เควิน วอร์ช ส่งสัญญาณควบคุมเงินเฟ้อ
ประธาน Fed เควิน วอร์ช ส่งสัญญาณเน้นควบคุมเงินเฟ้อ แต่ไม่ให้ทิศทางดอกเบี้ย
3-7-2026
ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) กล่าวในการประชุม ECB Forum on Central Banking ที่เมืองซินตรา ประเทศโปรตุเกส เมื่อวันพุธว่า เขาจะไม่ส่งสัญญาณเกี่ยวกับการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปของ Fed แต่ย้ำว่า เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่สูงเกินไป
วอร์ชกล่าวกับ Sara Eisen จาก CNBC ระหว่างการเสวนาว่า: “พวกเราทุกคนอยู่ในธุรกิจของการรักษาเสถียรภาพราคา… อาจไม่ใช่ภารกิจเดียวของเรา แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้ยินมาตลอดสองสามวันที่ผ่านมา คือความเปิดกว้างต่อประเด็น AI ความเปิดกว้างต่อเรื่องผลิตภาพ แต่เราทุกคนก็มองไปรอบ ๆ และเห็นว่าราคายังสูงเกินไป”
วอร์ชระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายจากธนาคารกลางต่าง ๆ กำลังให้ความสำคัญกับ “ความเปิดกว้างทางความคิด” ต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจ เช่น
-ผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI)
-ศักยภาพการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพ
-ความท้าทายในการตีความข้อมูลเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
เขาย้ำว่า เงินเฟ้อยังคงสูงกว่าระดับเป้าหมาย ทำให้ Fed ต้องดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวัง
การติดตามเศรษฐกิจแบบเรียลไทม์
วอร์ชยังเปิดเผยความคืบหน้าในการปรับโครงสร้างภายใน โดยระบุว่า การจัดสรรบุคลากรสำหรับ 5 คณะทำงานใหม่ของ Fed ซึ่งจะศึกษาหน้าที่ต่าง ๆ ของธนาคารกลาง จะมีการประกาศในสัปดาห์หน้า
เป้าหมายระยะยาวของเขาคือการปรับปรุงความสามารถในการวิเคราะห์ของ Fed
“ความหวังของผม… คือในอีก 9–12 เดือน เราจะสามารถใช้เทคโนโลยีใหม่เพื่อทำความเข้าใจเศรษฐกิจจริงแบบเรียลไทม์ได้ดีขึ้น” เขากล่าว
แนวคิดนี้มีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายสามารถตัดสินใจได้แม่นยำขึ้นจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ทันสมัยกว่าเดิม
คำกล่าวของวอร์ชเกิดขึ้นในช่วงที่ Fed ยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้
ผู้กำหนดนโยบายกำลังชั่งน้ำหนักระหว่าง เงินเฟ้อที่ยังสูง กับ ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ
ตลาดยังไม่แน่ชัดว่า การเคลื่อนไหวครั้งต่อไปจะเป็น “ขึ้นดอกเบี้ย” หรือ “คงอัตราดอกเบี้ย”
เวทีการประชุมร่วมธนาคารกลางทั่วโลก นอกจากวอร์ชแล้ว ยังมีผู้ว่าการธนาคารกลางรายอื่นเข้าร่วม ได้แก่ คริสติน ลาการ์ด (ECB)
แอนดรูว์ เบลีย์ (Bank of England) ทิฟฟ์ แมคเลม (Bank of Canada) โดยมีการอภิปรายเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ผลิตภาพ และบทบาทของธนาคารกลางในเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนมากขึ้น
สรุปแล้ว วอร์ชไม่ได้ให้สัญญาณชัดเจนเกี่ยวกับการตัดสินใจดอกเบี้ยในระยะสั้น แต่ย้ำจุดยืนสำคัญว่า เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง และการรักษาเสถียรภาพราคายังคงเป็นภารกิจหลักของ Fed ขณะเดียวกัน เขายังผลักดันให้ Fed ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลแบบเรียลไทม์มากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำหนดนโยบายในอนาคต
วอร์ชยืนยันจะดึงเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2%
วอร์ชกล่าวว่า เขารู้สึก “เป็นกำลังใจ” กับแนวโน้มที่ความคาดหวังเงินเฟ้อเริ่มลดลงในช่วงที่ผ่านมา แต่ระดับปัจจุบันยังถือว่า สูงเกินไปและไม่เพียงพอ
เขากล่าวว่า: “หากมีใครทั้งในภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ หรือในตลาดการเงิน คิดว่าธนาคารกลางแห่งนี้จะยอมรับเป้าหมายเงินเฟ้อที่สูงกว่า 2% ผมคิดว่าพวกเขาคงจะผิดหวัง เราจะทำให้เกิดเสถียรภาพด้านราคาในสหรัฐฯ”
เงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังสูงกว่ากรอบเป้าหมาย
ข้อมูลเงินเฟ้อที่ Fed ใช้อ้างอิง (Core PCE) ล่าสุดระบุว่า:
เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) อยู่ที่ 3.4% ในเดือนพฤษภาคม
ดัชนีเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) สูงกว่า อยู่ที่ 4.1%
ทั้งสองระดับยังสูงกว่าเป้าหมายของ Fed ที่ 2% อย่างมีนัยสำคัญ
วอร์ชย้ำจุดยืนชัดเจนว่า Fed จะไม่ยอมรับเงินเฟ้อที่สูงกว่า 2% และยังคงมุ่งเน้นการ “ฟื้นฟูเสถียรภาพราคา” แม้ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจะเริ่มผ่อนคลายลงบ้างแล้วก็ตาม ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดยังสะท้อนว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงและเป็นความท้าทายสำคัญของนโยบายการเงินสหรัฐฯ ในปัจจุบัน.
ที่มา CNBC