.
ทรัมป์ขู่ 'จำคุกนักข่าว'-ล่าตัว "คนปล่อยข่าว" ฐานเผยข้อมูลลับเบื้องลึกยุทธการชิงตัวนักบินในแดนอิหร่าน
8-4-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ออกมาข่มขู่ว่าจะสั่งจำคุกผู้สื่อข่าวที่ตีพิมพ์รายละเอียดเกี่ยวกับปฏิบัติการจู่โจมของกองทัพสหรัฐฯ เพื่อช่วยเหลือนักบิน 2 นายที่ถูกยิงตกเหนือดินแดนอิหร่าน โดยกล่าวหาว่าการรายงานข่าวดังกล่าวทำให้ภารกิจตกอยู่ในอันตราย
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้เปิดแถลงข่าวเพื่อเปิดเผยรายละเอียดใหม่ของสิ่งที่เขาเรียกว่าความพยายาม "ครั้งประวัติศาสตร์" ในการกู้สถานการณ์ที่อันตรายที่สุดช่วงหนึ่งของสหรัฐฯ ในความขัดแย้งที่ดำเนินมานานกว่าเดือน อย่างไรก็ตาม คำพูดของเขากลายเป็นการมุ่งเป้าโจมตีสื่อมวลชนครั้งล่าสุดจากการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับรัฐบาลของเขา
ทรัมป์ระบุโดยไม่ระบุชื่อสำนักข่าวว่า การรายงานข่าวที่ระบุว่ามีนักบินเพียงคนเดียวจากสองคนได้รับการช่วยเหลือในตอนแรกนั้น เป็นการ "ชี้ช่อง" ให้ฝ่ายอิหร่านรู้ตัวและขัดขวางความพยายามในการช่วยเหลือนักบินอีกคนที่เหลือ ทรัมป์ลั่นวาจาว่ารัฐบาลจะตามล่าตัวผู้ที่เปิดเผยข้อมูลให้สื่อ และจะควบคุมตัวนักข่าวหากพวกเขาไม่ยอมเปิดเผยแหล่งที่มาของข้อมูลที่รั่วไหล
“เราต้องหาตัวไอ้คนปล่อยข่าวให้เจอ เพราะนั่นคือคนป่วย” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว “คนที่ทำข่าวนี้จะต้องติดคุกถ้าเขาไม่ยอมพูด และผมคิดว่าทุกคนคงเข้าใจว่าพวกเขาทำให้ภารกิจนี้ตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างมหาศาล”
รายละเอียดภารกิจกู้ภัย
ทรัมป์ได้บรรยายรายละเอียดของภารกิจค้นหาและกู้ภัยที่เกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าต้องใช้เครื่องบินถึง 21 ลำเพื่อช่วยนักบินคนแรก และใช้เครื่องบินประมาณ 155 ลำเพื่อช่วยนักบินคนที่สอง เขากล่าวว่ากองทัพสหรัฐฯ ต้องดำเนิน "ปฏิบัติการลวง" (Deception operation) ที่ซับซ้อนเพื่อช่วยเหลือนักบินคนที่สองซึ่งติดอยู่ลึกเข้าไปในดินแดนอิหร่าน
ในระหว่างการแถลง ทรัมป์ได้ถาม พล.อ. แดน เคน (Dan Caine) ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม ว่าเขาสามารถเปิดเผยจำนวนกำลังพลที่เข้าร่วมภารกิจได้หรือไม่ ซึ่งนายพลตอบว่า "อยากจะเก็บไว้เป็นความลับมากกว่า" แต่ทรัมป์กลับสวนว่า "ผมจะเก็บเป็นความลับให้ก็ได้ แต่มันมีเป็นร้อยๆ นายเลยล่ะ"
“ด้วยการแสดงทักษะ ความแม่นยำ ความเด็ดขาด และแสนยานุภาพที่น่าทึ่ง กองทัพอเมริกาได้บุกเข้าไปในพื้นที่จริง ปะทะกับศัตรู ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่ติดอยู่ ทำลายภัยคุกคามทั้งหมด และออกจากดินแดนอิหร่านโดยไม่มีความสูญเสียใดๆ แม้แต่คนเดียว” ทรัมป์กล่าว “เหล่านักบินและนักรบบนเครื่องบินเหล่านั้นยอมเสี่ยงชีวิตอย่างยิ่งยวดเพื่อช่วยเพื่อนทหารของพวกเขา”
