.
ตลาดทองคำขาขึ้นจะดำเนินต่อไปยาวนานเพียงใด? คำตอบอาจเป็น “ตลอดไป”
2-9-2026
Money Metals รายงานว่า จอห์น ลาฟอร์จ (John LaForge) จากบริษัท เนด เดวิส รีเสิร์ช (Ned Davis Research) เตือนตราบใดที่นักการเมืองทั่วโลกยังคงเดินหน้าสร้างหนี้และด้อยค่าเงินตรา ตลาดทองคำขาขึ้นจะยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายปี
ตลาดทองคำขาขึ้นจะดำเนินต่อไปยาวนานเพียงใด? คำตอบอาจเป็น “ตลอดไป”
นั่นคือมุมมองของ นายจอห์น ลาฟอร์จ (John LaForge) หัวหน้านักยุทธศาสตร์การลงทุนทางเลือก จากบริษัท เนด เดวิส รีเสิร์ช (Ned Davis Research) แม้ว่าเขาไม่ได้ใช้คำว่า “ตลอดไป” ตรง ๆ แต่คำให้สัมภาษณ์ผ่านสำนักข่าวคิตโค นิวส์ (Kitco News) ก็นำไปสู่ข้อสรุปในลักษณะดังกล่าว
“ผมคิดว่าราคาทองคำจะพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุด ก็ต่อเมื่อเราเรียนรู้วิธีการรับมือกับสถานการณ์หนี้สิน ยิ่งเราปล่อยให้ปัญหานี้คาราคาซาซมโดยไม่ชำระคืน และยังคงสะสมหนี้สินเหล่านี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ราคาทองคำก็จะยิ่งปรับตัวสูงขึ้นไปได้อีก” นายจอห์น ลาฟอร์จ (John LaForge) กล่าว
เมื่อพิจารณาจากการที่ไม่มีผู้ใดเต็มใจทำในสิ่งที่จำเป็นเพื่อ “จัดการกับสถานการณ์หนี้สิน” ราคาทองคำจึงมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือจนกว่าระบบเงินตราที่ไร้สิ่งซัพพอร์ต (Fiat system) จะล่มสลายลงในที่สุด
“ทั้งหมดที่ผมทราบคือ แนวโน้มยังคงเป็นขาขึ้นจนกว่าเราจะจัดการกับหนี้สาธารณะของรัฐบาล” นายจอห์น ลาฟอร์จ (John LaForge) ระบุ “ผมคิดว่าเรายังคงสามารถเห็นราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นต่อไปได้อีกหลายปี เพราะผมไม่รู้สึกเลยว่า บรรดานักการเมืองและผู้นำระดับโลกมีความต้องการที่จะจัดการกับปัญหานี้”
คำกล่าวของเขาสอดคล้องกับความเป็นจริง โดยในประเทศสหรัฐฯ (US) รัฐบาลยังคงใช้จ่ายงบประมาณมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในทุก ๆ เดือน ท่ามกลางยอดหนี้สาธารณะคงค้างที่สูงถึง 40 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และนับตั้งแต่เริ่มต้นปีงบประมาณ 2026 เป็นต้นมา รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้จ่ายเงินไปแล้วสูงถึง 6.28 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.3 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
การเพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายร้อยละ 3.3 อาจดูเหมือนไม่มากนัก แต่สังคมเคยได้รับคำมั่นสัญญาว่าจะมีการปรับลดงบประมาณรายจ่ายไม่ใช่หรือ?
