.
จีนหวั่นศึกนิวเคลียร์ปะทุหลัง New START ล่ม! ปัดร่วมดีล 3 ฝ่าย ย้ำคลังแสงยังห่างชั้นสหรัฐฯ-รัสเซีย
6-2-2026
Newsweek รายงานว่า ประเทศจีน (China) ได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ (US) เร่งประสานความร่วมมือกับประเทศรัสเซีย (Russia) เพื่อหาทางออกในการบริหารจัดการคลังแสงนิวเคลียร์ หลังจากที่สนธิสัญญาลดอาวุธทางยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ หรือ New START (New Strategic Arms Reduction Treaty) ได้สิ้นสุดอายุลงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
สนธิสัญญา New START ถือเป็นข้อตกลงควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ฉบับสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ ซึ่งการหมดวาระลงครั้งนี้ส่งผลให้ข้อจำกัดด้านอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างสองมหาอำนาจปรมาณูที่ใหญ่ที่สุดในโลกถูกยกเลิกเป็นครั้งแรกในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ การสิ้นสุดของสนธิสัญญาดังกล่าวได้สร้างความกังวลว่าอาจเป็นการปูทางไปสู่การแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ที่ไร้ขอบเขต
นายหลิน เจี้ยน (Lin Jian) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้แถลงผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า "ในมุมมองของจีน การที่ New START สิ้นสุดอายุลงเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง สนธิสัญญานี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพทางยุทธศาสตร์ของโลก และมีความกังวลอย่างกว้างขวางถึงผลกระทบต่อระบบควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างประเทศและระเบียบนิวเคลียร์โลกภายหลังการหมดอายุของสนธิสัญญา"
ในขณะที่ทำเนียบเครมลิน (Kremlin) ได้เสนอให้มีการขยายเวลาข้อจำกัดตามสนธิสัญญาออกไปอีกหนึ่งปี แต่ทางฝั่งสหรัฐฯ ยังไม่ได้มีการตอบรับจนถึงปัจจุบัน "จีนหวังว่าสหรัฐฯ จะตอบรับข้อเสนอของรัสเซียอย่างจริงจัง เพื่อหาทางออกที่รับผิดชอบต่อการหมดอายุของสนธิสัญญา และกลับเข้าสู่การเจรจาด้านเสถียรภาพทางยุทธศาสตร์กับรัสเซียโดยเร็ว ซึ่งนี่คือสิ่งที่โลกคาดหวังจะเห็น" นายหลิน (Lin) กล่าวเสริม
อย่างไรก็ตาม แม้จีนจะเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์ แต่ได้ปฏิเสธข้อเสนอที่จะเข้าร่วมในสนธิสัญญาควบคุมอาวุธ โดยอ้างว่าคลังแสงของตนมีขนาดเล็กกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับมหาอำนาจอื่น ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือ เพนตากอน (Pentagon) ประเมินว่าปัจจุบันจีนมีหัวรบนิวเคลียร์ที่พร้อมใช้งานมากกว่า 600 หัวรบ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าการขยายตัวนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) ในการลดช่องว่างทางอำนาจกับวอชิงตัน (Washington) และเพื่อป้องปรามไม่ให้กองทัพสหรัฐฯ เข้าแทรกแซงในช่วงวิกฤตภูมิภาค เช่น การบุกไต้หวัน (Taiwan) ที่ปักกิ่งกล่าวอ้างอธิปไตย
