.
ชาติตะวันตกผวา "สงครามโลกครั้งที่ 3" จ่อปะทุ ผลโพลชี้ชาวอเมริกัน-ยุโรป เชื่อสงครามใหญ่มาแน่ภายใน 5 ปี
17-2-2026
The POLITICO รายงานว่า ประเทศในกลุ่มโลกตะวันตกมีความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้นว่า โลกกำลังมุ่งหน้าสู่สงครามระดับโลก ตามรายงานผลการสำรวจ The POLITICO Poll ที่ระบุถึงความตื่นตระหนกของสาธารณชนเกี่ยวกับความเสี่ยงและต้นทุนในยุคแห่งความขัดแย้งใหม่
จากการสำรวจใน 5 ประเทศพันธมิตรหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา (US), แคนาดา (Canada), สหราชอาณาจักร (UK), ฝรั่งเศส (France) และเยอรมนี (Germany) พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เห็นว่าโลกกำลังอันตรายมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ตอบแบบสอบถามในสหรัฐฯ, แคนาดา, ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร มองว่าการปะทุของสงครามโลกครั้งที่ 3 มีความเป็นไปได้มากกว่าที่จะไม่เกิดขึ้นภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า
สัดส่วนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่คาดการณ์ถึงความขัดแย้งระดับโลกครั้งใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่หน่วยงานสำรวจอิสระ Public First ได้สอบถามประเด็นนี้เมื่อเดือนมีนาคม 2025 โดยเซบ ไรด์ (Seb Wride) หัวหน้าฝ่ายสำรวจของ Public First ระบุว่า "ทัศนคติของสาธารณชนตะวันตกที่เปลี่ยนไปภายในเวลาไม่ถึงปี สะท้อนถึงการก้าวสู่โลกที่ไม่ปลอดภัยอย่างรุนแรง ที่ซึ่งสงครามถูกมองว่าเป็นเรื่องที่น่าจะเกิดขึ้นและพันธมิตรขาดความมั่นคง"
อย่างไรก็ตาม The POLITICO Poll ยังเผยให้เห็นว่าสาธารณชนในตะวันตกมีความเต็มใจอย่างจำกัดที่จะเสียสละเพื่อแลกกับการเพิ่มงบประมาณทางทหาร แม้จะมีเสียงสนับสนุนในหลักการให้เพิ่มงบกลาโหมทั้งในสหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, เยอรมนี และแคนาดา แต่เสียงสนับสนุนดังกล่าวกลับลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อทราบว่านั่นอาจหมายถึงการแบกรับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น การตัดลดงบประมาณบริการสาธารณะอื่นๆ หรือการขึ้นภาษี
"โพลของเราชี้ให้เห็นว่าความกังวลเรื่องสงครามที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายความว่าผู้นำจะมีอำนาจเต็มในการทุ่มงบประมาณด้านกลาโหม" เซบ ไรด์ (Seb Wride) กล่าวเพิ่มเติม "ในทางกลับกัน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีความเต็มใจลดลงที่จะแลกเปลี่ยนสิ่งต่างๆ เพื่อความมั่นคงทางทหาร ทำให้ผู้นำยุโรปตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก นั่นคือไม่สามารถพึ่งพาสหรัฐฯ ได้ แต่ก็ไม่สามารถใช้เหตุผลนี้ในการลงทุนในประเทศ และยังอยู่ภายใต้ความกดดันที่ต้องแก้ปัญหาโลกที่สงครามรู้สึกใกล้ตัวเข้ามาทุกที"
ผลการสำรวจจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 2,000 คนในแต่ละประเทศระหว่างวันที่ 6 ถึง 9 กุมภาพันธ์ เผยให้เห็นความท้าทายที่ผู้นำนาโต (NATO) ต้องเผชิญในการเสริมสร้างความมั่นคงในยุคที่การเงินภาครัฐตึงตัว ซึ่งประเด็นนี้จะเป็นหัวข้อหลักในการประชุมความมั่นคงมิวนิก (Munich Security Conference) ที่จะเริ่มขึ้นในวันศุกร์นี้ ณ ประเทศเยอรมนี
ในขณะที่ยังไม่มีสัญญาณการสิ้นสุดของสงครามเต็มรูปแบบระหว่างรัสเซีย (Russia) และยูเครน (Ukraine) ที่ยืดเยื้อมานาน 4 ปี และการที่สหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้ปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน (Iran), ซีเรีย (Syria), เวเนซุเอลา (Venezuela) และแอฟริกา ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากมองเห็นความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของความขัดแย้งระดับโลก
