จีนเดินรุกธุรกิจ "เภสัชกรรมอวกาศ"
จีนเดินรุกธุรกิจ "เภสัชกรรมอวกาศ" ใช้สภาวะไร้แรงโน้มถ่วงยกระดับการพัฒนาตัวยา มุ่งรองรับมูลค่าเศรษฐกิจอวกาศแตะ $1.8 ล้านล้าน
3-10-2026
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า บริษัทการบินอวกาศเชิงพาณิชย์ของจีนจับมือห้องปฏิบัติการวิจัยระดับชาติ ร่วมกันพัฒนาอุปกรณ์บรรทุกด้านเภสัชกรรมเพื่อเตรียมส่งชุดทดลองสู่อวกาศด้วยจรวดขนส่งชนิดนำกลับมาใช้ใหม่ได้ภายในปี ค.ศ. 2027 มุ่งใช้ประโยชน์จากสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงยกระดับประสิทธิภาพการพัฒนาและตกผลึกยา
บริษัท ซีเอเอส สเปซ (CAS Space) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการและพัฒนาการบินอวกาศเชิงพาณิชย์ของประเทศจีน (China) ได้ประกาศความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ร่วมกับ ห้องปฏิบัติการกว่างโจว (Guangzhou Laboratory) ในการวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์บรรทุกด้านเภสัชกรรมสำหรับปฏิบัติการในอวกาศ โดยมีแผนที่จะใช้ยานอวกาศชนิดนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ในการทดสอบสมรรถนะและการทำงานจริงของอุปกรณ์บรรทุกดังกล่าวบนเที่ยวบินใต้วงโคจร (Suborbital Flight) ภายในปี ค.ศ. 2027
ในภารกิจชุดแรก จรวดขนส่งแบบนำกลับมาใช้ใหม่ได้รุ่น "ลี่หง-2" (Lihong-2) ของ บริษัท ซีเอเอส สเปซ (CAS Space) จะทำหน้าที่ขนส่งชุดอุปกรณ์ทดลองสู่อวกาศ เพื่อดำเนินการทดลองเกี่ยวกับการตกผลึกของโปรตีนและการตกผลึกของยาโมเลกุลเล็ก โดยทาง ห้องปฏิบัติการกว่างโจว (Guangzhou Laboratory) จะรับผิดชอบในการกำหนดโจทย์วิจัยเชิงวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการตกผลึกของยา การออกแบบขั้นตอนการทดลอง การบริหารจัดการตัวอย่างทดสอบ การควบคุมและเปรียบเทียบการทดลองบนพื้นดิน ตลอดจนการวิเคราะห์ผลลัพธ์ที่ได้จากการทดลองอย่างเป็นระบบ
นายสวีเฉียง (Xu Qiang) นักวิจัยหลักประจำ ห้องปฏิบัติการกว่างโจว (Guangzhou Laboratory) เปิดเผยว่า วงการแพทย์และการพัฒนายาสมัยใหม่กำลังมีความต้องการข้อมูลเชิงโครงสร้างที่มีคุณภาพสูงยิ่งขึ้น รูปแบบโครงสร้างผลึกของยาที่มีความเสถียรมากกว่าเดิม แบบจำลองสภาวะโรคที่มีความใกล้เคียงกับสรีรวิทยาของร่างกายมนุษย์มากยิ่งขึ้น ตลอดจนเครื่องมือและกลไกการคัดกรองที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งสภาพแวดล้อมพิเศษในอวกาศอาจเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดแนวทางใหม่เพื่อก้าวข้ามความท้าทายเหล่านี้
ทั้งนี้ สภาพแวดล้อมสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงในอวกาศสามารถเอื้อให้โปรตีนบางชนิดก่อตัวเป็นผลึกที่มีคุณภาพและความสมบูรณ์สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังส่งเสริมให้เกิดการทดลองรูปแบบใหม่ในการคัดกรองรูปแบบผลึกและการควบคุมขนาดอนุภาคของยาที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก นอกจากนี้ สภาวะดังกล่าวยังช่วยให้เซลล์สามารถรวมตัวและเจริญเติบโตเป็นโครงสร้างสามมิติได้ง่ายขึ้น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการศึกษากลไกการเกิดโรคและการตอบสนองต่อตัวยาได้อย่างแม่นยำ
สาขาเภสัชกรรมอวกาศจัดเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในภาคส่วนเศรษฐกิจอวกาศ เช่นเดียวกับการปรับปรุงพันธุ์พืชทางการเกษตรในอวกาศ (Space Breeding) การแปรรูปและสังเคราะห์วัสดุในอวกาศ ระบบอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม และธุรกิจการท่องเที่ยวอวกาศ
ขณะเดียวกัน รายงานการวิเคราะห์จาก สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) คาดการณ์ว่า มูลค่ารวมของภาคส่วนเศรษฐกิจอวกาศทั่วโลกจะขยายตัวขึ้นจาก 6.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (630 billion USD หรือราว 21.16 ล้านล้านบาท) ในปี ค.ศ. 2023 ไปสู่ระดับ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.8 trillion USD หรือราว 60.45 ล้านล้านบาท) ภายในปี ค.ศ. 2035 ด้านสถาบันการเงินชั้นนำอย่าง โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) และสถาบันวิจัยทางเศรษฐกิจอื่นๆ คาดการณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่า เศรษฐกิจอวกาศจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดจนมีมูลค่ารวมหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในช่วง 20 ปีข้างหน้า
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.xinhuathai.com/china