.
สาเหตุที่แท้จริงที่ทรัมป์สั่งหยุดการโจมตีอิหร่าน
20-5-2026
เพนตากอนเปิดเผยว่า โดนัลด์ ทรัมป์สั่งหยุดการโจมตีอิหร่าน ไม่ใช่เพื่อการเจรจาอย่างที่เขาอ้าง แต่เพราะอิหร่านกำลังพัฒนาความสามารถในการติดตามปฏิบัติการทางอากาศของสหรัฐฯ ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงเสริมประสิทธิภาพระบบป้องกันภัยทางอากาศ และมีความสามารถมากขึ้นในการตรวจจับสัญญาณของการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว ตามรายงานของ NYT
อิหร่านใช้ช่วงหยุดยิงในการขุดฟื้นฐานยิงขีปนาวุธพิสัยไกลที่ถูกโจมตี จนกลับมาใช้งานได้เต็มรูปแบบอีกครั้ง นอกจากนี้ อิหร่านยังเคลื่อนย้ายแท่นยิงเคลื่อนที่ชุดใหม่จำนวนมากไปทั่วประเทศ และปรับเปลี่ยนยุทธวิธีสำหรับกรณีที่การโจมตีจะกลับมาอีกครั้ง ตามคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐฯ รายหนึ่ง
ผู้บัญชาการทหารอิหร่านได้ศึกษารูปแบบการบินของเครื่องบินขับไล่และเครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ โดยได้รับความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดจากรัสเซียและจีน เหตุการณ์ล่าสุดที่เครื่องบิน F-15E ถูกยิงตก และเครื่องบิน F-35 ถูกยิงจากภาคพื้นดิน เผยให้เห็นว่ายุทธวิธีการบินของสหรัฐฯ กลายเป็นสิ่งที่ “คาดเดาได้ง่ายเกินไป”
ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า เขาจะ “ชะลอ” แผนโจมตีอิหร่านที่กำหนดไว้ในวันอังคาร โดยอ้างคำร้องขอจากผู้นำกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะที่เขาระบุว่าการเจรจาเพื่อยุติสงครามกำลัง “จริงจังมากขึ้น”
ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมในโพสต์บน Truth Social ว่า เขาได้สั่งการให้ทีมผู้นำ “เตรียมพร้อมเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเต็มรูปแบบขนาดใหญ่ได้ทันที” หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้
เขาชี้ถึงสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็น “มุมมองเชิงบวก” ของผู้นำในภูมิภาค เกี่ยวกับโอกาสในการบรรลุข้อตกลงที่สหรัฐฯ และพันธมิตรในตะวันออกกลางยอมรับได้
“ข้อตกลงนี้จะต้องรวมถึงเรื่องสำคัญที่สุด คือ อิหร่านจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์” ทรัมป์กล่าว
ต่อมาในวันเดียวกัน ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า สถานการณ์ครั้งนี้ “แตกต่างออกไปเล็กน้อย” จากหลายครั้งก่อนที่เขาเคยคิดว่าอิหร่านใกล้จะบรรลุข้อตกลง “มันเป็นพัฒนาการที่ดีมาก แต่เราต้องดูกันว่าจะนำไปสู่อะไรหรือไม่” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า ก่อนหน้านี้ก็เคยมี “หลายช่วงเวลา” ที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คิดว่าข้อตกลงใกล้จะสำเร็จ “แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไปเล็กน้อย”
หลังจากเริ่มไม่พอใจกับความคืบหน้าของการเจรจา ทรัมป์ได้วางแผนโจมตีเป้าหมายในอิหร่านในวันอังคาร หลังได้รับตัวเลือกปฏิบัติการจากที่ปรึกษาทางทหารระดับสูง ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่รับรู้แผนดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้เปิดเผยว่าจะโจมตีเป้าหมายใดหรือขอบเขตปฏิบัติการมากเพียงใด
ทรัมป์บอกผู้สื่อข่าวว่า กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับได้ขอให้เขาชะลอการโจมตีออกไปอีกไม่กี่วัน แต่การหยุดชั่วคราวอาจยาวนานกว่านั้น “เดิมทีเรากำลังเตรียมการโจมตีครั้งใหญ่มากในวันพรุ่งนี้ ผมเลยเลื่อนมันออกไปสักพัก — หวังว่าอาจจะตลอดไป — หรืออย่างน้อยก็ชั่วคราว เพราะเราได้หารือครั้งใหญ่กับอิหร่าน และเราจะรอดูว่าจะออกมาเป็นอย่างไร” ทรัมป์กล่าว
“ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ ยูเออี และอีกหลายประเทศ ขอให้เราชะลอออกไปสักสองหรือสามวัน เพราะพวกเขาคิดว่ากำลังใกล้จะบรรลุข้อตกลงแล้ว”
แม้จะย้ำเส้นแดงเดิมว่าอิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ทรัมป์ยังส่งสัญญาณว่า หากประเทศอ่าวอาหรับพึงพอใจกับข้อเสนอสันติภาพ สหรัฐฯ ก็น่าจะยอมรับได้เช่นกัน
เขากล่าวด้วยว่า ยังมีประเทศอื่นอีกที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ ซึ่งได้ร้องขอให้เขาชะลอการโจมตีเพิ่มเติม “ผมได้รับโทรศัพท์จากสามประเทศนี้ รวมถึงประเทศอื่น ๆ และพวกเขากำลังเจรจากับเจ้าหน้าที่ของเรา รวมทั้งกับอิหร่านโดยตรง ตอนนี้ดูเหมือนว่ามีโอกาสที่ดีมากที่จะหาทางออกกันได้ ถ้าเราทำได้โดยไม่ต้องถล่มพวกเขา ผมก็จะยินดีมาก” ทรัมป์กล่าวกับ Kristen Holmes ผู้สื่อข่าวของ CNN
เมื่อวันอาทิตย์ ทรัมป์ได้เตือนอิหร่านว่า “เวลาใกล้หมดแล้ว” ในการทำข้อตกลง มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับการกลับมาของปฏิบัติการทางทหารที่ถูกระงับไว้ตั้งแต่เดือนก่อน อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวผู้ใกล้ชิดระบุเมื่อวันจันทร์ว่า ข้อเสนอล่าสุดของอิหร่านในการยุติสงครามไม่ได้มีการยอมอ่อนข้ออย่างมีนัยสำคัญในประเด็นสำคัญหลายเรื่อง โดยเฉพาะความขัดแย้งเรื่องการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งยังคงเป็นจุดติดขัดหลักของการเจรจา
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน อิหร่านเปิดเผยว่าได้ตอบข้อกังวลบางส่วนของสหรัฐฯ ผ่านตัวกลางจากปากีสถาน แต่เจ้าหน้าที่อเมริกันมองว่าข้อเสนอใหม่ยังไม่ใช่การประนีประนอมมากพอที่จะเปลี่ยนท่าทีของทรัมป์ ยังไม่ชัดเจนว่าอิหร่านแก้ไขรายละเอียดใดในเอกสารเจรจารอบล่าสุด แต่ทรัมป์ได้ย้ำหลายครั้งถึง “เส้นแดง” สำคัญ เช่น การยุติการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ และการส่งมอบคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับใกล้ใช้ทำอาวุธ
เมื่อทรัมป์ประกาศขยายข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 21 เมษายน เขากล่าวว่าปากีสถานเป็นฝ่ายขอให้เขา “ระงับการโจมตีอิหร่าน” และในเวลานั้นเขายังอ้างถึงความแตกแยกภายในรัฐบาลเตหะราน พร้อมระบุว่าเขาต้องการรอ “ข้อเสนอที่เป็นเอกภาพ” อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ดูจะยิ่งหงุดหงิดกับความล่าช้าของการเจรจามากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเดียวกัน ภายในประเทศ สงครามที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่สามก็ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง และทำให้คะแนนนิยมด้านเศรษฐกิจของเขาตกต่ำ
หลังประชุมกับทีมความมั่นคงแห่งชาติระดับสูงในช่วงสุดสัปดาห์ ทรัมป์มีกำหนดเรียกประชุมอีกครั้งในช่วงต้นสัปดาห์นี้ เพื่อหารือแนวทางเดินหน้าต่อไป และอย่างที่เขาระบุไว้ในโพสต์ Truth Social เมื่อวันจันทร์ เขายังคง “เปิดทุกทางเลือกไว้”
“ผมได้สั่งการรัฐมนตรีกลาโหม พีต เฮกเซธ ประธานคณะเสนาธิการร่วม พลเอกแดเนียล เคน และกองทัพสหรัฐฯ ว่า เราจะไม่ดำเนินการโจมตีอิหร่านตามกำหนดในวันพรุ่งนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็ได้สั่งให้เตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการโจมตีเต็มรูปแบบขนาดใหญ่ทันที หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่ยอมรับได้”
ที่มา CNN