รูปแบบความกังวลนี้เห็นได้ชัดเป็นพิเศษในสหราชอาณาจักร โดย 43% เชื่อว่าสงครามโลกครั้งใหม่มีโอกาส "เป็นไปได้" หรือ "เป็นไปได้อย่างยิ่ง" ที่จะปะทุขึ้นภายในปี 2031 (เพิ่มขึ้นจาก 30% ในปี 2025) ขณะที่เกือบครึ่งหนึ่งของชาวอเมริกัน หรือ 46% คิดเช่นเดียวกัน (เพิ่มขึ้นจาก 38% ในปีที่แล้ว) ในบรรดา 5 ประเทศ มีเพียงเยอรมนีเท่านั้นที่มองว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 ไม่น่าจะเกิดขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้า
เมื่อพิจารณาถึงการเข้าสู่สงครามของแต่ละประเทศ ผู้ตอบแบบสอบถามในสหรัฐฯ เชื่อมากที่สุดว่าประเทศของตนจะเข้าสู่สงครามภายใน 5 ปี ตามมาด้วยสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส สิ่งนี้บ่งชี้ว่ามหาอำนาจนิวเคลียร์ของ NATO อาจมีความพร้อมรับมือกับความขัดแย้งมากกว่าประเทศอื่นๆ และสะท้อนว่าภาพลักษณ์ "ประธานาธิบดีแห่งสันติภาพ" ของโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ไม่สามารถทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในประเทศเชื่อถือได้
นอกจากนี้ อย่างน้อย 1 ใน 3 ของคนในสหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส และแคนาดา เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการใช้อาวุธนิวเคลียร์ในสงครามภายใน 5 ปีข้างหน้า โดยรัสเซียถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ขณะที่ชาวแคนาดามองว่าอเมริกาภายใต้ทรัมป์คืออันตรายต่อความมั่นคงที่ใหญ่ที่สุด ส่วนในฝรั่งเศส, เยอรมนี และสหราชอาณาจักร สหรัฐฯ ถูกระบุว่าเป็นภัยคุกคามอันดับสอง ซึ่งถูกอ้างถึงบ่อยกว่าจีน (China) อย่างมีนัยสำคัญ
ประเด็นเรื่องต้นทุน
แม้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ในฝรั่งเศส, เยอรมนี, สหราชอาณาจักร และแคนาดา จะระบุว่าประเทศของตนจำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักรและแคนาดาที่มีเสียงสนับสนุนเข้มแข็งที่สุด แต่คำถามสำคัญคือจะหาเงินมาจากไหน?
The POLITICO Poll พบว่าการสนับสนุนงบกลาโหมลดลงเมื่อผู้คนต้องพิจารณาว่าเงินทุนเหล่านั้นควรมาจากการตัดงบประมาณส่วนอื่น, การกู้ยืมเงินเพิ่มของรัฐบาล หรือการขึ้นภาษี โดยชาวฝรั่งเศสและเยอรมันมีความเต็มใจสนับสนุนงบกลาโหมภายใต้เงื่อนไขการแลกเปลี่ยนทางการเงิน (Trade-off) ลดลงกว่าปีที่แล้วอย่างมาก ในเยอรมนี งบกลาโหมเป็นลำดับรั้งท้ายที่ผู้คนต้องการใช้เงิน โดยชนะเพียงแค่การให้ความช่วยเหลือต่างประเทศเท่านั้น
ในปี 2025 ชาวฝรั่งเศส 40% และเยอรมัน 37% ระบุว่าจะหนุนการเพิ่มงบกลาโหมหากมีการระบุเงื่อนไขการแลกเปลี่ยน แต่ในปีนี้ ตัวเลขดังกล่าวลดลงเหลือเพียง 28% ในฝรั่งเศส และ 24% ในเยอรมนี ทั้งสองประเทศมีแนวโน้มที่จะคัดค้านการใช้จ่ายด้านกลาโหมเพิ่มมากขึ้นเมื่อต้องพิจารณาถึงภาระค่าใช้จ่าย
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นถึงความกังขาของสาธารณชนต่อการจัดตั้งกองทัพร่วมของสหภาพยุโรป (EU Standing Army) ภายใต้การบัญชาการส่วนกลาง ซึ่งเป็นแนวคิดที่คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เคยเสนอ โดยได้รับเสียงสนับสนุนเพียง 22% ในเยอรมนี และ 17% ในฝรั่งเศส ส่วนการเกณฑ์ทหารภาคบังคับได้รับความนิยมมากที่สุดในเยอรมนีและฝรั่งเศส โดยมีผู้สนับสนุนอยู่ที่ราวครึ่งหนึ่งของประชากร
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.politico.eu/article/world-war-iii-defense-spending-europe-poll/