ระเบียบโลกใหม่ เมื่อ "โลกาภิวัตน์ถดถอย"
ระเบียบโลกใหม่ เมื่อ "โลกาภิวัตน์ถดถอย" ดันทองคำขึ้นแท่นสินทรัพย์สำรองที่เป็นกลาง แทนที่ดอลลาร์สหรัฐฯ
6-3-2026
Money Metals รายงานล่าสุดจาก พอล หว่อง (Paul Wong) และ เจค็อบ ไวต์ (Jacob White) นักวิเคราะห์อาวุโสระบุว่า ทองคำกำลังทวีความสำคัญขึ้นอย่างต่อเนื่องในฐานะสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ ท่ามกลางกระแสการถดถอยของโลกาภิวัตน์ (Deglobalization) และการลดการ พึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์ (De-dollarization) ที่ทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียงความผันผวนชั่วคราว แต่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดโลกที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจไปอีกหลายปี
คำว่า "โลกาภิวัตน์ถดถอย" ในบริบทนี้หมายถึง การล่มสลายของพันธมิตรยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การเสื่อมสลายของบรรทัดฐานทางทหารและการเมือง รวมถึงการสั่นคลอนของสมมติฐานพื้นฐานที่เคยรองรับค่าเงินและสินค้าโภคภัณฑ์ โดย พอล หว่อง ระบุว่าความปั่นป่วนนี้จะเร่งให้เกิดการด้อยค่าของสกุลเงินกระดาษ (Fiat Currencies) และผลักดันให้ทองคำเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในฐานะ "สินทรัพย์สำรองที่เป็นกลาง" (Neutral Reserve Asset) ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนแนวโน้มนี้คือ "สภาวะการคลังนำการเงิน" (Fiscal Dominance) ซึ่งรัฐบาลมีภาระหนี้สาธารณะสูงจนบีบบังคับให้ธนาคารกลางต้องให้ความสำคัญกับความอยู่รอดของหนี้มากกว่าการควบคุมเงินเฟ้อ ส่งผลให้นโยบายการเงินต้องเอื้อต่อการขยายตัวของสภาพคล่อง (Monetary Accommodation) เพื่อพยุงระบบเศรษฐกิจที่ติดอยู่ใน "หลุมดำแห่งหนี้" (Debt Black Hole) สภาวะเช่นนี้ทำให้ทองคำกลายเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงเชิงระบบที่สำคัญที่สุด
สถิติการเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกสะท้อนภาพนี้ได้อย่างชัดเจน โดยปีที่ผ่านมาเป็นการขยายตัวของทุนสำรองทองคำที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ในประวัติศาสตร์ หลังจากที่เคยทำสถิติสูงสุดในปี 2022 (1,136 ตัน) และยังคงมีการซื้อสุทธิเกินกว่า 1,000 ตันต่อเนื่องในปี 2023 และ 2024 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยรายปีในช่วงปี 2010-2021 ที่อยู่ที่เพียง 473 ตันต่อปี
แม้กราฟราคาทองคำจะดูเหมือนอยู่ในสภาวะ "ซื้อมากเกินไป" (Overbought) แต่ในความเป็นจริง นักลงทุนส่วนใหญ่ทั้งในระดับสถาบันและรายย่อยยังคงถือครองทองคำในพอร์ตการลงทุนต่ำเกินไป (Under-invested) โดยเฉลี่ยนักลงทุนตะวันตกถือครองทองคำไม่ถึง 1% ของพอร์ตทั้งหมด ล่าสุดสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง มอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) โดย ไมเคิล วิลสัน (Michael Wilson) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน เริ่มแนะนำให้ปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนจากสูตรดั้งเดิม 60/40 (หุ้น/พันธบัตร) มาเป็น 60/20/20 โดยแบ่งสัดส่วน 20% ให้กับโลหะมีค่า เพื่อรับมือกับความผันผวนเชิงภูมิรัฐศาสตร์และคลื่นสภาพคล่องใหม่ที่กำลังจะมาถึง
พอล หว่อง สรุปทิ้งท้ายว่า ในโลกที่แบ่งแยกเป็นขั้วอำนาจทางการเงินที่ขัดแย้งกัน ทองคำจะทำหน้าที่เป็น "ราคากลางอ้างอิง" (Reference Price) ที่ทุกฝ่ายยอมรับในการแลกเปลี่ยนระหว่างขั้วอำนาจเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน แม้ราคาในปี 2026 อาจไม่พุ่งแรงเท่ากับปี 2025 แต่ทิศทางของราคายังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้น (Upside Risk) อย่างมีนัยสำคัญ ตราบใดที่นโยบายรัฐบาลยังคงเดินหน้าทำลายอำนาจซื้อของเงินตราเพื่อประคองระบบหนี้สินต่อไป
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.moneymetals.com/news/2026/02/28/sprott-gold-in-the-spotlight-as-deglobalization-trend-accelerates-004729