.
จีนถูกจับตาเร่งขยายการผลิตโดรนในต่างประเทศ รองรับคำสั่งซื้อตะวันออกกลาง
16-6-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า รัฐบาลปักกิ่งกำลังพิจารณาแผนการขยายฐานการจัดตั้งสายการประกอบอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนในต่างแดน เพื่อตอบสนองกลุ่มผู้ซื้อในภูมิภาคตะวันออกกลาง (Middle East) โดยข้อสันนิษฐานดังกล่าวปรากฏเด่นชัดขึ้นหลังหนึ่งในรัฐวิสาหกิจผู้รับเหมาด้านยุทธภัณฑ์ป้องกันประเทศรายใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้นำแบบจำลองย่อส่วนของสายการประกอบโดรนรบมาจัดแสดงในงานนิทรรศการด้านการป้องกันประเทศชั้นนำของโลก ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ที่บ่งชี้ว่าบริษัทมีเป้าหมายที่จะขยายขีดความสามารถการผลิตโครงสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ไปยังต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นโดยบริษัท North Industries Group Corporation (Norinco) ของรัฐบาลจีน ซึ่งได้นำแบบจำลองดังกล่าวมาจัดแสดงในงาน Eurosatory ประจำปีนี้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในงานนิทรรศการแสดงยุทโธปกรณ์และภาคพื้นดินที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยจัดขึ้น ณ กรุงปารีส (Paris) ประเทศฝรั่งเศส ตลอดช่วงสัปดาห์นี้ โดยหุ่นจำลองขนาดเล็กนี้ได้จำลองขั้นตอนการผลิตและการประกอบระบบโดรนหลายรุ่นของ Norinco อาทิ อากาศยานลาดตระเวนไร้คนขับรุ่น BZK-005E ซึ่งปัจจุบันมีการประจำการและปฏิบัติการจริงแล้วในประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) ประเทศมอริเตเนีย (Mauritania) และมีรายงานว่ามีการใช้งานในประเทศซูดาน (Sudan) ด้วยเช่นกัน
ในส่วนของรายละเอียดของแบบจำลองสายการประกอบดังกล่าว ได้แสดงให้เห็นขั้นตอนการผลิตชิ้นส่วนและส่วนประกอบต่างๆ ตลอดจนขั้นตอนการประกอบขั้นสุดท้าย (Final assembly) และกระบวนการทดสอบประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บนแผงกราฟิกข้อมูลภายในบูธนิทรรศการของ Norinco ยังได้เผยแพร่คำอธิบายเกี่ยวกับกระบวนการผลิตวัตถุระเบิดและสารขับดัน (Propellants) ที่นำมาใช้ในระบบโดรนเหล่านี้อย่างละเอียด ขณะเดียวกันในอีกมุมหนึ่งของบูธจัดแสดง ยังมีการนำแบบจำลองของโดรนขนส่งสินค้าขนาดใหญ่รุ่น CY-8 เฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับรุ่น Z-6B ตลอดจนกระสุนซุ่มยิงโจมตีหรือโดรนพลีชีพ (Loitering munitions) รูปแบบต่างๆ มาจัดแสดงด้วย ซึ่งตามรายงานของสื่อรัฐบาลจีนระบุว่า โดรนรุ่น CY-8 เป็นโดรนขนส่งสินค้าที่มีน้ำหนักมากที่สุดในโลก โดยมีขีดความสามารถรองรับน้ำหนักบรรทุก (Payload) ได้สูงถึง 3.5 ตัน ยิ่งไปกว่านั้น บริเวณด้านหลังของแบบจำลองสายการประกอบย่อส่วนดังกล่าว มีการติดตั้งป้ายประกาศขนาดใหญ่ที่ระบุข้อความเชิงยุทธศาสตร์ชัดเจนว่า “Norinco defence localisation” หรือการแปลงสัญชาติอุตสาหกรรมป้องกันประเทศสู่ท้องถิ่นโดย Norinco
ทางด้าน นายซ่ง จงผิง (Song Zhongping) อดีตครูฝึกประจำกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) ได้ให้ทรรศนะวิเคราะห์ในประเด็นนี้ว่า "ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับประเทศจีนในการถ่ายโอนเทคโนโลยีสายการประกอบโดรนไปยังประเทศพันธมิตรที่มีความใกล้ชิด หากเงื่อนไขและข้อตกลงต่างๆ บรรลุตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับที่จีนเคยดำเนินการถ่ายโอนสายการผลิตบางส่วนให้แก่ประเทศปากีสถาน (Pakistan) มาก่อนหน้านี้" นอกจากนี้ นายซ่งยังได้ระบุเพิ่มเติมว่า "จีนสามารถพิจารณาถ่ายโอนสายการประกอบเหล่านี้ไปยังกลุ่มประเทศในแถบตะวันออกกลางบางประเทศได้ เนื่องจากความต้องการใช้งานโดรนในภูมิภาคดังกล่าวกำลังเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจีนพร้อมที่จะนำเสนอและจัดส่งชิ้นส่วนโครงสร้างหลัก (Core components) เพื่อให้ประเทศผู้ซื้อนำไปดำเนินการประกอบในส่วนท้องถิ่น หากประเทศผู้ซื้อเหล่านั้นมีความต้องการและยื่นข้อเสนอเข้ามา"
