เกาหลีใต้ประกาศเพิ่มทุนสำรองทองคำ
เกาหลีใต้ประกาศเพิ่มทุนสำรองทองคำ แต่เปิดฉากซื้อ ‘ทองคำกระดาษ’ ผ่าน ETF สหรัฐฯ ก่อนซื้อทองคำแท่ง ท่ามกลางคำเตือนความเสี่ยงคู่สัญญา
29-8-2026
Money Metals รายงานว่า ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) ได้ประกาศแผนการที่จะเพิ่มปริมาณทองคำสำรองของประเทศเมื่อเร็วๆ นี้ ทว่าจนถึงปัจจุบัน ทางการกลับดำเนินการเพียงแค่การเข้าซื้อสินทรัพย์ในรูปแบบ "สินทรัพย์กระดาษ" (Paper assets) เท่านั้น
ตามรายงานที่ยื่นต่อ U.S. Securities and Exchange Commission (SEC) ของประเทศสหรัฐฯ (US) ระบุว่า ธนาคารแห่งประเทศเกาหลี หรือ Bank of Korea (BOK) ได้เข้าซื้อหุ้นของกองทุน SPDR Gold Trust ETF จำนวน 679,765 หุ้น ในช่วงไตรมาสที่สองที่ผ่านมา โดยมูลค่าการถือครองหุ้น ETF ของธนาคารกลางเกาหลีใต้มีมูลค่าอยู่ที่ 3.545 แสนล้านวอน (ประมาณ 250.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ณ สิ้นเดือนมิถุนายน
แม้ว่ากองทุน ETF จะเป็นช่องทางที่สะดวกสบายสำหรับนักลงทุนในการเข้ามามีส่วนร่วมในตลาดทองคำ แต่การเป็นเจ้าของหุ้น ETF นั้น มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการถือครองทองคำกายภาพ (Physical gold)
กองทุน ETF สื่อถึงตะกร้าการลงทุนที่ทำการซื้อขายในตลาดในฐานะนิติบุคคลเดี่ยว โดย ETF สามารถเลียนแบบดัชนีราคาของโภคภัณฑ์ชนิดเดียว เช่น น้ำมัน หรือสามารถถือครองสินทรัพย์ที่หลากหลาย เช่น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งสัดส่วนของหลักทรัพย์ที่จัดเก็บอยู่ใน ETF นั้นขึ้นอยู่กับการออกแบบของกองทุน
หุ้นของ ETF ถูกนำมาเสนอขายในกระดานซื้อขายเช่นเดียวกับหุ้นทั่วไป โดยราคาจะมีการปรับตัวขึ้นและลงตลอดวันทำการซื้อขายตามแรงซื้อและแรงขายในตลาด เช่นเดียวกับหุ้นหรือพันธบัตร
กองทุน ETF ที่มีทองคำหนุนหลัง (Gold-backed ETF) โดยทั่วไปจะเคลื่อนไหวตามราคาทองคำ แต่เนื่องจากมีกลไกและปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงไม่ได้มีความสัมพันธ์ผันแปรตามกันแบบหนึ่งต่อหนึ่ง (One-to-one correlation)
ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ แม้ว่า ETF ทองคำจะเป็นวิธีที่สะดวกในการเก็งกำไรตามทิศทางราคาทองคำ แต่นักลงทุนไม่ได้เป็นผู้ครอบครองทองคำจริงแม้แต่น้อย แต่เป็นการถือครองเพียง "เอกสารกระดาษ" เท่านั้น นอกจากนี้ นักลงทุนยังไม่สามารถมั่นใจได้แน่ชัดว่ากองทุนดังกล่าวมีทองคำหนุนหลังเต็มจำนวนตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ โดยต้องพึ่งพาเพียงคำยืนยันของกองทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่กองทุนมีเงินทุนไหลเข้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งในสถานการณ์ดังกล่าวมักประสบปัญหาหรือความล่าช้าในการจัดหาเนื้อโลหะทองคำจริงเข้ามาจัดเก็บ
ทั้งนี้ กองทุน SPDR Gold Trust ETF ถือเป็นกองทุนที่มีทองคำหนุนหลังขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยเป็นกองทุนที่มีฐานอยู่ในประเทศสหรัฐฯ (US) และทำการจัดเก็บทองคำแท่งไว้ในห้องนิรภัย ณ นครนิวยอร์ก (New York) และกรุงลอนดอน (London)
"ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น ความสนใจในทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven asset) จึงปรับตัวสูงขึ้น และเราได้ประเมินแล้วว่า BOK จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณการถือครองทองคำซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนค่อนข้างน้อย" นายจอง ฮีซอบ (Jung Hee-sup) ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารเงินทุนสำรองของ Bank of Korea (BOK) กล่าว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้กำลังดำเนินการอยู่นั้นกลับไม่ได้เป็นการเข้าซื้อทองคำแท่งจริง แต่เป็นการซื้อเอกสารกระดาษที่มีทองคำอ้างอิง ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นเพียงการแลกเปลี่ยนความเสี่ยงจากคู่สัญญา (Counterparty risk) ชุดหนึ่งไปสู่ความเสี่ยงของคู่สัญญาอีกชุดหนึ่งเท่านั้น
ความเสี่ยงจากคู่สัญญา (Counterparty risk) คืออะไร?