จีนเป็นหนึ่งในสองประเทศนิวเคลียร์ (ร่วมกับประเทศอินเดีย (India)) ที่คงนโยบาย "ไม่เป็นฝ่ายเริ่มใช้ก่อน" (No-first-use policy) และเรียกร้องให้มหาอำนาจนิวเคลียร์อื่นรับเอาพันธกรณีที่คล้ายกันนี้ไปใช้ แต่ทั้งสหรัฐฯ และรัสเซียต่างปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว ข้อมูลจากสถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสต็อกโฮล์ม (SIPRI) ระบุว่า สหรัฐฯ และรัสเซียร่วมกันถือครองอาวุธนิวเคลียร์ราวร้อยละ 90 ของโลก โดยแต่ละฝ่ายมีหัวรบมากกว่า 5,000 หัวรบ
นายยูริ อูชาคอฟ (Yuri Ushakov) ที่ปรึกษาทำเนียบเครมลิน ระบุว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ได้หารือเรื่องการหมดอายุของ New START กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำว่าวอชิงตันยังนิ่งเฉยต่อข้อเสนอขยายเวลา ขณะที่นายดมิทรี เปสคอฟ (Dmitry Peskov) โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่ารัสเซียมองการหมดอายุนี้ในทางลบและน่าเสียใจ แต่ยืนยันว่ารัสเซียจะยังคงรักษาแนวทางที่รับผิดชอบและรอบคอบต่อเสถียรภาพด้านอาวุธนิวเคลียร์ โดยยึดถือผลประโยชน์แห่งชาติเป็นหลัก
กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์เมื่อคืนวันพุธว่า "ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน เราถือว่าคู่สัญญาใน New START ไม่มีความผูกพันตามพันธกรณีหรือคำประกาศที่สมมาตรใดๆ ภายใต้บริบทของสนธิสัญญาอีกต่อไป และมีเสรีภาพพื้นฐานในการเลือกก้าวเดินต่อไปของตนเอง"
สำหรับสนธิสัญญา New START ลงนามเมื่อปี 2010 โดยประธานาธิบดีบารัค โอบามา (Barack Obama) และดมิทรี เมดเวเดฟ (Dmitry Medvedev) โดยจำกัดให้แต่ละฝ่ายมีหัวรบนิวเคลียร์ไม่เกิน 1,550 หัวรบ บนขีปนาวุธและเครื่องบินทิ้งระเบิดไม่เกิน 700 ลำ ซึ่งเดิมจะหมดอายุในปี 2021 แต่มีการขยายเวลาออกไป 5 ปี ทว่าการตรวจสอบในพื้นที่ (On-site inspections) ได้หยุดชะงักลงตั้งแต่ปี 2020 เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และไม่เคยกลับมาดำเนินการอีกเลย จนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ 2023 ปูตินได้ระงับการเข้าร่วมของรัสเซีย โดยอ้างว่าไม่สามารถปล่อยให้สหรัฐฯ ตรวจสอบฐานทัพนิวเคลียร์ได้ในขณะที่นาโต (NATO) ประกาศเป้าหมายที่จะทำลายรัสเซียในยูเครน
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แสดงท่าทีต้องการรักษาข้อจำกัดด้านอาวุธนิวเคลียร์ไว้ แต่ยืนกรานว่าต้องดึงจีนเข้าร่วมด้วย โดยเขากล่าวกับเดอะนิวยอร์กไทมส์ (The New York Times) เมื่อเดือนที่ผ่านมาว่า "จีนควรเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงนี้"
อย่างไรก็ตาม นายหลิน (Lin) ย้ำจุดยืนเมื่อวันพฤหัสบดีว่า จีนจะไม่เข้าร่วมการเจรจาลดอาวุธในขณะนี้ โดยกล่าวว่าปักกิ่ง "ใช้ความระมัดระวังและความรับผิดชอบสูงสุดในประเด็นนิวเคลียร์" และดำเนิน "ยุทธศาสตร์นิวเคลียร์เชิงป้องกัน" รวมถึงให้คำมั่นสัญญาโดยไม่มีเงื่อนไขที่จะไม่ใช้หรือขู่ว่าจะใช้อาวุธนิวเคลียร์ต่อรัฐที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ โดยสรุปว่าขีดความสามารถทางนิวเคลียร์ของจีนยังห่างไกลจากระดับของสหรัฐฯ หรือรัสเซีย จึงยังไม่ถึงเวลาที่จะเข้าร่วมการเจรจาลดอาวุธในระยะปัจจุบัน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.newsweek.com/china-nuclear-weapons-new-start-us-russia-11469661