.
โมดี “ทำลายกำแพง” ระหว่างอินเดียและอิสราเอล ลดบทบาทหนุนปาเลสไตน์? แลกกระชับยุทธศาสตร์ความมั่นคงและเทคโนโลยี
25-2-2026
Al Jazeera รายงานว่า นายกฯ โมดี เตรียมเยือนอิสราเอลรอบที่ 2 มุ่งขยายผลพันธมิตรทหาร-เศรษฐกิจ สวนทางกระแสเรียกร้องสิทธิมนุษยชนในปาเลสไตน์
– นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี (Narendra Modi) แห่งอินเดีย เตรียมปักหมุดการเดินทางเยือนอิสราเอลอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ นับเป็นก้าวย่างสำคัญครั้งที่สองที่ตอกย้ำความสำเร็จในการ "ทลายกำแพง" ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ซึ่งเปลี่ยนจากความร่วมมือแบบปิดลับในอดีตมาเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่เปิดเผยและแข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่
พลิกปูมประวัติศาสตร์: จากแรงหนุนปาเลสไตน์สู่มิตรแท้เทลอาวีฟ
ย้อนกลับไปในอดีต อินเดียเคยเป็นหัวหอกสำคัญของกลุ่ม Global South ที่สนับสนุนเอกราชของปาเลสไตน์อย่างเหนียวแน่น โดยเป็นชาติแรกๆ นอกกลุ่มอาหรับที่ให้การรับรองสถานะรัฐปาเลสไตน์ในปี 1988 ทว่าการสิ้นสุดของสงครามเย็นบีบให้อินเดียต้องคำนวณทิศทางใหม่ นำไปสู่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลในปี 1992
ภายใต้รัชสมัยทางการเมืองของนายกฯ โมดี ตั้งแต่ปี 2014 นโยบายต่างประเทศของอินเดียเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง อินเดียก้าวขึ้นเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดในโลกที่อุดหนุนอาวุธจากอิสราเอล ขณะที่ตัวเลขทางการค้าระหว่างกันพุ่งทะยานจาก 200 ล้านดอลลาร์ในปี 1992 สู่ระดับกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 ครอบคลุมตั้งแต่สินค้าโภคภัณฑ์ไปจนถึงเทคโนโลยีป้องกันประเทศขั้นสูง
อุดมการณ์ความมั่นคงที่สอดประสาน
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ปัจจัยเร่งที่ทำให้ทั้งสองผู้นำใกล้ชิดกันมากขึ้นคือ "ภัยคุกคามร่วม" โดยเฉพาะมุมมองต่อการก่อการร้ายระดับสากล ซึ่งอินเดียมองว่าอิสราเอลคือต้นแบบและคู่คิดที่เผชิญวิกฤตการณ์ในลักษณะเดียวกัน นอกจากนี้ แรงขับเคลื่อนจากแนวคิดชาตินิยมฮินดู (Hindutva) ของพรรครัฐบาลอินเดีย ยังมีความสอดรับในเชิงโครงสร้างกับแนวคิดรัฐยิวของอิสราเอล ส่งผลให้ความร่วมมือนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของผลประโยชน์ แต่ยังแฝงไปด้วยความเข้าใจทางอุดมการณ์
ราคาที่ต้องจ่ายและความท้าทายด้านจริยธรรม
อย่างไรก็ตาม การเดินเกมแบบ "เน้นผลลัพธ์จริง" (Pragmatism) ของโมดีถูกวิจารณ์อย่างหนักว่ากำลังกัดกร่อนอำนาจละมุน (Soft Power) และความน่าเชื่อถือทางศีลธรรมของอินเดียในเวทีโลก โดยเฉพาะการที่รัฐบาลนิวเดลีเลี่ยงที่จะประณามการปฏิบัติการทางทหารในกาซาอย่างตรงไปตรงมา แม้จะยังยืนยันในหลักการ "ทางออกสองรัฐ" (Two-state solution) แต่ความสัมพันธ์กับปาเลสไตน์กลับดูจางลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับความแน่นแฟ้นทางทหารกับอิสราเอล
นัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์และการเลือกข้าง
ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการเยือนของโมดีครั้งนี้เปรียบเสมือน "ของขวัญ" ชิ้นใหญ่ให้แก่ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) ที่กำลังเผชิญศึกหนักรอบด้าน ทั้งจากการเลือกตั้งในประเทศและแรงกดดันจากศาลอาญาระหว่างประเทศ ขณะเดียวกันยังเป็นการวางเดิมพันของอินเดียในตะวันออกกลางยุคใหม่ ซึ่งโมดีพยายามพิสูจน์ว่าอินเดียสามารถเป็นมิตรได้กับทุกฝ่าย ทั้งอิสราเอล กลุ่มอาหรับ และอิหร่าน แม้ว่าในความเป็นจริงดุลอำนาจจะเริ่มเอียงไปทางอิสราเอลมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดก็ตาม
---
IMCT NEWS
ที่มา https://aje.news/ijb36c