.
Thailand
จีนถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ต่ำสุดในรอบ 18 ปี
19-9-2026
ข้อมูลใหม่จากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่า การถือครองหลักทรัพย์รัฐบาลสหรัฐฯ (U.S. Treasury securities) ของจีนลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 18 ปีในเดือนกรกฎาคม ไม่ใช่แค่จีนเท่านั้น รัฐบาลต่างประเทศกำลังลดการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขณะที่กองทุนเฮดจ์ฟันด์และนักลงทุนเอกชนประเภทอื่น ๆ กำลังเข้ามาเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว
สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงบางประการต่อความสามารถของสหรัฐฯ ในการกู้ยืมเงินด้วยต้นทุนที่ต่ำ เนื่องจากนักวิเคราะห์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจสร้างแรงกดดันให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงขึ้น
การถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ของจีนลดลงเหลือ 618,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2008 ที่ตอนนั้นอยู่ที่ 573,700 ล้านดอลลาร์
จีน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับสองของโลก ได้ลดการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้อย่างต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมา และเร่งกระบวนการดังกล่าวหลังปี 2022 เมื่อสหรัฐฯ อายัดทรัพย์สินของรัสเซีย ส่งผลให้หลายประเทศเริ่มกลับมาทบทวนอีกครั้งว่า ควรเก็บความมั่งคั่งของประเทศไว้ในสหรัฐฯ หรือไม่
จีนอาจย้ายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ บางส่วนไปฝากไว้กับ ผู้รับฝากทรัพย์สิน (custodians) ที่อยู่นอกสหรัฐฯ ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะประเมินสถานการณ์ที่แท้จริงได้อย่างแม่นยำ
โดยภาพรวม การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และมูลค่าการถือครองโดยรวมยังคงอยู่ในระดับค่อนข้างทรงตัว
ในช่วงหลายปีก่อนเกิดวิกฤตการเงินปี 2008 ธนาคารกลางต่าง ๆ เป็นผู้ซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ “ไม่อ่อนไหวต่อราคา” (price-insensitive) กล่าวคือ พวกเขามองการถือครองพันธบัตรเหล่านี้ว่าเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยอย่างยิ่ง
ปัจจุบัน กองทุนเฮดจ์ฟันด์และนักลงทุนเอกชนซึ่ง อ่อนไหวต่อราคา มากกว่า มีสัดส่วนที่ใหญ่ขึ้นในกลุ่มผู้ซื้อ และนักลงทุนเหล่านี้ไม่ได้เป็นผู้ลงทุนประเภท “ซื้อแล้วถือยาว” ทั้งหมด
ปัญหาคืออะไร? ในช่วงที่ตลาดเกิดความตึงเครียด การเปลี่ยนแปลงของความเชื่อมั่นอย่างรวดเร็ว “อาจกระตุ้นให้เกิดการขายอย่างฉับพลันและสร้างความตึงเครียดต่อระบบการเงิน” ตามที่ Gian Maria Milesi-Ferretti นักวิชาการอาวุโสจาก Brookings เขียนไว้เมื่อไม่นานมานี้
ที่มา Axios
© Copyright 2020, All Rights Reserved