อินเดียกังวล หลังปากีสถานผงาด'ผู้สร้างสันติภาพ'
อินเดียกังวล หลังปากีสถานผงาดบทบาท 'ผู้สร้างสันติภาพ' ในสายตาโลก สะเทือนดีลการค้าและดุลอำนาจใหม่กับสหรัฐฯ
11-4-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า อินเดียกำลังจับตาบทบาทของปากีสถานด้วยความกังวล หลังผู้นำทั่วโลก รวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) พร้อมใจกันยกย่องกรุงอิสลามาบัด (Islamabad) ว่าเป็น “ผู้ไกล่เกลี่ยสันติภาพ” คนสำคัญในสงครามของสหรัฐฯ–อิสราเอล (US–Israel) กับอิหร่าน (Iran) จนอาจบั่นทอนยุทธศาสตร์ยาวนานของนิวเดลี (New Delhi) ที่พยายามโดดเดี่ยวประเทศเพื่อนบ้านที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์แห่งนี้
เป็นเวลากว่าหนึ่งปีนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งทางอาวุธระยะสั้นกับปากีสถาน (Pakistan) อินเดีย (India) ได้พยายามนำเสนอภาพลักษณ์ของประเทศเพื่อนบ้านติดอาวุธนิวเคลียร์รายนี้ในฐานะรัฐผู้สนับสนุนการก่อการร้ายที่ไม่ควรได้รับความไว้วางใจจากนานาประเทศ
อย่างไรก็ตาม ข้อความดังกล่าดูเหมือนจะได้รับความสนใจน้อยลง เมื่อเจ้าหน้าที่ในนิวเดลี (New Delhi) เฝ้ามองด้วยความระมัดระวังในสัปดาห์นี้ ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) และเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั่วโลกต่างยกย่องอิสลามาบัด (Islamabad) สำหรับบทบาท "ผู้สร้างสันติภาพ" (Peacemaker) ในสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล (Israel) ที่กระทำต่ออิหร่าน (Iran)
ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวให้เครดิตต่อ นายเชห์บาซ ชารีฟ (Shehbaz Sharif) นายกรัฐมนตรีปากีสถาน และ พลเอก อาซิม มูเนียร์ (Asim Munir) ผู้บัญชาการทหารบก ที่ช่วยโน้มน้าวให้เขาหยุดปฏิบัติการทิ้งระเบิดชั่วคราวเป็นเวลาสองสัปดาห์ โดยอิสลามาบัดจะเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาสันติภาพในวันเสาร์นี้ โดยมีรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ (JD Vance) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนสหรัฐฯ
ในนิวเดลี การตอบรับต่อข่าวการหยุดยิงเป็นไปอย่างราบเรียบ แม้รัฐบาลจะแสดงความยินดีต่อการพักรบต่อสาธารณะ แต่ในทางลับ เจ้าหน้าที่พยายามลดทอนความสำคัญของบทบาทปากีสถาน โดยระบุว่ามีหลายประเทศที่มีส่วนร่วมในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงนี้ ซึ่งรวมถึงจีน (China) ด้วย
เจ้าหน้าที่อินเดียซึ่งไม่ประสงค์ออกนามระบุว่า การที่อิสลามาบัดเข้ามามีส่วนร่วมในตะวันออกกลางไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ได้เปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ของอินเดียที่มีต่อพันธมิตรในภูมิภาคและสหรัฐฯ โดยเน้นย้ำว่าความสัมพันธ์ระหว่างนิวเดลีและวอชิงตันยังคงยืดหยุ่นและตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ในระยะยาว
วิกฤตความเชื่อมั่นต่อยุทธศาสตร์ของ 'โมดี'
อย่างไรก็ตาม พรรคฝ่ายค้านหลักของอินเดียได้ออกมาวิจารณ์ความล้มเหลวในยุทธศาสตร์ของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี (Narendra Modi) ที่พยายามลดบทบาทของปากีสถาน
