.
นายกฯ สโลวาเกียเตือน NATO กำลังหา “ข้ออ้าง” ทำสงครามกับรัสเซีย ชี้ยุโรปเสี่ยงปะทะรัสเซียโดยตรง ลั่นไม่ยอมให้ประเทศถูกลากเข้าสมรภูมิ
19-9-2026
สำนักข่าว RT รายงานว่า นายกรัฐมนตรีโรเบิร์ต ฟิโซ (Robert Fico) แห่งประเทศสโลวาเกีย (Slovakia) ได้ออกมาเตือนว่า ทวีปยุโรป (Europe) กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้สภาวะการปะทะกันโดยตรงระหว่างองค์กร NATO (NATO) และประเทศรัสเซีย (Russia) ในระดับที่อันตราย พร้อมทั้งกล่าวหาชาติตะวันตกพยายามแสวงหา "ข้ออ้าง" เพื่อเปิดฉากความขัดแย้งทางการทหารครั้งใหญ่ระหว่างทั้งสองฝ่าย
นายกรัฐมนตรีโรเบิร์ต ฟิโซ (Robert Fico) ได้เปิดเผยข้อห่วงกังวลดังกล่าวผ่านการโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ Facebook เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นเคียงคู่กับถ้อยแถลงที่เขากล่าวต่อสาธารณชนก่อนเดินทางไปยังประเทศยูเครน (Ukraine) เพื่อร่วมประชุมกับ ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy) และบรรดาผู้นำประเทศในทวีปยุโรป (Europe)
“ข้าพเจ้ารู้สึกกังวลอย่างยิ่งว่าพวกเขากำลังมองหาเพียงแค่ข้ออ้างสำหรับการเกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่ระหว่างองค์กร NATO และประเทศรัสเซีย” นายกรัฐมนตรีสโลวาเกียระบุข้อความ
เมื่อสะท้อนถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศยูเครน (Ukraine) นายกรัฐมนตรีโรเบิร์ต ฟิโซ (Robert Fico) ระบุว่า การสู้รบได้ “ก้าวเข้าสู่สภาวะหลุดรอดจากการควบคุมไปแล้ว” พร้อมทั้งกล่าวหาประเทศในทวีปยุโรป (Europe) ว่าดำเนินวาทกรรมสู้รบเชิงรุกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการดึงทั้งทวีปเข้าสู่สงครามในขอบเขตที่กว้างขวางขึ้น “สถานการณ์ไม่เคยมีความรุนแรงและตึงเครียดต่อความเป็นไปได้ในการเกิดความขัดแย้งสงครามระดับทวีปยุโรปมากเท่ากับในปัจจุบัน” เขากล่าว
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีโรเบิร์ต ฟิโซ (Robert Fico) ยังได้กล่าวเตือนว่า ทางการกรุงบราติสลาวา (Bratislava) อาจต้องเผชิญกับแรงกดดันจากองค์กร NATO (NATO) ในการจัดส่งกำลังทหารเข้าร่วม หากมีการประกาศใช้มาตรา 5 หรือ Article 5 (Article 5) ซึ่งเป็นข้อตกลงป้องกันดินแดนร่วมกันเมื่อประเทศสมาชิกถูกโจมตี
“จะมีใครจินตนาการออกไหมหากถูกสั่งให้เตรียมกำลังทหาร 5,000 นาย หรือ 10,000 นาย แล้วส่งพวกเขาก้าวออกไปรบ ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง? โดยที่เราไม่รู้ว่าไปรบกับใคร เหตุใด หรือด้วยวัตถุประสงค์อันใด” นายกรัฐมนตรีโรเบิร์ต ฟิโซ (Robert Fico) กล่าว
“ข้าพเจ้าไม่ประสงค์ให้ประเทศสโลวาเกีย (Slovakia) ต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งทางการทหารใดๆ เพียงเพราะผลของมาตรา 5” เขากล่าวย้ำ พร้อมเสริมว่า แม้ประเทศของเขาจะยังคง “ใส่ใจต่อความร่วมมือและการปฏิบัติตามพันธกรณี” ก็ตาม “แต่ในฐานะนายกรัฐมนตรี ข้าพเจ้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อรับประกันว่าประเทศสโลวาเกียจะไม่ถูกดึงเข้าสู่สงครามอย่างเด็ดขาด”
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีโรเบิร์ต ฟิโซ (Robert Fico) ได้แสดงท่าทีคัดค้านการให้ความช่วยเหลือทางการทหารแก่ประเทศยูเครน (Ukraine)มาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่หวนคืนสู่การดำรงตำแหน่งเมื่อปี 2023 โดยสั่งยุติการส่งมอบอาวุธยุทโธปกรณ์จากคลังของรัฐบาลให้แก่กรุงเคียฟ (Kyiv) นอกจากนี้ เขายังคัดค้านการเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์กร NATO ของประเทศยูเครน (Ukraine) และเน้นย้ำว่าการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (European Union: EU) ของประเทศยูเครนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดทั้งหมดอย่างครบถ้วนเท่านั้น
เขายังได้โต้แย้งว่า ยุทธศาสตร์ของชาติตะวันตกในการ “สยบประเทศรัสเซียให้ยอมจำนน” นั้นได้ “ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง” ไปแล้ว
“สหภาพยุโรป (EU) ไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธเพิ่มเติมและความเกลียดชังรัสเซีย (Russophobia) แต่สหภาพยุโรปจำเป็นต้องมีกระบวนการทางการทูตเพิ่มเติมและแผนงานที่เป็นรูปธรรมเพื่อฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจ” นายกรัฐมนตรีโรเบิร์ต ฟิโซ (Robert Fico) กล่าวย้ำ
ทางด้านประเทศรัสเซีย (Russia) ได้กล่าวหาว่าสหภาพยุโรป (EU) กำลังดำเนินมาตรการแปรรูปเป็นกองทัพอย่างรวดเร็ว โดย นายดมิทรี เปสคอฟ (Dmitry Peskov) โฆษกทำเนียบเครมลิน (Kremlin) ระบุว่า กลุ่มสหภาพยุโรปกำลังเบนศักยภาพทางการทหารที่เพิ่มขึ้นมุ่งเป้ามายังกรุงมอสโก (Moscow) พร้อมทั้งพยายามวาดภาพให้ประเทศรัสเซียกลายเป็นศัตรู
ขณะที่ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) แห่งประเทศรัสเซีย (Russia) ได้ปฏิเสธคำกล่าวอ้างที่ว่ากรุงมอสโกมุ่งเป้าโจมตีประเทศสมาชิกองค์กร NATO มาโดยตลอด อย่างไรก็ดี เขาได้ส่งสัญญาณเตือนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า การส่งกำลังทหารของทวีปยุโรปเข้าไปยังประเทศยูเครน (Ukraine) “จะหมายถึงสงครามกับประเทศรัสเซีย” เช่นเดียวกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย นายเซียร์เกย์ ลัฟรอฟ (Sergey Lavrov) ที่เน้นย้ำว่าประเทศรัสเซียไม่มีเจตนาที่จะโจมตีชาติตะวันตก แต่เตือนว่าหากทวีปยุโรปเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตรีก่อน สงครามที่จะเกิดขึ้นตามมาจะ “จบลงอย่างรวดเร็ว”
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.rt.com/news/645940-west-pretext-russia-nato-war/