.
นับถอยหลังวิกฤตพลังงานโลก: สงครามอิหร่านกับเดิมพันเศรษฐกิจ และ "รัสเซีย" ผู้รับผลประโยชน์สูงสุด
6-3-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานจากรายการพอดแคสต์ Trumponomics ตอนล่าสุด ว่า บรรดานักเทรดน้ำมันและก๊าซธรรมชาติต่างกำลังเผชิญกับสถานการณ์เลวร้ายที่สุด (Worst-case scenario) ภายหลังจากอิสราเอล (Israel) และสหรัฐฯ (US) เปิดฉากโจมตีอิหร่าน (Iran) เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ตกอยู่ในสภาวะอัมพาต โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดของซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) ต้องปิดตัวลง และอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีคลังส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ยักษ์ใหญ่ของประเทศกาตาร์ (Qatar)
สเตฟานี แฟลนเดอร์ส (Stephanie Flanders) พิธีกรรายการ ได้ร่วมสนทนากับ ฮาเวียร์ บลาส (Javier Blas) คอลัมนิสต์จาก Bloomberg Opinion และ ซิอาด ดาวูด (Ziad Daoud) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ตลาดเกิดใหม่จาก Bloomberg Economics เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มของสงคราม โดยเฉพาะประเด็นที่ประเทศรัสเซีย (Russia) จะกลายเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากที่สุดหากความขัดแย้งนี้ยืดเยื้อ
แบบจำลองช็อกโลก: ผลกระทบต่อสหรัฐฯ และพันธมิตร
ซิอาด ดาวูด (Ziad Daoud) ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ได้อยู่ในภาวะอันตรายในทันที โดยอ้างอิงจากแบบจำลองผลกระทบโลกของ Bloomberg Economics (Bloomberg Economics global shock model) ซึ่งระบุว่า "เป็นเรื่องยากมาก" ที่ลำพังเพียงราคาน้ำมันจะทำให้สหรัฐฯ เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ผลกระทบหนักจะตกอยู่กับพันธมิตรดั้งเดิมของสหรัฐฯ เช่น สหราชอาณาจักร (UK) และยุโรป (Europe) ซึ่งราคาน้ำมันที่ระดับ 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อาจฉุดรั้งผลผลิตทางเศรษฐกิจลงร้อยละ 0.5 และกระตุ้นอัตราเงินเฟ้อให้พุ่งสูงขึ้นอีกร้อยละ 1
หนึ่งในเหตุผลที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีความเปราะบางน้อยกว่าคือ ปัจจุบันสหรัฐฯ กลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันสุทธิรายเล็กไปแล้ว แต่ผู้บริโภคชาวอเมริกันจะยังคงได้รับความเดือดร้อนผ่านราคาน้ำมันขายปลีกที่สูงขึ้น
เส้นตาย 5 วัน: ก่อนสถานการณ์จะ "เลวร้ายถึงขีดสุด"
ฮาเวียร์ บลาส (Javier Blas) เตือนว่าแบบจำลองสถานการณ์ "รุนแรงที่สุด" (Extreme scenario) อาจจะยังประเมินต่ำเกินไป หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้นตลอดช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยเขาระบุว่าสหรัฐฯ มีเวลาเพียง "4 หรือ 5 วัน" ในการกู้คืนเส้นทางเดินเรือ ก่อนที่สถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะ "เลวร้ายอย่างที่สุด" ซึ่งหากการปิดกั้นยืดเยื้ออาจส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงเกิน 100 ดอลลาร์ และนักเศรษฐศาสตร์อาจต้องเริ่มประเมินต้นทุนน้ำมันที่ "ขึ้นต้นด้วยเลข 2" (200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล)
จุดเปราะบางที่ LNG และทรัพยากรน้ำ
ฮาเวียร์ บลาส (Javier Blas) ยังระบุถึงก๊าซ LNG ว่าเป็นจุดเปราะบางพิเศษ เนื่องจากกาตาร์ผลิต LNG ได้ถึงร้อยละ 20 ของอุปทานโลก และต่างจากน้ำมันดิบที่มีท่อส่งบางส่วนที่สามารถเลี่ยงเส้นทางอ่าวอาหรับได้ แต่ก๊าซ LNG ต้องขนส่งผ่านเรือบรรทุกผ่านช่องแคบฮอร์มุซเท่านั้น ทำให้เศรษฐกิจในเอเชีย (Asia) ที่ต้องพึ่งพาการนำเข้ามีทางเลือกจำกัด
อย่างไรก็ตาม มีประเทศหนึ่งที่จะได้รับประโยชน์อย่างชัดเจนหากสงครามยืดเยื้อ นั่นคือ รัสเซีย (Russia) ซึ่งก่อนหน้านี้ต้องจำใจขายน้ำมันในระดับ "ราคาถูกพิเศษ" (Distress levels) ให้แก่ประเทศอย่างอินเดีย (India) แต่ขณะนี้รัสเซียจะสามารถกำหนดราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิมได้มาก
สุดท้าย ฮาเวียร์ บลาส (Javier Blas) ตั้งข้อสังเกตถึงภัยคุกคามที่ยังไม่ถูกพูดถึงมากนักในสงครามครั้งนี้ นั่นคือสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีความสำคัญยิ่งกว่าน้ำมัน นั่นคือ "น้ำ" (Water) ซึ่งอาจกลายเป็นประเด็นวิกฤตถัดไปของภูมิภาค — รายงานโดยสํานักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg)
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-03-04/podcast-strait-of-hormuz-and-the-countdown-to-a-global-oil-shock