.
สหรัฐฯ วางแผนสร้างคลังอาวุธพร้อมรบในออสเตรเลีย จีนเตือนซ้ำทำลายความมั่นคงเอเชีย-แปซิฟิก
19-6-2026
สำนักข่าว RT รายงานว่า สำนักข่าวเอเอฟพี (AFP) รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากเอกสารการประกวดราคา (Tender Documents) และการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงว่า ประเทศสหรัฐฯ (US) กำลังดำเนินการจัดตั้งคลังเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์พร้อมรบแบบถาวรสำหรับหน่วยนาวิกโยธินในประเทศออสเตรเลีย (Australia) ท่ามกลางคำเตือนอย่างรุนแรงจากประเทศจีน (China) ที่ระบุว่า ความร่วมมือทางทหารระหว่างรัฐบาลวอชิงตันและกรุงแคนเบอร์รากำลังส่งผลกระทบและสร้างความสั่นคลอนต่อเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
ทางด้านทางการจีนได้ออกมาประณามความร่วมมือทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง โดยกล่าวหาว่าทั้งสองประเทศกำลังทำลายความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และยังมีพฤติกรรมที่สะท้อนถึง "แนวคิดยุคสงครามเย็น" (Cold War mentality) ทั้งนี้ เอกสารการประกวดราคาที่เผยแพร่โดยกองทัพเรือสหรัฐฯ เมื่อต้นเดือนมิถุนายน ระบุว่า สหรัฐฯ ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อก่อสร้างคลังสินค้าและสำนักงานภายในฐานทัพทหารออสเตรเลียที่เมืองแบนเดียนา (Bandiana) ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐวิกตอเรีย (Victoria)
รายงานระบุว่า คลังแสงของอเมริกาแห่งนี้คาดว่าจะมีความจุเต็มพิกัดภายในปี 2028 โดยในระยะแรกจะถูกจัดเก็บไว้ในเมืองเมลเบิร์น (Melbourne) ก่อนที่จะมีการย้ายไปยังรัฐวิกตอเรีย นอกจากนี้ กองทัพเรือสหรัฐฯ มีแผนที่จะว่าจ้างวิศวกร ช่างกล และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยรวมประมาณ 110 อัตรา ผ่านทางบริษัทผู้รับเหมาด้านการป้องกันประเทศระดับโลกเพื่อเข้ามาบริหารจัดการคลังอาวุธดังกล่าว เนื่องจากข้อจำกัดกฎหมายของออสเตรเลียที่สั่งห้ามไม่ให้มีฐานทัพทหารต่างชาติในประเทศ ทำให้ทหารประจำการของสหรัฐฯ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่นี้ได้โดยตรง
โฆษกหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ เปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพี (AFP) ว่า กิจกรรมของหน่วยในออสเตรเลียนั้น "เป็นการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงแบบบูรณาการระดับโลก โดยการบำรุงรักษาอุปกรณ์และสิ่งของให้พร้อมสำหรับการแจกจ่ายเพื่อใช้ในปฏิบัติการและการฝึกซ้อมทั่วภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก" ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน (Pentagon) ได้ยื่นขออนุมัติงบประมาณจากรัฐสภาสหรัฐฯ จำนวน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2027 เพื่อจัดตั้งคลังอุปกรณ์และเชื้อเพลิงทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกสำหรับการป้องปรามจีน โดยคลังแสงแห่งแรกของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้คาดว่าจะเปิดใช้งานในประเทศฟิลิปปินส์ (Philippines) ภายในช่วงปลายปีนี้
นอกจากนี้ สถาบันคลังสมอง Lowy Institute ได้ออกโรงเตือนว่า ปัจจุบันรัฐบาลปักกิ่งมีขีดความสามารถที่จะโจมตีพื้นที่ตอนเหนือของออสเตรเลียจากฐานที่มั่นในทะเลจีนใต้ได้แล้ว ซึ่งสำนักข่าวเอเอฟพี (AFP) ได้ตั้งข้อสังเกตในรายงานว่า การที่สหรัฐฯ เลือกตั้งคลังแสงในรัฐวิกตอเรีย ถือเป็นการตั้งอยู่นอกระยะยิงของขีปนาวุธทิ้งตัวของจีน อย่างไรก็ตาม หลิน เจี้ยน (Lin Jian) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้ออกมาปฏิเสธรายงานของสถาบัน Lowy Institute พร้อมเรียกร้องให้กรุงแคนเบอร์ราหยุดขยายกระแส "ภัยคุกคามจากจีน" โดยย้ำว่า จีนกำลังพัฒนาขีดความสามารถทางทหารเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันตนเองเท่านั้น และไม่มีแผนที่จะมุ่งเป้าโจมตีประเทศอื่นแต่อย่างใด
ขณะที่ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เซอร์เก ชอยกู (Sergey Shoigu) เลิขาธิการสภาความมั่นคงแห่งรัสเซีย ได้ออกมาเตือนว่า ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) และประเทศญี่ปุ่น (Japan) กำลังเตรียมการที่จะเป็นเจ้าภาพรองรับอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ พร้อมเน้นย้ำว่า "อาวุธดังกล่าวอาจไปลงเอยในดินแดนของออสเตรเลียได้เช่นกัน เนื่องจากออสเตรเลียมีส่วนร่วมในกลุ่มภาคีความร่วมมือ AUKUS" ทั้งนี้ ข้อตกลง AUKUS เป็นสนธิสัญญาที่ลงนามร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร (UK) และออสเตรเลียในปี 2021 เพื่ออำนวยความสะดวกและสนับสนุนการผลิตเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของทางการออสเตรเลียในอนาคต
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.rt.com/news/641758-us-australia-weapons-china/