แนวคิดใหม่ระบอบทรัมป์หนุนโมเดลกองทุนความมั่งคั่ง
แนวคิดใหม่ระบอบทรัมป์ เจดี แวนซ์เผย ทรัมป์หนุนโมเดลกองทุนความมั่งคั่ง 'ให้รัฐถือหุ้นบริษัทเทคฯ' อ้างคืนผลประโยชน์ให้ประชาชน – ด้านมัสก์–คิวบันประสานเสียงค้าน
24-6-2026
สำนักข่าว Benzinga รายงานว่า เจดี แวนซ์ (JD Vance) รองประธานาธิบดีแห่งประเทศสหรัฐฯ (US) เปิดเผยผ่านรายการพอดแคสต์ "The Diary Of A CEO" โดยระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) มีแนวคิดสนับสนุนการให้รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าไปมีส่วนร่วมในการถือหุ้น (Ownership stakes) ในบริษัทปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) ยักษ์ใหญ่ระดับชั้นนำ
แวนซ์ (Vance) ชี้แจงว่า ทรัมป์ชื่นชอบแนวคิดดังกล่าวในลักษณะของการดําเนินงานรูปแบบกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign wealth fund-style approach) พร้อมทั้งยอมรับว่านี่ถือเป็นจุดยืนที่แหวกแนวและไม่เป็นไปตามแบบแผนประเพณีนิยม (Unconventional position) สำหรับคณะทำงานของรัฐบาลจากพรรครีพับลิกัน (Republican) โดยเขาได้อธิบายคุณลักษณะของทรัมป์ว่าเป็นนักปฏิบัติที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ในเชิงปฏิบัติ (Pragmatist) มากกว่าจะเป็นนักอุดมการณ์ (Ideologue) ทั้งนี้ แนวคิดหลักของนโยบายดังกล่าวตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า หากกลุ่มบริษัท AI เหล่านี้สามารถสร้างความมั่งคั่งได้อย่างมหาศาลในอนาคต กลุ่มประชาชนผู้เสียภาษี (Taxpayers) ก็ควรจะได้รับส่วนแบ่งจากผลประโยชน์ขาขึ้น (Upside) นั้นด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ดี อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ได้ออกมาแสดงท่าทีคัดค้านต่อแนวคิดดังกล่าวพร้อมทั้งนำเสนอข้อเสนอแนะในรูปแบบที่แตกต่างออกไป โดยมัสก์ได้โพสต์ข้อความตอบกลับผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า แนวทางที่ "ดีกว่าคือการจัดส่งเงินจากกระทรวงการคลัง (Treasury) ตรงไปถึงมือของประชาชนโดยตรง" นอกจากนี้ เขายังได้ให้ทัศนะและโต้แย้งเพิ่มเติมว่า เทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์ (Robotics) มีขีดความสามารถที่จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของสินค้าและบริการได้อย่างรวดเร็วมากพอที่จะป้องกันไม่ให้เกิดสภาวะเงินเฟ้อ (Inflation) ได้ ยิ่งไปกว่านั้น มัสก์ยังได้คาดการณ์ในมิติที่ไกลกว่าเดิมว่า การต่อสู้ครั้งใหญ่ในท้ายที่สุดของระบบเศรษฐกิจอาจกลายเป็นเรื่องของสภาวะเงินฝืด (Deflation) แทน
ขณะเดียวกัน มาร์ก คิวบัน (Mark Cuban) นักลงทุนชื่อดัง ก็ได้ออกมาตั้งคำถามและแสดงข้อกังขาต่อแนวคิดเรื่องการที่รัฐบาลเข้ามาเป็นเจ้าของสินทรัพย์ในบริษัทเทคโนโลยีเช่นกัน โดยคิวบันระบุว่า การดึงมูลค่าหุ้นครึ่งหนึ่งจากบริษัท AI รายใหญ่มาใส่ไว้ในกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติตามลำพังนั้น "ไม่สามารถนับว่าเป็นแผนการทำงานได้" (Not a plan) พร้อมทั้งโต้แย้งว่า บริษัท AI เหล่านั้นยังคงมีความจำเป็นที่ต้องระดมทุนเพิ่มเติมอีกหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในอนาคต ซึ่งสิ่งนี้ได้จุดชนวนให้เกิดคำถามสำคัญตามมาว่า การเข้าถือหุ้นร่วมโดยใช้เงินทุนที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้เสียภาษีนั้น จะสร้างผลประโยชน์ให้แก่ประชาชนผู้เสียภาษีได้อย่างแท้จริงหรือไม่
ในเวลานี้ ประเด็นข้อถกเถียงดังกล่าวได้กลายสภาพมาเป็นหนึ่งในคำถามเชิงนโยบายด้าน AI ที่มีความสำคัญและใหญ่ที่สุดของรัฐบาลวอชิงตัน (Washington) ว่ารัฐบาลควรเข้าไปมีส่วนร่วมในฐานะหุ้นส่วนเจ้าของร่วมในบริษัทต่างๆ ที่กำลังทำหน้าที่ขับเคลื่อนและสร้างสรรค์อนาคตของโลกหรือไม่
---
IMCT NEWS
ที่มา https://x.com/Benzinga/status/2069073140626366920?s=20