แวนซ์ชี้แจงข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่าน
รองประธานาธิบดีแวนซ์ชี้แจงข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่าน หวังสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดการเงิน
16-6-2026
ไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่ามีการบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และเพียง 30 นาทีก่อนที่ตลาดฟิวเจอร์สในนิวยอร์กจะเปิดทำการในเย็นวันอาทิตย์ รัฐบาลสหรัฐฯ ก็เริ่มส่งรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ออกสื่ออย่างต่อเนื่อง เพื่อคลายความกังวลของนักลงทุนและเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ
แวนซ์เริ่มต้นการให้สัมภาษณ์ในเช้าวันจันทร์กับ CNBC โดยให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ท่ามกลางบรรยากาศที่ความไม่แน่นอนยังคงเป็นปัจจัยที่ตลาดกังวลมากที่สุด
แวนซ์กล่าวว่าข้อตกลงดังกล่าวยังคงเดินหน้าต่อไป แม้จะมีสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นการรายงานข่าวที่คลาดเคลื่อนจากสื่อกระแสหลัก (MSM)
“ข้อตกลงนี้ตั้งอยู่บนกระบวนการตรวจสอบยืนยันสองขั้นตอนเป็นหลัก”
แวนซ์กล่าว พร้อมเสริมว่าอิสราเอลจะมีส่วนร่วมในการเจรจาด้วย และทุกกลุ่มอำนาจสำคัญภายในรัฐบาลอิหร่านต่างมีตัวแทนเข้าร่วมในกระบวนการดังกล่าว โดยคาดว่าจะมีผู้แทนจากอิหร่านหลายคนเข้าร่วมพิธีลงนามในวันศุกร์นี้
ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งาน
ในประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก แวนซ์กล่าวว่าปริมาณการเดินเรือได้เริ่มเพิ่มขึ้นแล้ว และคาดว่าช่องแคบจะยังคงเปิดให้สัญจรได้โดยไม่เก็บค่าผ่านทางในระยะยาว ไม่ใช่เพียงมาตรการชั่วคราว
เขายังระบุว่าอิหร่านจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการฟื้นฟูประเทศหลังความขัดแย้ง แต่ทรัพยากรเหล่านั้นจะไม่สามารถเข้าถึงได้หากไม่มีข้อตกลงด้านนิวเคลียร์
สรุปประเด็นสำคัญจากการสัมภาษณ์กับ CNBC
รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า แม้สหรัฐฯ และอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นได้แล้ว แต่ยังมีรายละเอียดอีก “จำนวนมาก” ที่ต้องเจรจาและตกลงกันเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เขาแสดงความมั่นใจว่าสหรัฐฯ ยังคง “ถือไพ่เหนือกว่า” ในการเจรจาขั้นต่อไป
ข้อตกลงที่บรรลุเมื่อวันอาทิตย์จะขยายเวลาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านออกไปอีก 60 วัน พร้อมกำหนดกรอบการเจรจาในอนาคตเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของเตหะรานและประเด็นสำคัญอื่น ๆ
จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการเผยแพร่ข้อความฉบับเต็มของข้อตกลงเบื้องต้น
ระหว่างการให้สัมภาษณ์ในรายการ Squawk Box ของ CNBC แวนซ์กล่าวว่าข้อตกลงมีเป้าหมายหลัก 2 ประการ ได้แก่
การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
การได้รับคำมั่นระยะยาวว่าอิหร่านจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
เขายังระบุว่า หากอิหร่านปฏิบัติตามพันธกรณีในข้อตกลง ก็จะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและข้อจำกัดต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้อิหร่าน
“ได้รับเชิญกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง”
เดินสายสื่อเพิ่มเติม
มีรายงานว่าแวนซ์จะเข้าร่วมรายการ CBS Mornings เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่มเติม ขณะที่สื่ออื่น ๆ เช่น Fox Business ก็คาดว่าจะสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่รัฐบาลในประเด็นเดียวกัน
นักวิเคราะห์มองว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จำเป็นต้องฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางการเมืองและเศรษฐกิจ หลังสงครามกับอิหร่านที่ยืดเยื้อนานสี่เดือนสร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาดการเงินสหรัฐฯ และผลักดันให้ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยทั่วประเทศสูงกว่า 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเป็นเวลาประมาณสองเดือนครึ่ง
อิหร่านเสนอให้เรือเดินสมุทรผ่านช่องแคบฮอร์มุซฟรี 60 วัน ขณะที่เรือหลายร้อยลำรอการเปิดเส้นทางอีกครั้ง
สหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงชั่วคราวเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งในเย็นวันอาทิตย์ เพียง 30 นาทีก่อนที่ตลาดฟิวเจอร์สในนิวยอร์กจะเปิดทำการ โดยเจ้าหน้าที่จากทั้งสองประเทศมีกำหนดพบกันที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์นี้ เพื่อลงนามในข้อตกลงสันติภาพอย่างเป็นทางการ
