อินเดีย–จีน ส่งสัญญาณฟื้นสัมพันธ์
อินเดีย–จีน ส่งสัญญาณฟื้นสัมพันธ์ หลังหารือกรอบ BRICS หวังคลายเสี่ยงห่วงโซ่อุปทานยุคกำแพงภาษีทรัมป์ พร้อมฟื้นเที่ยวบิน–ผ่อนคลายลงทุน
24-6-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า อินเดียและจีนส่งสัญญาณว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศกำลังมุ่งสู่การปรับตัวดีขึ้น หลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงและการทูตของทั้งสองฝ่ายพบหารือกันนอกรอบการประชุมเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของ BRICS ที่กรุงนิวเดลี
อาจิต โดวัล (Ajit Doval) ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของประเทศอินเดีย (India) ได้เข้าพบปะหารือร่วมกับ หวัง อี้ (Wang Yi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน นอกรอบการประชุมเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของกลุ่มประเทศ BRICS (BRICS) ณ กรุงนิวเดลี (New Delhi) โดยที่ทั้งสองประเทศต่างระบุตรงกันถึงความคืบหน้าในการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
การเจรจาหารือเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเป็นไปในทิศทางที่ "สร้างสรรค์และมองไปข้างหน้า" รันธีร์ ไจสวาล (Randhir Jaiswal) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย (Ministry of External Affairs) ระบุผ่านแถลงการณ์บนแพลตฟอร์ม X (X) ขณะเดียวกัน หวัง อี้ (Wang Yi) ได้เปิดเผยว่า ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองฝ่าย "กำลังค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นจากจุดตกต่ำที่สุด และกำลังกลับเข้าสู่เส้นทางแห่งการฟื้นฟูและการพัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง" ตามรายงานสรุปผลการหารืออย่างเป็นทางการจากกระทรวงการต่างประเทศจีน (Foreign Ministry)
ทั้งนี้ ไจสวาล (Jaiswal) ระบุเพิ่มเติมว่า อินเดียและจีนได้ร่วมกันทบทวนพัฒนาการล่าสุดของความสัมพันธ์ทวิภาคีในระหว่างการประชุมครั้งนี้ ทว่าในรายละเอียดของแถลงการณ์ร่วมไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับประเด็นปัญหาต่างๆ ที่มีการยกขึ้นมาหารือกันในโต๊ะเจรจา
การพบปะพูดคุยในครั้งนี้มีขึ้นในขณะที่ทางการนิวเดลี (New Delhi) และกรุงปักกิ่ง (Beijing) ยังคงพยายามอย่างต่อเนื่องในการประสานรอยร้าวและฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกัน ซึ่งเคยทรุดโทรมลงอย่างรุนแรงภายหลังการปะทะกันอย่างรุนแรงจนส่งผลให้ทหารของทั้งสองฝ่ายเสียชีวิตบริเวณพรมแดนเมื่อปี 2020 โดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้อินเดียดำเนินมาตรการตอบโต้ด้วยการสกัดกั้นการลงทุนจากจีน สั่งระงับการให้บริการแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือของจีนจำนวนหลายร้อยแอปพลิเคชัน รวมถึงแอปพลิเคชัน TikTok (TikTok) และแอปพลิเคชัน WeChat (WeChat) ตลอดจนการยกระดับมาตรการควบคุมและจำกัดการออกวีซ่าสำหรับพลเมืองชาวจีน
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศความสัมพันธ์ทวิภาคีเริ่มส่งสัญญาณของการผ่อนคลายความตึงเครียดลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากความตึงเครียดทางการค้าโลกที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งได้รับแรงหนุนจากมาตรการปรับเพิ่มกำแพงภาษีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งประเทศสหรัฐฯ (US) จนนำไปสู่ความวิตกกังวลที่เพิ่มสูงขึ้นเกี่ยวกับระบบห่วงโซ่อุปทาน (Supply chains) ทั่วโลก ซึ่งนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งสองประเทศจึงได้ร่วมกันฟื้นฟูเส้นทางบินตรงระหว่างกันอีกครั้ง และทางฝั่งอินเดียก็ได้เริ่มทยอยผ่อนปรนมาตรการจำกัดบางประการเกี่ยวกับการเข้ามาลงทุนของภาคธุรกิจจีน
แม้ว่าอินเดียและจีนจะเผชิญกับสภาวะตึงเครียดสะสมมานานหลายปี แต่อินเดียยังคงเผชิญกับการขาดดุลการค้าในปริมาณมหาศาลร่วมกับจีน และภาคส่วนการผลิตที่สำคัญในระบบนิเวศอุตสาหกรรมหลายแห่งของอินเดียยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ผลิตขึ้นจากประเทศจีนเป็นหลัก ซึ่งทางด้านกรุงปักกิ่งระบุว่ามีความยินดีที่จะเปิดรับการนำเข้าสินค้าจากฝั่งอินเดียเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยบรรเทาและปรับปรุงโครงสร้างงบดุลทางการค้าที่ไม่มีความสมดุลระหว่างกันในปัจจุบัน
ทางด้านของ ไจสวาล (Jaiswal) กล่าวชี้แจงเพิ่มเติมว่า ทั้งสองฝ่ายต่างก็ "ตระหนักถึงความคืบหน้าในการทยอยปรับปรุงระดับความสัมพันธ์ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติอย่างค่อยเป็นค่อยไป"
ขณะที่ หวัง อี้ (Wang Yi) ระบุว่า ทั้งสองประเทศควรจัดวางประเด็นปัญหาข้อพิพาทบริเวณพื้นที่พรมแดนให้อยู่ "ในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้ประเด็นดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพรวมทั้งหมดของความสัมพันธ์ทวิภาคี" พร้อมทั้งกล่าวเน้นย้ำว่า ควรมีความพยายามร่วมกันในการผลักดันให้เกิดการแลกเปลี่ยนในมิติด้านการค้า การเงิน การบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนมิติด้านสื่อสารมวลชนร่วมกัน
คำกล่าววิเคราะห์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนที่มีมาอย่างยาวนานของกรุงปักกิ่งที่ว่า ข้อพิพาททางดินแดนไม่ควรถูกนำมาเป็นตัวประกันในการฉุดรั้งระดับความสัมพันธ์ในภาพรวมของทั้งสองประเทศ อย่างไรก็ดี ทางฝั่งอินเดียได้แสดงท่าทีปฏิเสธแนวคิดและแนวทางดังกล่าวมาโดยตลอดนับตั้งแต่เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงเมื่อปี 2020 โดยนิวเดลียังคงยึดมั่นในจุดยืนที่ว่า การพัฒนาและสร้างความคืบหน้าในระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีที่แท้จริง จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการฟื้นฟูเสถียรภาพและสันติภาพอย่างมั่นคงตลอดแนวชายแดนที่มีข้อพิพาทร่วมกันเท่านั้น
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-06-23/india-and-china-say-ties-are-moving-toward-improvement?utm_source=website&utm_medium=share&utm_campaign=copy