อธิบายอย่างง่าย ความเสี่ยงจากคู่สัญญา คือความเป็นไปได้ที่คู่สัญญาอีกฝ่ายในธุรกรรมอาจไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันของตนได้ ยกตัวอย่างเช่น หากมีการปล่อยกู้เงินจำนวน 200 ดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่บุคคลหนึ่ง ย่อมมีความเสี่ยงเสมอที่บุคคลนั้นจะไม่นำเงินมาชำระคืน ความเป็นไปได้ดังกล่าวคือตัวแทนของความเสี่ยงจากคู่สัญญาที่ผู้ให้กู้ต้องแบกรับ
กองทุน ETF ได้นำพาความเสี่ยงจากคู่สัญญาในระดับสูงเข้ามา เนื่องจากการที่กองทุน ETF อาจเผชิญปัญหาในการจัดหาเนื้อโลหะทองคำ และอาจไม่ได้มีทองคำหนุนหลังในระดับที่เหมาะสม นอกจากนี้ กองทุนยังอาจบริหารจัดการผิดพลาด หรือแม้กระทั่งถูกปิดตัวลง ขณะที่บุคคลหรือหน่วยงานอื่นอาจทำการระงับการเข้าถึงกองทุน หรือทำการยึดหุ้นที่ถือครองไว้
กล่าวอีกนัยหนึ่ง การเข้าซื้อ ETF ได้นำมาซึ่งความเสี่ยงหลายประการที่บรรดาธนาคารกลางทั่วโลกกำลังพยายามหลีกเลี่ยงผ่านการถือครองทองคำ
บรรดาธนาคารกลางทั่วโลกกำลังเร่งสะสมทองคำเพื่อเป็นเกราะป้องกันตนเองจากความเสี่ยงของคู่สัญญาที่แฝงอยู่ในระบบสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (U.S. dollar) โดยมีความกังวลเกี่ยวกับวินัยทางการเงินที่ล้มเหลวของประเทศสหรัฐฯ (US) และภาระหนี้สินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการนำสกุลเงินดอลลาร์มาใช้เป็นอาวุธ (Weaponization of the dollar) และแนวโน้มที่ประเทศสหรัฐฯ (US) จะใช้สกุลเงินของตนเป็นเครื่องมือต่อรองทางนโยบายการต่างประเทศ
ดังนั้น การเข้าซื้อ ETF ทองคำที่มีฐานอยู่ในประเทศสหรัฐฯ (US) จึงเปรียบเสมือนการกระโดดจากกระทะร้อนลงสู่กองไฟ
แผนการเข้าซื้อทองคำกายภาพของเกาหลีใต้
กระนั้นก็ตาม ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) มีแผนงานที่จะขยายปริมาณทองคำสำรองกายภาพเช่นกัน โดยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ทางการได้ประกาศกรอบนโยบายในการจัดซื้อทองคำจากผู้ประกอบการเหมืองแร่ภายในประเทศเกาหลีใต้ ณ ระดับราคาตลาดโลก (Spot prices)
องค์กร Korea Exchange และ Korea Securities Depository จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและดูแลการทำธุรกรรม โดยมีบริษัท LS MnM และบริษัท Korea Zinc ซึ่งเป็นผู้ผลิตทองคำภายในประเทศ เป็นผู้จัดหาทองคำที่ได้มาตรฐานตามเกณฑ์
ผู้ผลิตทองคำของประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) ทั้งสองรายนี้ มีกำลังการผลิตทองคำรวมกันประมาณ 4 ถึง 5 ตันต่อปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่า Bank of Korea (BOK) จะทำการจัดซื้อผลผลิตส่วนหนึ่งจากผู้ผลิตดังกล่าว "เมื่อภาวะตลาดและสภาวะการบริหารจัดการทุนสำรองมีความเหมาะสม"
โครงสร้างของกลไกดังกล่าวจะช่วยให้ Bank of Korea (BOK) สามารถชำระราคาธุรกรรมเป็นสกุลเงินวอนเกาหลีใต้ (Korean won) ซึ่งหมายความว่าธนาคารกลางไม่จำเป็นต้องดึงเงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศออกมาใช้งาน
นอกจากนี้ มีรายงานว่าทองคำดังกล่าวจะถูกนำไปจัดเก็บไว้ภายในประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) ต่างจากทองคำสำรองส่วนใหญ่ของประเทศในปัจจุบันที่ถูกนำไปจัดเก็บไว้ในห้องนิรภัย ณ กรุงลอนดอน (London)
ครั้งล่าสุดที่ Bank of Korea (BOK) ได้ทำการขยายทุนสำรองทองคำเกิดขึ้นเมื่อ 13 ปีที่แล้ว โดยปัจจุบันประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) ถือครองทองคำสำรองอยู่เพียงกว่า 104 ตัน คิดเป็นสัดส่วนราว 1.1% ของทุนสำรองทั้งหมดของประเทศ
นายจอง ฮยอนจง (Jung Hyun-jong) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ Korea Investment and Securities กล่าวว่า ความสนใจทองคำที่หวนกลับมาอีกครั้งของธนาคารกลาง เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่ขยายตัวในวงกว้างของประเทศเกาหลีใต้ (South Korea)
"ในอดีต ความต้องการในภาคเครื่องประดับคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของตลาดทองคำ แต่สัดส่วนความต้องการเพื่อการลงทุนและสัดส่วนความต้องการจากธนาคารกลางได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าทองคำกำลังเปลี่ยนสถานะจากการเป็นเพียงโภคภัณฑ์เพื่อการบริโภคทั่วไป สู่การเป็นสินทรัพย์ทางการเงินและสกุลเงินทางเลือกที่สามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ อัตราเงินเฟ้อ และการด้อยค่าของสกุลเงิน" นายจอง ฮยอนจง (Jung Hyun-jong) ระบุ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.moneymetals.com/news/2026/08/27/south-korea-expands-paper-instead-of-gold-reserves-005165