว่า $10,000 ล้าน รับห่วงโซ่อุปทาน AI ผ่านแผงวงจรพิมพ์ที่ขาดไม่ได้
2-9-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า ในขณะที่ประเทศมาเลเซีย (Malaysia) เป็นผู้นำด้านเซมิคอนดักเตอร์ และประเทศเวียดนาม (Vietnam) โดดเด่นด้านการประกอบ ชิ้นส่วนแผงวงจรพิมพ์จากประเทศไทย (Thailand) กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่คอยค้ำจุนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับโลก
ท่ามกลางการแข่งขันพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้ชิปเซมิคอนดักเตอร์จะได้รับความสนใจหลัก แต่เบื้องหลังความสำเร็จยังมีแผงวงจรพิมพ์ หรือ PCB (Printed Circuit Boards) ซึ่งเป็นโครงข่ายสายทองแดงเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่มือถือไปจนถึงตู้เซิร์ฟเวอร์ศูนย์ข้อมูล (Data centres) หากปราศจาก PCB ชิป AI ก็ไม่สามารถประมวลผลคำสั่งได้
ปีนี้ โรงงานของบริษัท เวลเทค อิเล็กทรอนิกส์ (WellTek Electronics) ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (Ayutthaya) จะผลิต PCB กว่า 1 ล้านตารางเมตร (10.8 ล้านตารางฟุต) เพื่อป้อนห่วงโซ่อุปทานโลก
“PCB มีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน โดยแฝงอยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด” นางเจนนี่เฟอร์ เต็ง (Jennifer Deng) ผู้ก่อตั้งบริษัท เวลเทค อิเล็กทรอนิกส์ (WellTek Electronics) กล่าว โดยเธอขยายฐานจากบริษัทแม่ คือ บริษัท เจียงซี เว่ยกวาง อิเล็กทรอนิกส์ (Jiangxi Welgao Electronics) จากประเทศจีน (China) มาตั้งบริษัทย่อยในไทยเมื่อ 2 ปีก่อน
ปัจจุบัน ประเทศไทย (Thailand) ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิต PCB อันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia) และเป็นอันดับ 5 ของโลก โดยโรงงานของเวลเทค มูลค่า 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างเสร็จในเวลาไม่ถึง 1 ปี เป็นแห่งแรกจากแผนการก่อสร้าง 2 แห่งในอยุธยา เพื่อปรับโครงสร้างพื้นที่รองรับยุค AI
เส้นทางสู่ความสำเร็จจากแผงวงจร
ขณะที่ประเทศมาเลเซีย (Malaysia) เด่นด้านเซมิคอนดักเตอร์ และประเทศเวียดนาม (Vietnam) นำด้านการประกอบ แต่ PCB คือความได้เปรียบแข่งขันของประเทศไทย (Thailand) ซึ่งเป็นผลมาจากสงครามการค้าของกรุงวอชิงตัน (Washington) และจังหวะเวลาของไทยในการเปิดรับบริษัทที่มองหาฐานผลิตใหม่เพื่อหลบเลี่ยงภาษี
“ความต้องการของตลาดบังคับให้ต้องย้ายฐานมาประเทศไทย (Thailand)” นางเจนนี่เฟอร์ เต็ง (Jennifer Deng) กล่าว พร้อมตั้งเป้าสร้างโรงงานแห่งที่สองและเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 3 เท่า กว่า 3.6 ล้านตารางเมตร (38.8 ล้านตารางฟุต) ต่อปี โดยระบุว่าพันธมิตรยุโรปและอเมริกาต่างขอให้ตั้งฐานผลิตนอกประเทศจีน (China)
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ (Narit Therdsteerasukdi) เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ (Board of Investment - BOI) เปิดเผยว่า มูลค่าการลงทุนในอุตสาหกรรม PCB และชิปส่วนประกอบทะลุ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สะท้อนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของไทย โดยเป้าหมายถัดไปคือการไต่ระดับสู่ห่วงโซ่อุปทานมูลค่าสูงขึ้นด้วยแรงงานทักษะสูง
ขุมทรัพย์จากแผงวงจรพิมพ์