"บทบาทของปากีสถานในการนำมาซึ่งการหยุดยิง ถือเป็นความถดถอยอย่างรุนแรงต่อทั้งเนื้อหาและรูปแบบการทูตที่ยึดตัวบุคคลเป็นหลักของนายโมดี" ชัยรัม ราเมศ (Jairam Ramesh) โฆษกพรรคคองเกรสแห่งชาติอินเดีย (Indian National Congress) โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X "นโยบายโดดเดี่ยวปากีสถานจากการสนับสนุนการก่อการร้ายในจัมมูและแคชเมียร์ และการพยายามโน้มน้าวโลกว่าปากีสถานเป็นรัฐที่ล้มเหลว เห็นได้ชัดว่าไม่ประสบความสำเร็จ"
นิติน ไพ (Nitin Pai) ผู้ก่อตั้ง Takshashila Institution สถาบันคลังสมองในเบงกาลูรู กล่าวว่าบทบาทของปากีสถานสะท้อนถึงความเชื่อมโยงที่ใกล้ชิดกับกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง โดยปากีสถานเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาของซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) มีพรมแดนติดกับอิหร่าน และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประเทศทั่วอ่าวเปอร์เซีย "แนวคิดที่จะโดดเดี่ยวปากีสถานจึงเป็นเพียงจินตนาการที่เป็นไปไม่ได้"
ความสัมพันธ์โมดี-ทรัมป์ และจุดเปลี่ยน
บทบาทการเป็นตัวกลางของปากีสถานถือเป็นการพลิกผันอย่างกะทันหัน เนื่องจากเมื่อปีที่ผ่านมา นายโมดีเป็นหนึ่งในผู้นำต่างประเทศกลุ่มแรกที่ได้รับเชิญไปยังทำเนียบขาวในช่วงสมัยที่สองของทรัมป์ แต่พลวัตได้เปลี่ยนไปหลังจากเกิดการปะทะกัน 4 วันระหว่างอินเดียและปากีสถานเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ซึ่งทรัมป์อ้างเครดิตว่าเป็นผู้ยุติความขัดแย้งนั้น ทำให้เจ้าหน้าที่อินเดียตกตะลึง ในขณะที่ปากีสถานตอบรับด้วยความยินดีและเสนอชื่อทรัมป์เข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ตามมาด้วยข้อตกลงทางธุรกิจในด้านแร่ธาตุวิกฤตและสกุลเงินดิจิทัล
การเปลี่ยนแปลงนี้บ่อนทำลายความพยายามอันยาวนานของอินเดียในการวาดภาพปากีสถานเป็นผู้รุกราน และทำให้นิวเดลีรู้สึกโดดเดี่ยวจากสหรัฐฯ มากขึ้น อย่างไรก็ตาม อินเดียยังคงระมัดระวังที่จะไม่เลือกข้างในความขัดแย้งตะวันออกกลางปัจจุบัน เพื่อรักษาทางเข้าถึงแหล่งน้ำมันจากทั้งอิหร่านและรัสเซีย (Russia)
ความคืบหน้าข้อตกลงการค้า
อรุณ ซิงห์ (Arun Singh) อดีตเอกอัครราชทูตอินเดียประจำสหรัฐฯ มองว่าบทบาทของปากีสถานในครั้งนี้เป็นเพียง "ประโยชน์ตามสถานการณ์" (Situational utility) มากกว่าการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของภูมิภาค โดยความสัมพันธ์สหรัฐฯ-อินเดียยังคงดำเนินต่อไปได้ดี ซึ่งในสัปดาห์นี้ นายวิกรม มิสรี (Vikram Misri) ปลัดกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย และ พลอากาศเอก เอพี ซิงห์ (AP Singh) ผู้บัญชาการทหารอากาศ กำลังอยู่ระหว่างการเยือนสหรัฐฯ เพื่อหารือด้านการค้าและการป้องกันประเทศ
ด้าน อโศก มาลิก (Ashok Malik) อดีตที่ปรึกษานโยบายกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ชี้ว่าความสำคัญหลักยังคงอยู่ที่การสรุปข้อตกลงทางการค้าที่ใช้การได้จริง ขณะที่ ฮาร์ช พันต์ (Harsh Pant) ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจาก King’s College London ระบุว่าอินเดียมีลำดับความสำคัญที่แตกต่างจากปากีสถาน เนื่องจากขนาดเศรษฐกิจที่ต่างกันมาก และอินเดียยังคงเป็นส่วนสำคัญในนโยบายระดับโลกของสหรัฐฯ ต่อไป
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-04-09/india-looks-on-warily-as-pakistan-hailed-by-world-as-peacemaker