.
เนทันยาฮูย้ำอิสราเอลจะคงการยึดครองพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน แม้มีความพยายามทางการทูตระหว่างอิหร่าน-สหรัฐฯ
24-6-2026
นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู และผู้นำระดับสูงของกองทัพอิสราเอล ยืนยันอีกครั้งถึงแผนการรักษาการควบคุมพื้นที่บางส่วนทางตอนใต้ของเลบานอนต่อไป แถลงการณ์ร่วมซึ่งเผยแพร่โดยสำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลภายหลังการประชุมระหว่างเนทันยาฮู รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล อิสราเอล แคตซ์ เสนาธิการทหาร เอยาล ซามีร์ และผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคเหนือ โอริ กอร์ดิน ระบุว่า กองทัพอิสราเอลจะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อไป
ตามแถลงการณ์ กองทัพจะยังคงดำเนินการเพื่อสิ่งที่อิสราเอลเรียกว่า การขจัดภัยคุกคามต่อกำลังพลและประชาชนอิสราเอล การทำลาย “โครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มก่อการร้าย” และการรักษา “เขตความมั่นคง” (security zone) ในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน
แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากอิหร่านและสหรัฐฯ เปิดการเจรจาในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีปากีสถานและกาตาร์เป็นตัวกลาง
การเจรจาระดับสูงซึ่งใช้เวลานานถึง 18 ชั่วโมง มุ่งเน้นการหารือเกี่ยวกับการดำเนินการตามพันธกรณีภายใต้บันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MoU) ที่มีปากีสถานเป็นผู้ไกล่เกลี่ย และได้รับการลงนามโดยประธานาธิบดีของอิหร่านและสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
กระบวนการทางการทูตดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยุติวงจรความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 7 เมษายน ซึ่งสิ้นสุดลงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศหยุดยิง ท่ามกลางการตอบโต้ทางทหารของอิหร่าน
ภายใต้บันทึกความเข้าใจดังกล่าว อิหร่านยืนยันมาโดยตลอดว่า การยุติการโจมตีจะต้องเกิดขึ้นในทุกสมรภูมิ รวมถึงในเลบานอนด้วย
ภายหลังการลงนามในข้อตกลง สหรัฐฯ ระบุว่า อิสราเอลได้ตกลงที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอนแล้ว อย่างไรก็ตาม การยืนยันล่าสุดของรัฐบาลอิสราเอลเกี่ยวกับการคงกำลังทหารและการดำเนินปฏิบัติการในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน อาจสร้างคำถามต่ออนาคตของข้อตกลงดังกล่าว และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อความพยายามลดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง.
แถลงการณ์ล่าสุดของรัฐบาลอิสราเอลที่ยืนยันจะคงการควบคุมพื้นที่บางส่วนทางตอนใต้ของเลบานอน มีขึ้นในขณะที่การเจรจารอบที่ 5 ระหว่างรัฐบาลเลบานอนและอิสราเอลมีกำหนดเริ่มต้นขึ้นในวันอังคารที่กรุงวอชิงตัน
ก่อนการเจรจา ประธานาธิบดีเลบานอน โจเซฟ อูน ได้หารือเกี่ยวกับการจัดตั้ง “กลไกลดความขัดแย้ง” (deconfliction mechanism) สำหรับเลบานอน ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจ.ดี. แวนซ์ และนายกรัฐมนตรีกาตาร์ เมื่อวันจันทร์
ตามแถลงการณ์ของทำเนียบประธานาธิบดีเลบานอน การหารือมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างความมั่นคงของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การเจรจาที่กำลังจะมีขึ้น พร้อมเรียกร้องให้อิสราเอลถอนกำลังทหารออกจากดินแดนเลบานอนทั้งหมด
ด้านกาตาร์และปากีสถาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่สวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เปิดเผยว่า ทุกฝ่ายเห็นพ้องให้จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานลดความขัดแย้ง” (deconfliction cell) เพื่อรับประกันการปฏิบัติตามข้อตกลงยุติปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลไกดังกล่าว
ต่อมา แวนซ์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า กลไกดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เฉพาะหน้าบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งในวงกว้าง
หลังเสร็จสิ้นการเจรจาที่สวิตเซอร์แลนด์ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า มีความคืบหน้าสำคัญในการผลักดันให้สงครามกับอิหร่านยุติลง แต่บททดสอบที่แท้จริงจะอยู่ที่การบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอนให้ประสบผลสำเร็จ
ในข้อความที่เผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อเช้าวันจันทร์ อารักชีระบุว่า “ความพยายามอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของปากีสถานและกาตาร์ในการเป็นคนกลาง ได้นำไปสู่ความคืบหน้าครั้งสำคัญในการยุติสงครามเลบานอน การส่งออกน้ำมันและปิโตรเคมีได้รับการยกเว้นข้อจำกัด การปิดล้อมถูกยุติ ทรัพย์สินที่ถูกอายัดบางส่วนได้รับการปลดล็อก และมีการเริ่มต้นแผนฟื้นฟูและพัฒนาครั้งใหญ่สำหรับอิหร่าน”
“บททดสอบแรกที่แท้จริงคือการทำงานของศูนย์ประสานงานลดความขัดแย้งในเลบานอน”
ตามข้อมูลของทางการเลบานอน การโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนนับตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4,175 ราย บาดเจ็บ 12,164 ราย และประชาชนมากกว่าหนึ่งล้านคนต้องพลัดถิ่น
ขณะเดียวกัน อิสราเอลยังคงควบคุมพื้นที่หลายแห่งทางตอนใต้ของเลบานอน โดยบางพื้นที่อยู่ภายใต้การยึดครองมานานหลายทศวรรษ ขณะที่บางส่วนถูกยึดเพิ่มเติมระหว่างสงครามในช่วงปี 2023–2024
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้ความพยายามทางการทูตระหว่างประเทศจะมีความคืบหน้า แต่ประเด็นการถอนกำลังทหารและสถานะของพื้นที่พิพาทในเลบานอนยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนในภูมิภาค.
ที่มา Press TV