ตามรายงานของสำนักข่าว Fars ของอิหร่าน ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีเงื่อนไขให้เรือพาณิชย์สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 60 วัน
หลังจากช่วงเวลาดังกล่าว หากมีการบรรลุข้อตกลงถาวร อิหร่านอาจพิจารณาสร้างรายได้จากเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้ โดยเรียกเก็บค่าบริการจากเรือพาณิชย์สำหรับบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ
ความปลอดภัยทางทะเล
การนำร่องเดินเรือ
การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม
การประกันภัย
การเดินเรือยังคงเบาบาง
ในเช้าวันจันทร์ ปริมาณการจราจรทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยมีเรือบรรทุกน้ำมันหลายร้อยลำจอดรออยู่ เพื่อรอการเปิดใช้งานเส้นทางเดินเรืออย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในสิ้นสัปดาห์นี้
อย่างไรก็ตาม เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ชื่อ Disha ไม่ได้รอการเปิดเส้นทางอย่างเป็นทางการ และได้เร่งเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่ช่วงเช้าของวันจันทร์
เรือเกือบ 600 ลำรอการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อุตสาหกรรมเดินเรือยังคงระมัดระวัง
ปัจจุบันมีเรือบรรทุกสินค้าที่บรรทุกน้ำมันเต็มลำเกือบ 300 ลำจอดรออยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่มีเรือเปล่าอีกจำนวนใกล้เคียงกันกำลังรออยู่ในอ่าวโอมาน เพื่อกลับเข้าไปรับสินค้าจากท่าเรือส่งออกเมื่อการขนส่งกลับมาเป็นปกติ
นอกจากนี้ ยังมีเรือบัลลาสต์ (เรือที่ไม่มีสินค้าและเดินทางเพื่อไปรับสินค้า) อีกประมาณ 250 ลำภายในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งพร้อมเข้ารับสินค้าในทันทีหากการส่งออกกลับมาเริ่มต้นอีกครั้ง
การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งอาจช่วยปลดปล่อยน้ำมันดิบหลายล้านบาร์เรลที่ติดค้างอยู่ และทำให้การส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) กลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการฟื้นตัวของการขนส่งพลังงานให้กลับสู่ระดับก่อนสงครามอาจต้องใช้เวลาหลายเดือน หรืออาจนานเป็นไตรมาส โดยเฉพาะในกรณีของกาตาร์ที่อาจต้องใช้เวลาหลายปี
ผู้บริหารธุรกิจเดินเรือยังไม่มั่นใจ
อังกาด บังกา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ The Caravel Group ซึ่งเป็นเจ้าของ Fleet Management Limited หนึ่งในบริษัทบริหารจัดการเรือที่ใหญ่ที่สุดของโลก กล่าวว่า
“จากมุมมองบนสะพานเดินเรือและในห้องเครื่องที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่ สถานการณ์ในตอนนี้ดูแตกต่างอย่างมากจากสิ่งที่พาดหัวข่าวกำลังรายงาน”
เขาเปิดเผยกับ Bloomberg ว่าบริษัทยังคงมีลูกเรือหลายชุดที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่อ่าวเปอร์เซีย พร้อมกล่าวเสริมว่า
“เราเคยเห็นสัญญาณเชิงบวกมาก่อนแล้ว และท้ายที่สุด สิ่งสำคัญคือข้อตกลงนั้นจะคงอยู่ได้จริงหรือไม่”
เจ้าของเรือยังรอความชัดเจน
อโนป ซิงห์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยการขนส่งทางเรือระดับโลกของ Oil Brokerage Ltd กล่าวว่า เจ้าของเรือแต่ละกลุ่มมีระดับการยอมรับความเสี่ยงแตกต่างกัน
“ผู้ประกอบการจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน มักไม่ต้องการรับความเสี่ยงสูง ขณะที่เจ้าของเรือชาวกรีกมีแนวทางที่แตกต่างออกไป ดังนั้นเราอาจเห็นบางฝ่ายเริ่มเตรียมความพร้อมกลับเข้าสู่ตลาด”
อย่างไรก็ตาม เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “โดยภาพรวม ตลาดส่วนใหญ่ยังคงต้องการรายละเอียดและหลักประกันเพิ่มเติมก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินการ”
วอลล์สตรีทจับตาการเปิดช่องแคบ
นอกเหนือจากอุตสาหกรรมเดินเรือแล้ว นักลงทุนในตลาดการเงินก็เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเช่นกัน
อาเรนด์ คัปไตน์ นักเศรษฐศาสตร์ของ UBS ระบุในบันทึกถึงลูกค้าว่า “บททดสอบสำคัญคือช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดได้รวดเร็วเพียงใด และในระดับใด”
เขากล่าวว่าข้อมูลเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่ากระบวนการดังกล่าวอาจขึ้นอยู่กับความสามารถของอิหร่านในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดทางทะเลภายในช่วงเวลาเริ่มต้นประมาณ 30 วัน
คัปไตน์เสริมว่า หากพิจารณาตามข่าวที่ออกมาโดยตรง สถานการณ์ดังกล่าวควรเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยอาจส่งผลให้
อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yields) ปรับลดลง
ราคาน้ำมันลดลง
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง
ตลาดหุ้นปรับตัวสูงขึ้น
ที่มา Zerohedge