โครงการกระทรวงประสิทธิภาพแห่งรัฐ หรือ โดจ (DOGE - Department of Government Efficiency) ดูมีความหวังในตอนแรก แต่เมื่อพาดหัวข่าวเริ่มจางหายไป การใช้จ่ายของรัฐบาลก็ยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีการลดทอน ขณะที่ร่างกฎหมายงบประมาณฉบับใหญ่ หรือ “บิ๊กบิวตีฟูลบิล” (Big Beautiful Bill) แม้จะมีการตัดลดงบประมาณบางส่วน แต่กลับเพิ่มการใช้จ่ายในส่วนอื่น ๆ เข้ามาแทน
ดังนั้น แม้จะมีการหารืออย่างกว้าง ๆ เกี่ยวกับ “การตัดลดงบประมาณ” แต่กลับแทบไม่มีความมุ่งมั่นที่แท้จริงจากทั้งสภาคองเกรส (Congress) หรือทำเนียบขาว (White House) ในการรับมือกับการใช้จ่ายที่บานปลาย ในทางกลับกัน ผู้มีอำนาจมักหาเหตุผลใหม่ ๆ ในการใช้จ่ายเงินอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการณ์ภายในประเทศหรือสงครามในต่างแดน
นายจอห์น ลาฟอร์จ (John LaForge) กล่าวเสริมว่า เขาไม่เห็นทางออกหรือทางลงจากปัญหานี้ในอนาคตอันใกล้ “ไม่มีทางที่จะชำระหนี้สินเหล่านี้ได้ นอกเหนือจากการด้อยค่าทุกสิ่งทุกอย่างลง ซึ่งนี่คือปัจจัยหนุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ทองคำเคยมีมา”
อันที่จริง นักวิเคราะห์ต่างเรียกการปรับเปลี่ยนการลงทุนจากสินทรัพย์ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ไปสู่ทองคำและเงิน (Silver) ว่าเป็น “กลยุทธ์การค้าเพื่อรับมือการด้อยค่าเงิน” (Debasement trade)
แม้ราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นายจอห์น ลาฟอร์จ (John LaForge) มองว่า ตลาดยังคงมีพื้นที่ให้ราคาทะยานสูงขึ้นได้อีกมาก และเชื่อว่าปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของวัฏจักรการเติบโตครั้งใหญ่ของสินค้าโภคภัณฑ์ หรือ “ซูเปอร์ไซเคิล” (Super-cycle)
“เรายังคงมีพื้นที่อีกมากสำหรับแนวโน้มนี้”
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางทั่วโลกเริ่มมองเห็นสัญญาณดังกล่าวอย่างชัดเจน และกำลังเร่งสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง โดยนายจอห์น ลาฟอร์จ (John LaForge) อธิบายว่า โลหะเหลืองชนิดนี้เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ไม่ระบุชื่อผู้ถือ (Bearer assets) เพียงไม่กี่ประเภทที่สามารถถือครองได้โดยอยู่นอกระบบสินเชื่อ ซึ่งสินทรัพย์ไม่ระบุชื่อผู้ถือหมายถึงรายการทางการเงินหรือดิจิทัลที่ตกเป็นกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ของผู้ที่ถือครองหรือควบคุมโดยตรง โดยไม่ต้องมีการจดทะเบียนหรือบันทึกสิทธิ์การเป็นเจ้าของอย่างเป็นทางการ
นั่นหมายความว่า ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยงจากคู่สัญญา (Counterparty risk)
“มีสินทรัพย์ไม่ระบุชื่อผู้ถือไม่มากนักที่ธนาคารกลางสามารถถือครองได้ โดยที่ทุกคนในโลกต่างยอมรับตรงกันว่า หากคุณส่งทองคำแท่งให้พวกเขา พวกเขาก็พร้อมจะกล่าวว่า 'ตกลง ฉันยอมรับสิ่งนี้เป็นการชำระเงิน'” นายจอห์น ลาฟอร์จ (John LaForge) กล่าว
เมื่อถูกถามว่านี่คือช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของทองคำหรือไม่ นายจอห์น ลาฟอร์จ (John LaForge) แสดงความเห็นด้วยพร้อมทิ้งท้ายว่า “ทองคำกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ที่สุดในประวัติศาสตร์ และนี่คือช่วงเวลาที่ปัจจัยเกื้อหนุนทุกอย่างกำลังประจวบเหมาะกันพอดี”
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.moneymetals.com/news/2026/09/01/a-forever-gold-bull-market-005174