เป็นที่รับทราบกันในวงการทหารว่า การที่รัฐวิสาหกิจผู้รับเหมาด้านความมั่นคงของรัฐบาลจีนจะนำกระบวนการและขั้นตอนการผลิตอาวุธมาเปิดเผยในงานนิทรรศการต่างประเทศถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่ง เนื่องจากสายการประกอบของกลุ่มผู้ผลิตอาวุธในประเทศจีนมักถูกปิดเป็นความลับขั้นสูงสุดและเป็นพื้นที่เขตหวงห้ามสำหรับทั้งสาธารณชนภายในประเทศและผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การจัดแสดงของ Norinco ในครั้งนี้เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่บริษัทกำลังเร่งขับเคลื่อนการขยายปริมาณการส่งออกโดรนไปยังตลาดโลกอย่างหนัก ซึ่งสอดรับกับบทบาทที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของโดรนที่มีความคุ้มค่าเชิงต้นทุน (Cost-effective drones) ในสมรภูมิการรบยุคปัจจุบัน ดังจะเห็นได้จากทั้งกรณีสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล (US-Israel) กับประเทศอิหร่าน (Iran) และกรณีปฏิบัติการรุกรานประเทศยูเครน (Ukraine) ของประเทศรัสเซีย (Russia)
เมื่อย้อนกลับไปในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา องค์กรอาหรับเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศอียิปต์ (Egypt’s Arab Organization for Industrialisation) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับบริษัท Norinco เพื่อร่วมกันดำเนินโครงการผลิตโดรนทางการทหารโดยอ้างอิงฐานการพัฒนาจากโดรนรุ่น ASN-209 ของจีน ซึ่งจากรายงานระบุว่าสัดส่วนการผลิตส่วนประกอบของโดรนดังกล่าวจะดำเนินการภายในประเทศอียิปต์สูงถึงร้อยละ 85 เลยทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น ในระหว่างความขัดแย้งของสงครามอิหร่าน รัฐบาลเตหะรานได้เลือกใช้โดรนรุ่น Shahed ซึ่งมีต้นทุนต่ำและมีความเร็วต่ำ ควบคู่ไปกับการใช้ขีปนาวุธร่อน (Cruise missiles) และขีปนาวุธทิ้งตัว (Ballistic missiles) ที่มีความเร็วสูงกว่า ในการเปิดฉากโจมตีกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (Gulf states) ซึ่งเป็นฐานที่ตั้งและกองกำลังทหารของสหรัฐฯ (US) โดยปฏิบัติการสกัดกั้นและป้องกันการโจมตีเหล่านั้นส่งผลให้ชาติพันธมิตรต้องแบกรับค่าใช้จ่ายรวมคิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งยังทำให้คลังแสงขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศของประเทศเหล่านั้นลดน้อยลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้นักวิเคราะห์หลายรายประเมินว่า กองทัพจีนน่าจะนำเอาบทเรียนและข้อมูลจากความขัดแย้งดังกล่าวมาศึกษาและปรับใช้เชิงยุทธวิธีอย่างใกล้ชิด
ปัจจุบัน ภูมิภาคตะวันออกกลางถือเป็นตลาดส่งออกโดรนที่สำคัญที่สุดของประเทศจีน โดยเฉพาะระบบอากาศยานไร้คนขับในตระกูล Wing Loong ของบริษัท Chengdu Aircraft Industry Group ที่ประสบความสำเร็จในการส่งออกไปยัง 11 ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงอียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates) โดยแพลตฟอร์มการรบของโดรนตระกูลดังกล่าวมีขีดความสามารถรอบด้านที่สามารถรองรับปฏิบัติการได้ทั้งในภารกิจการบินลาดตระเวนสอดแนมและภารกิจการเปิดฉากโจมตีในสมรภูมิรบจริง
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/china/military/article/3357197/beijing-planning-make-more-drones-overseas-middle-eastern-buyers?module=top_story&pgtype=homepage