แม้นโยบายอุตสาหกรรมในอดีตทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตช้าเพียงร้อยละ 2.4 ในปีที่ผ่านมา เทียบกับประเทศเวียดนาม (Vietnam) ที่ร้อยละ 8 แต่ข้อมูลจากสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย (Thailand Printed Circuit Association) พบว่านับตั้งแต่ปี 2023 เงินลงทุนใหม่ในอุตสาหกรรม PCB ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ราวร้อยละ 60 ได้ไหลเข้าสู่ประเทศไทย (Thailand)
นายภูธนา ดาวเรือง (Phutana Daoruang) ผู้จัดการทั่วไปของสมาคมฯ ระบุว่า ไทยมีโครงสร้างพื้นฐานเดิมจากบริษัทไต้หวันที่เข้ามาตั้งฐาน ทำเล โลจิสติกส์ สิทธิประโยชน์ภาษี และการจ่ายไฟที่เสถียรเมื่อเทียบกับเวียดนามและมาเลเซีย รวมถึงการเชื่อมต่อท่าเรือแหลมฉบัง (Laem Chabang) ทำให้ไทยได้เปรียบ
ปัจจุบัน ไทยมีบริษัท PCB ราว 50 แห่ง ครองส่วนแบ่งตลาดโลกร้อยละ 5 และตั้งเป้าเพิ่มส่งออก 8-10 เท่า คิดเป็นมูลค่า 18,000 ถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อชิงส่วนแบ่งร้อยละ 20 จากตลาดโลกที่คาดว่าจะแตะ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตอบรับเม็ดเงินมหาศาลที่ไหลเข้าสู่ศูนย์ข้อมูล
แรงกดดันจากการแข่งขันที่ร้อนแรง
PCB สำหรับการ์ดเร่งความเร็ว AI (AI accelerator card) ต้องซ้อนชั้นหนาแน่น ทนความร้อนสูง และส่งผ่านข้อมูลความเร็วสูงต่างจาก PCB ทั่วไป โดยไทยดึงดูดเงินลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data centres) ได้มหาศาล แต่เริ่มมีกระแสวิจารณ์ว่าศูนย์ข้อมูลกินไฟและน้ำมาก แต่สร้างงานน้อย ทำให้ไทยเสี่ยงรับภาระสิ่งแวดล้อมไม่คุ้มค่าเศรษฐกิจ
ขณะที่บริษัท เดลต้า อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (Delta Electronics Thailand) ซึ่งมีมูลค่าตลาดเกิน 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กำลังเน้นพัฒนาระบบพลังงานและความเย็นให้ศูนย์ข้อมูล โดยชี้ว่าบุคลากรวิศวกรรม โครงสร้างพื้นฐานพลังงาน และห่วงโซ่อุปทานที่ลึกซึ้ง จะสร้างความได้เปรียบยั่งยืนให้ไทย อย่างไรก็ดี เดลต้ายอมรับว่ายังต้องระวังความเสี่ยงจากภาษี ภาวะขาดแคลนวิศวกร และการแข่งขันที่รุนแรง
ในระดับปฏิบัติการ นายภูธนา (Phutana Daoruang) เตือนว่า การผลิต PCB ต้องใช้น้ำบริสุทธิ์สูงปริมาณมหาศาล ซึ่งแย่งชิงทรัพยากรกับภาคส่วนอื่น รวมถึงปัญหาขาดแคลนวัสดุลามิเนต (Laminates) และเคมีภัณฑ์จากผลกระทบสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอล (US-Israel) กับประเทศอิหร่าน (Iran)
ด้านนายสมนึก จงมีวศิน (Somnuck Jongmeewasin) ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยกลุ่ม อีอีซี วอทช์ (EEC Watch) มองว่า ระบบอัตโนมัติทำให้โรงงาน PCB จ้างงานน้อยลง และขาดการถ่ายทอดเทคโนโลยี ทำให้ไทยเป็นเพียง "สายการประกอบ" โดยทุนจีนส่วนใหญ่ใช้แรงงานปฏิบัติการจากประเทศเมียนมา (Myanmar) และผู้บริหารจากประเทศจีน (China)
อย่างไรก็ตาม นางสาวพณิชา หารปฐมนันท์ (Panisa Harnpathananun) จากสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ สอวช. (NXPO) ประเมินว่า ภาคส่วนนี้ต้องการแรงงานทักษะสูงราว 225,000 คน ใน 5 ปีข้างหน้า ขณะที่ไทยผลิตวิศวกรอิเล็กทรอนิกส์ได้เพียง 1,100 คนในปี 2024 ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีความพยายามเร่งรัดหลักสูตรและฝึกอบรมทักษะใหม่ (Retrain) จากอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมองว่า PCB คือโอกาสอาชีพเชิงยุทธศาสตร์สำคัญของบัณฑิตจบใหม่
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/week-asia/economics/article/3365614/inside-thailands-bid-wire-worlds-ai-revolution?module=perpetual_scroll_0&pgtype=article