.
พายุสมบูรณ์แบบของหนี้สิน เศรษฐกิจ สงคราม ทองคำ และโลหะเงิน
2-1-2026
นักวิเคราะห์วัฏจักรทางการเงินและภูมิรัฐศาสตร์ระดับตำนาน มาร์ติน อาร์มสตรอง (Martin Armstrong) ระบุว่า ไม่ว่าจะมองไปในทิศทางใด ก็พบแต่ปัญหาใหญ่ที่กำลังก่อตัวและใกล้หลุดพ้นจากการควบคุม อาร์มสตรองมองเห็น “พายุสมบูรณ์แบบ” กำลังคืบคลานเข้ามาจากทุกด้าน
ขอเริ่มต้นด้วยสงครามในยูเครน ซึ่งดูเหมือนว่าสันติภาพอาจเป็นไปได้ จนกระทั่งรัสเซียอ้างว่ายูเครนได้โจมตีที่พำนักของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน นอกจากนี้ เพียงในวันนี้ก็มีพาดหัวข่าวใหม่ระบุว่า “ชาวรัสเซียมากกว่า 600,000 คนตกอยู่ในความมืด หลังโดรนของยูเครนโจมตีกรุงมอสโก”
อาร์มสตรองกล่าวว่า “ข้าพเจ้าไม่เห็นว่าสถานการณ์นี้จะพัฒนาไปสู่สันติภาพที่แท้จริงและยั่งยืนได้ สิ่งที่พวกเขาพยายามทำคือการผลักดันให้เกิดการหยุดยิง เพื่อให้องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) สามารถส่งกองกำลังเข้าไป โดยอ้างว่าเป็นการปกป้องยูเครน และสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนั้นคือปฏิบัติการสร้างสถานการณ์ (false flag) พวกเขาจะกล่าวว่า ‘โอ้ พวกเขายิงคนของเราได้รับบาดเจ็บ’ และจากจุดนั้นก็จะถูกยกระดับเป็นสงครามโลกครั้งที่สาม”
สถานการณ์หนี้สินในระดับรุนแรงและไม่สามารถชำระได้นั้น เลวร้ายที่สุดในทวีปยุโรป อาร์มสตรองชี้ให้เห็นว่า
“ยุโรปหมกมุ่นอย่างยิ่งกับแนวคิดเรื่องความยุติธรรมทางสังคม คุณสามารถเข้าไปดูข้อมูลในเว็บไซต์ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) แล้วพิจารณาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจรายไตรมาสอันเล็กน้อยของยุโรป และนำมาเปรียบเทียบกับสหรัฐอเมริกา จะเห็นได้ว่าเป็นเพียงเศษเสี้ยวเมื่อเทียบกับสหรัฐฯ
ยุโรปกำลังกระทำการฆ่าตัวตายทางเศรษฐกิจ และนั่นคือสาระสำคัญของสงครามครั้งนี้ หากพวกเขาไม่ได้ทำสงครามกับรัสเซีย ประชาชนจะลุกขึ้นต่อต้านและเข้ากดดันรัฐสภา … สหภาพยุโรปจะไม่สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ และจะล่มสลายลง
ระบบคอมพิวเตอร์ระบุว่าโลกกำลังจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรงในระดับโลก ระหว่างปี ค.ศ. 2024 ถึง 2028 โดยสหรัฐอเมริกาจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ในขณะที่ยุโรปมีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด”
ในประเด็นเกี่ยวกับโลหะ อาร์มสตรองกล่าวว่า “บุคคลที่ตระหนักว่าสงครามและวิกฤตกำลังจะเกิดขึ้น ต่างเข้าซื้อโลหะกัน เรากำลังเผชิญกับกระบวนการทำลายล้างเชิงสร้างสรรค์ คุณมีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามา ขณะเดียวกันอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น แต่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ ยังเกิดภาวะขาดแคลนสินค้าโภคภัณฑ์ซ้ำเติมเข้าไปอีก
จากนั้นยังมีความไร้เสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์ แอนโทนี บลิงเคน (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลของประธานาธิบดีไบเดน) ได้ออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย ลองพิจารณาผลที่เกิดขึ้นกับตลาดโลหะ มาตรการดังกล่าวได้ตัดอุปทานทองคำ เงิน และแพลทินัมที่มาจากรัสเซีย
ขณะนี้จีนได้ประกาศห้ามการส่งออกโลหะเงิน โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2026 ซึ่งถือเป็นประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากจีนควบคุมอุปทานโลหะเงินประมาณร้อยละ 60 ของโลก นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ราคาโลหะเงินปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง สถานการณ์ทั้งหมดนี้ถือเป็นพายุสมบูรณ์แบบ
ยิ่งไปกว่านั้น องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) มีอยู่เพื่อวัตถุประสงค์ด้านสงครามเท่านั้น ระบบโสเครตีส (Socrates) ยังคงประเมินว่ายุโรปจะพ่ายแพ้อย่างรุนแรง หากเกิดสงครามกับรัสเซีย”
อาร์มสตรองประเมินว่าจะเกิดภาวะตลาดขาขึ้นของทองคำ เงิน และโลหะอื่น ๆ ต่อเนื่องไปอีกหลายปี โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือภาวะการขาดแคลนโลหะ อาร์มสตรองกล่าวว่า
“ข้าพเจ้าไม่เห็นว่าภาวะการขาดแคลนเหล่านี้จะสิ้นสุดลงได้ในเร็ววัน ตลาดขาขึ้นมีแนวโน้มจะดำเนินต่อไปจนถึงปี ค.ศ. 2032 แม้จะมีความผันผวนสูง และต่อจากนั้นจะเกิดสงคราม เมื่อเข้าสู่ภาวะสงคราม ราคาจะปรับตัวสูงขึ้นมากยิ่งกว่าเดิม ทุกอย่างอยู่ในภาวะสับสนวุ่นวาย นี่คือพายุสมบูรณ์แบบ”
ที่มา https://usawatchdog.com/perfect-storm-for-debt-economy-war-gold-silver-martin-armstrong/