.
จีนใช้สงครามอิหร่านเป็น ‘สนามทดสอบ AI’ สงครามตัวแทน เตรียมรับศึกกับสหรัฐฯ ในอนาคต
10-4-2026
Asia Times รายงานว่า จีนกำลังใช้สงครามในอิหร่านเป็น “ห้องทดลองสนามจริง” สำหรับแบบจำลองสงครามตัวแทนยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากกว่าจะเป็นเพียงผู้สนับสนุนอย่างเงียบ ๆ โดยบทบาทดังกล่าวช่วยให้อิหร่านยกระดับความแม่นยำในการเลือกเป้าหมายและปฏิบัติการต่อสหรัฐฯ (US) ผ่านเครือข่ายข่าวกรองจากข้อมูลเปิดเผย (OSINT) และเทคโนโลยีดาวเทียม แทนการเจาะข้อมูลลับโดยตรง
ประเทศจีน (China) ไม่ได้เพียงแค่ให้ความช่วยเหลือด้านการสงครามแก่อิหร่าน (Iran) อย่างเงียบๆ เท่านั้น แต่กำลังใช้ความขัดแย้งนี้เป็นต้นแบบในการทดสอบโมเดลใหม่ของ “สงครามที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์” (AI-powered war) ซึ่งเปลี่ยนการสนับสนุนอัจฉริยะให้กลายเป็นสงครามตัวแทนที่เน้นข้อมูล (Data-driven proxy conflict) โดยความได้เปรียบในสมรภูมิขึ้นอยู่กับ “ข้อมูล” มากกว่า “กำลังรบ”
หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ (The Washington Post) รายงานเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า บริษัทเทคโนโลยีเอกชนของจีนกำลังทำการตลาดเครื่องมืออัจฉริยะขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งอ้างว่าสามารถติดตามและ “เปิดโปง” การเคลื่อนไหวทางทหารของสหรัฐฯ (US) ในบริบทของความขัดแย้งในอิหร่าน ตอกย้ำความกังวลด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ แม้จีนจะพยายามวางตัวห่างจากสงครามก็ตาม
บริษัทต่างๆ เช่น MizarVision และ Jing’an Technology กำลังใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งเปิด (Open-source data) รวมถึงภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลการติดตามเที่ยวบิน และข้อมูลการเดินเรือ เพื่อจัดทำแผนที่การวางกำลังของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง แม้บริษัทเหล่านี้จะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพจีน (PLA) อย่างเป็นทางการ แต่บางแห่งได้รับใบรับรองที่เชื่อมโยงกับกองทัพ และเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ “การบูรณาการพลเรือน-ทหาร” (Civil-military integration) ของจีน
การแกะรอยเครื่องบินล่องหน (Stealth)
รายงานจาก Kharon เมื่อเดือนมีนาคม 2026 ระบุว่าบริษัท Jing’an Technology อ้างว่าสามารถติดตามเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2A Spirit ของสหรัฐฯ ระหว่างการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านได้ ผ่านแพลตฟอร์ม “Jingqi” โดยใช้วิธีการผสมผสานข้อมูลจำนวนมหาศาลและการอนุมาน (Inference) แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จะมองว่าคำกล่าวอ้างดังกล่าวอาจเกินจริง (เนื่องจากข้อมูลเสียงอาจมาจากช่องทางวิทยุการบินสาธารณะ) แต่สิ่งนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ: จีนไม่ได้เจาะระบบลับ (Classified systems) แต่กำลังดึงข้อมูลอัจฉริยะที่ใช้งานได้จริงจากแหล่งเปิด ซึ่งช่วยลดอุปสรรคในการระบุเป้าหมายระดับรัฐ (State-level targeting)
การสร้างเครือข่ายการทำลายล้าง (Kill Chain)
ทาฮีร์ อาซาด (Tahir Azad) ระบุในวารสาร Small Wars Journal (SWJ) ว่าการสนับสนุนอัจฉริยะของจีน เมื่อบูรณาการเข้ากับระบบดาวเทียม (ISR), ระบบนำทาง, เรดาร์ และสงครามอิเล็กทรอนิกส์ สามารถเพิ่มความแม่นยำในการโจมตีของอิหร่านต่อสหรัฐฯ ได้อย่างมหาศาล ช่วยให้อิหร่านระบุและโจมตีเป้าหมายที่มีมูลค่าสูงได้แม้ขีดความสามารถดั้งเดิมของตนจะต่ำกว่า ส่งผลให้เกิด “ห่วงโซ่แห่งการทำลายล้าง” (Kill chain) ยุคใหม่ที่เชื่อมโยงข้อมูลคอลเลกชันเข้ากับขีดความสามารถในการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน
สงครามในพื้นที่สีเทาและความเสี่ยงในการลุกลาม
โมเดลนี้ดำเนินงานใน “พื้นที่สีเทา” (Gray zone) ระหว่างสันติภาพและสงคราม โดยบริษัทจีนเผยแพร่ข้อมูลที่ประมวลผลด้วย AI, รัสเซีย (Russia) ถูกกล่าวหาว่าส่งข้อมูลเป้าหมาย และอิหร่านเป็นผู้ลงมือทำ สร้างเครือข่ายข่าวกรองที่ปฏิเสธความรับผิดชอบได้ (Deniable network) อย่างไรก็ตาม ฮวน กีรอซ (Juan Quiroz) เตือนว่าสงครามตัวแทนในลักษณะนี้มีความเสี่ยงที่จะลุกลามเป็นสงครามตามรูปแบบ (Conventional warfare) ได้ง่ายขึ้น เมื่อมหาอำนาจรู้สึกว่าผลประโยชน์สำคัญถูกคุกคามจนต้องข้ามเส้นจากการสนับสนุนทางอ้อมไปสู่การแทรกแซงโดยตรง
บทสรุปยุทธศาสตร์ระยะยาว
นาเดีย เฮลมี (Nadia Helmy) ระบุว่าสงครามครั้งนี้ทำหน้าที่เป็น “สนามทดสอบในโลกแห่งความเป็นจริง” สำหรับจีน เพื่อเก็บข้อมูลสมรภูมิเกี่ยวกับระบบของสหรัฐฯ และอิสราเอล (Israel) ช่วยให้จีนสามารถศึกษาประสิทธิภาพของอาวุธตะวันตก, ลายพิมพ์เรดาร์ (Radar signatures) และเครือข่ายปฏิบัติการ เพื่อนำไปวิศวกรรมย้อนกลับ (Reverse engineering) และบูรณาการ AI เข้ากับระบบของตนเอง
สำหรับจีน นี่ไม่ใช่เพียงการรักษาเสถียรภาพของอิหร่านในสมรภูมิ แต่เป็นการขัดเกลาโมเดลสงครามตัวแทนที่ขยายขนาดได้ (Scalable proxy warfare) โดยมี “ข้อมูล” ไม่ใช่ “กำลังรบโดยตรง” เป็นเครื่องมือตัดสินชี้ขาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งในไต้หวันและทะเลจีนใต้ ใครที่รับรู้ วิเคราะห์ และตอบโต้ต่อข้อมูลได้เร็วที่สุด จะเป็นผู้กุมชัยชนะในสงครามยุคใหม่
---
IMCT NEWS
ที่มา https://asiatimes.com/2026/04/china-using-iran-as-proxy-lab-for-future-ai-warfare-with-us/