ทรัมป์เผยว่าความสำเร็จของภารกิจขึ้นอยู่กับ "กลอุบาย" (Subterfuge) ซึ่งรวมถึงการส่งเครื่องบินบินเหนือพื้นที่ 7 แห่งเพื่อหลอกล่อกองกำลังอิหร่านไม่ให้รู้ตำแหน่งที่แท้จริงของการค้นหา
วินาทีการเอาชีวิตรอด
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้แชร์รายละเอียดผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันอาทิตย์ว่า นักบินคนแรกได้รับการช่วยเหลือจากจุดที่เครื่อง F-15E Strike Eagle ตกในช่วงกลางวันแสกๆ ระหว่างปฏิบัติการนาน 7 ชั่วโมงเหนืออิหร่าน โดยระบุว่าเครื่องบินถูกยิงตกด้วย "ขีปนาวุธประทับบ่า" ของอิหร่านซึ่งเป็นชนิด "ตรวจจับความร้อน"
จากนั้น สหรัฐฯ และอิหร่านต่างแข่งกับเวลาเพื่อค้นหาเจ้าหน้าที่ควบคุมระบบอาวุธ (Weapons System Officer) ที่หลบภัยอยู่ใน "ขุนเขาอันอันตรายของอิหร่าน" ทรัมป์ระบุใน Truth Social ว่าเจ้าหน้าที่นายนี้ถูกศัตรู "ไล่ล่า" และขยับเข้าใกล้ตัวขึ้นทุกขณะ
เจ้าหน้าที่นายนี้สามารถหลบหนีการจับกุมได้นานเกือบ 48 ชั่วโมง ทรัมป์กล่าวว่ากองทัพตัดสินใจระเบิดทำลายอากาศยานของตนเองบางส่วนทิ้ง แทนที่จะปล่อยทิ้งไว้หลังจากเครื่องบินเกิดติดหล่มทรายในระหว่างภารกิจ เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านเก็บกู้ข้อมูลทางเทคนิคของยุทโธปกรณ์ระดับสูงไปได้
“เราเป่าพวกมันจนแหลกเป็นจุณ เพราะเรามีอุปกรณ์บนเครื่องที่บอกตรงๆ ว่าเราอยากจะเอากลับมา แต่ผมไม่คิดว่ามันจะคุ้มค่าที่จะเสียเวลาอีก 4 ชั่วโมงที่นั่นเพื่อถอดมันออก เราไม่อยากให้ใครได้เห็นอุปกรณ์ที่ดีที่สุดในโลกของเรา” ทรัมป์กล่าว โดยระบุว่าท้ายที่สุดได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ในการสกัดตัวทหารนายนี้ออกมาแทน
สื่อท้องถิ่นอย่าง New York Times รายงานก่อนหน้านี้ว่า ภารกิจดังกล่าวครอบคลุมเวลา 2 วัน ใช้กองกำลังปฏิบัติการพิเศษหลายร้อยนาย โดยมีเครื่องบินสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดและยิงถล่มขบวนรถของอิหร่านเพื่อกันให้ออกห่างจากพื้นที่กบดานของนักบิน นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังช่วยเหลือนักบินอีกคนจากเครื่อง A-10 Warthog ที่ตกใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันศุกร์ ซึ่งเป็นเวลาใกล้เคียงกับที่เครื่อง F-15E ถูกยิงตกด้วยเช่นกัน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-04-06/trump-threatens-to-jail-journalists-who-wrote-on-rescue-mission