.
สหรัฐฯ-จีน กับเกมชิงอำนาจเหนือตลาดทองคำโลก เมื่อ 'การปั่นกำไร' ปะทะ 'ยุทธศาสตร์ความมั่นคง'
9-2-2026
Bloomberg รายงานว่า สก็อต เบสเซนท์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า ความเคลื่อนไหวของนักเทรดในจีนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความผันผวนรุนแรงของราคาทองคำในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมองว่าตลาดกำลังอยู่ในภาวะเก็งกำไรแบบ “ร้อนแรงผิดปกติ”
สถานการณ์เศรษฐกิจโลกกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกโรงแสดงทัศนะเชิงรุกต่อความผันผวนในตลาดทองคำ โดยระบุว่าพฤติกรรมการเก็งกำไรจากกลุ่มทุนและธนาคารกลางจีนเป็นปัจจัยหลักที่บิดเบือนกลไกตลาด พร้อมเตือนนักลงทุนทั่วโลกให้ระวังภัยจากสภาวะ “Speculative Blowoff” ในขณะที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเดินหน้าทำสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง
สหรัฐฯ ชี้จีนคือตัวแปรหลักเบื้องหลังความผันผวน
Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ของสหรัฐฯ ได้กล่าวในการวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดล่าสุดว่า ความพยายามของจีนในการสะสมทองคำอย่างมหาศาลไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการกระจายความเสี่ยงสำรองระหว่างประเทศตามปกติ แต่มีนัยแอบแฝงทางการเมืองเพื่อลดบทบาทของดอลลาร์สหรัฐในเวทีโลก โดยเขาใช้คำจำกัดความสถานการณ์ทองคำที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมาว่าเป็นผลมาจาก "แรงเก็งกำไรที่ผิดธรรมชาติ" (Artificial Speculation) จากกลุ่มนักลงทุนชาวจีนที่แห่เข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยในจังหวะที่เศรษฐกิจภายในประเทศของตนกำลังเผชิญกับวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์
การแทรกแซงและพฤติกรรมการกว้านซื้อทองคำจากธนาคารกลางจีน (PBOC) ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ต้องการสร้างขั้วอำนาจทางการเงินใหม่ ซึ่งสหรัฐฯ มองว่าการกระทำดังกล่าวกำลังสร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงินโลก เนื่องจากเป็นการผลักดันให้ราคาพุ่งสูงเกินปัจจัยพื้นฐานที่ควรจะเป็น
สภาวะ "Speculative Blowoff" และการทุบสถิติของ Dow Jones
ในขณะที่ราคาทองคำผันผวนอย่างรุนแรง เบสเซนต์ได้ชี้ให้เห็นถึงความลักลั่นของตลาดการเงิน โดยตั้งข้อสังเกตว่าตามปกติแล้วทองคำมักจะมีทิศทางตรงกันข้ามกับค่าเงินดอลลาร์และดัชนีหุ้น แต่ปัจจุบันดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ได้พุ่งทะลุระดับ 50,000 จุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่เน้นการเติบโตภายในประเทศและการลดภาษี
“เรากำลังเห็นสิ่งที่เรียกว่า Speculative Blowoff ในตลาดทองคำ ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นของราคาที่ขับเคลื่อนด้วยความกลัวและการปั่นกระแสของผู้เล่นฝั่งตะวันออก มากกว่าที่จะเป็นปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจจริง” เบสเซนต์กล่าวเสริม พร้อมย้ำว่าความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และดัชนีหุ้นที่ทำสถิติใหม่ ควรเป็นเครื่องยืนยันว่าดอลลาร์ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ทรงพลังที่สุด
เกมการเงินระหว่างประเทศและการทำลายอำนาจดอลลาร์
บทวิเคราะห์จากคลังสหรัฐฯ ครั้งนี้สะท้อนถึงความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน โดยฝ่ายสหรัฐฯ มองว่าจีนกำลังพยายาม "Weaponize Gold" หรือใช้ทองคำเป็นอาวุธในการบ่อนทำลายความเชื่อมั่นต่อดอลลาร์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสภาวะสงครามการค้าหรือการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่าท่าทีของ Scott Bessent คือการส่งสัญญาณชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะไม่เพิกเฉยต่อความพยายามใดๆ ที่จะมาสั่นคลอนเสถียรภาพของดอลลาร์ และพร้อมที่จะใช้นโยบายการคลังที่เข้มข้นเพื่อตอบโต้ และรักษาความได้เปรียบในตลาดทุนโลกไว้ต่อไป
สถานการณ์ต่อจากนี้จึงเป็นการต่อสู้ระหว่าง “ความเชื่อมั่นในดอลลาร์” ของตะวันตก กับ “การสะสมทองคำ” ของตะวันออก นักลงทุนทั่วโลกถูกแนะนำให้ติดตามนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และท่าทีอย่างเป็นทางการของกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิด เพราะความขัดแย้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ แต่คือสงครามเย็นทางการเงินที่กำลังกำหนดระเบียบโลกใหม่ในศตวรรษที่ 21
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-02-08/bessent-sees-unruly-chinese-trading-behind-gold-price-swings?utm_source=website&utm_medium=share&utm_campaign=copy