.
ปูตินลั่นตะวันตก 'NATO เตรียมทำสงครามกับรัสเซีย' ขณะยูเครนระเบิดสะพานรถไฟในไครเมีย พร้อมโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน
24-6-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ประเทศรัสเซีย กล่าวสุนทรพจน์ต่อผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันทหารและความมั่นคงที่เครมลิน ปูตินระบุอีกว่า ชาติตะวันตกนำโดยองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) กำลังเตรียมพร้อมเชิงรุกสำหรับทำสงครามกับรัสเซีย โดยอ้างว่าจากเดิมที่พันธมิตรตะวันตกจำกัดบทบาทไว้เพียงการสนับสนุนยูเครน บัดนี้มีการพูดกันอย่างเปิดเผยว่า “พวกเขากำลังเตรียมทำสงครามกับเราและเพิ่มงบประมาณด้านการทหารและขีดความสามารถเชิงรุก” พร้อมกล่าวหาว่า NATO และประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ใช้ข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับภัยคุกคามทางทหารจากรัสเซียที่บิดเบือนเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการทหารที่เข้มข้นยิ่งขึ้น
รัสเซียกำลังพิจารณามาตรการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงและใช้งบอุดหนุนเพื่อควบคุมราคา หลังเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันเบนซินและดีเซลในประเทศ อันเป็นผลจากการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันโดยยูเครนต่อเนื่อง ขณะที่สถานการณ์สงครามยังกดดันความมั่นคงด้านพลังงานและทวีความตึงเครียดระหว่างมอสโกกับชาติตะวันตก
หนังสือพิมพ์รายวัน Vedomosti รายงานอ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อสองรายว่า ทางการมอสโกกำลังพิจารณาทางเลือกในการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมทั้งพิจารณาการอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงนำเข้า เพื่อสกัดการปรับขึ้นของราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ และบรรเทาผลกระทบจากอุปทานที่สะดุดลงจากการโจมตีโรงกลั่นโดยโดรนของยูเครนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
หลายภูมิภาคทั่วรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่เป็นอันดับสามของโลก รายงานตรงกันว่ามีการจำกัดการจำหน่ายเชื้อเพลิง ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันหลายชนิดปรับตัวสูงขึ้น และมีคิวยาวที่สถานีบริการน้ำมันจากภาวะขาดแคลน ทั้งที่ตามปกติรัสเซียไม่เพียงส่งออกน้ำมันดิบ แต่ยังเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ น้ำมันสำเร็จรูปไปยังต่างประเทศด้วย ทว่า การโจมตีโรงกลั่นจากยูเครนได้บีบให้รัฐบาลรัสเซียประกาศห้ามส่งออกน้ำมันเบนซินและเชื้อเพลิงอากาศยานชั่วคราว
รายงานระบุว่าทางเลือกด้านการนำเข้าได้รับการหยิบยกขึ้นหารือในการประชุมว่าด้วยสถานการณ์อุปทานเชื้อเพลิง ซึ่งมีอเล็กซานเดอร์ โนวัก (Alexander Novak) รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเมื่อวันจันทร์ ขณะที่แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมสองรายเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางใช้งบอุดหนุนเชื้อเพลิงนำเข้า เพื่อช่วยตรึงราคาขายปลีก ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวต่อสาธารณชนและสุ่มเสี่ยงต่อการจุดชนวนเงินเฟ้อเป็นวงกว้าง โดยสำนักงานของโนวักยังไม่ได้ตอบคำถามจากรอยเตอร์ในทันที
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซียสูญเสียกำลังการผลิตน้ำมันเบนซินไปราว 25% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยรายวันในเดือนมิถุนายน 2025 โดยกำลังการผลิตลดลงเหลือประมาณ 90,000 ตัน หรือราว 765,000 บาร์เรลต่อวัน ขณะที่ข้อมูลจาก LSEG และแหล่งข่าวด้านตลาดระบุว่า การส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันทางเรือของรัสเซียลดลง 15% เหลือประมาณ 3.3 ล้านตันในช่วงครึ่งแรกของเดือนมิถุนายน เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของเดือนพฤษภาคม ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการซ่อมบำรุงโรงกลั่นนอกแผนหลังเผชิญการโจมตีด้วยโดรนซ้ำหลายระลอก ทั้งยังมีแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมสี่รายเผยเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า รัสเซียเตรียมเดินหน้าการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือในเดือนมิถุนายนเพื่อรับมือปัญหาขาดแคลนในประเทศ
ด้านสถานการณ์การสู้รบภาคสนาม กองทัพยูเครนระบุในวันอังคารว่า ได้ทำลายสะพานรถไฟเหนือคลอง North Crimean ซึ่งถูกใช้เป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านลอจิสติกส์ทางทหารของกองกำลังรัสเซีย โดยกองกำลังปฏิบัติการพิเศษยูเครน (Special Operations Forces) ระบุผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ว่า ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีสะพานดังกล่าวสองครั้ง ใกล้หมู่บ้านโรซดอลเน (Rozdolne) ในพื้นที่ไครเมียซึ่งอยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย โดยดำเนินการร่วมกับสมาชิกขบวนการต่อต้านใต้ดินในพื้นที่
ท่ามกลางการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้น ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กล่าวหายูเครนว่าโจมตีเป้าหมายพลเรือนในรัสเซียเพื่อสร้างความปั่นป่วนและบ่อนเซาะเสถียรภาพภายในสังคม โดยระบุว่าการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของยูเครนมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่านับตั้งแต่ต้นปี 2026 และใช้ เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุผลหนึ่งในการปฏิเสธการเปิดการเจรจาโดยตรงกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน
ระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ต่อผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันทหารและความมั่นคงที่เครมลิน ปูตินระบุอีกว่า ชาติตะวันตกนำโดยองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) กำลังเตรียมพร้อมเชิงรุกสำหรับทำสงครามกับรัสเซีย โดยอ้างว่าจากเดิมที่พันธมิตรตะวันตกจำกัดบทบาทไว้เพียงการสนับสนุนยูเครน บัดนี้มีการพูดกันอย่างเปิดเผยว่า “พวกเขากำลังเตรียมทำสงครามกับเราและเพิ่มงบประมาณด้านการทหารและขีดความสามารถเชิงรุก” พร้อมกล่าวหาว่า NATO และประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ใช้ข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับภัยคุกคามทางทหารจากรัสเซียที่บิดเบือนเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการทหารที่เข้มข้นยิ่งขึ้น
ข้อมูลทางการคลังระบุว่า ปัจจุบันเกือบ 40% ของงบประมาณรายจ่ายของรัสเซียถูกจัดสรรให้กับด้านการทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ และความมั่นคง สะท้อนภาระทางการเงินที่ถ่วงรั้งเศรษฐกิจภายใน ขณะสงครามซึ่งเริ่มต้นจากการที่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ยังคงยืดเยื้อ และหันมาเน้นโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและลอจิสติกส์มากขึ้น
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/world/russia-central-asia/article/3358100/russia-considers-fuel-imports-amid-ukraines-strikes-refineries-newspaper?module=top_story&pgtype=homepage