ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเดิมพันกับทองคำ
ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเดิมพันกับทองคำ แม้ราคาจะปรับฐานแรง
4-7-2026
แม้ว่าราคาทองคำจะปรับตัวลดลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา จนทำให้นักลงทุนจำนวนไม่น้อยเริ่มตั้งคำถามว่า ตลาดกระทิง (Bull Market) ของทองคำกำลังสิ้นสุดลงหรือไม่ แต่ข้อมูลจากสถาบันการเงินชั้นนำหลายแห่งชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ปัจจัยสนับสนุนระยะยาวที่สำคัญที่สุดยังคงอยู่ นั่นคือการเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก
นักลงทุนอาจกำลังมองข้ามแรงซื้อที่สำคัญที่สุด ในขณะที่ตลาดให้ความสนใจกับนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ทิศทางอัตราดอกเบี้ย ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
นักวิเคราะห์มองว่า นักลงทุนจำนวนมากอาจกำลังมองข้ามปัจจัยระยะยาวที่มีอิทธิพลมากที่สุดต่อราคาทองคำในรอบนี้ นั่นคือ ความต้องการซื้อจากธนาคารกลาง
ผลสำรวจ OMFIF: ธนาคารกลางยังเชื่อมั่นในทองคำ
สัปดาห์ที่ผ่านมา Official Monetary and Financial Institutions Forum (OMFIF) เผยผลสำรวจประจำปีของผู้บริหารเงินสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งพบว่า ผู้บริหารเงินสำรองส่วนใหญ่ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อทองคำ
หลายแห่งคาดว่าราคาทองคำอาจอยู่ในช่วง 5,000–6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภายในหนึ่งปีข้างหน้า
ที่สำคัญ ธนาคารกลางไม่ได้มองทองคำเพียงในฐานะสินทรัพย์ที่มีโอกาสสร้างกำไรจากราคาเท่านั้น แต่ยังมองว่าเป็นสินทรัพย์สำรองที่มีคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่ กระจายความเสี่ยงของเงินสำรอง มีสภาพคล่องสูง ป้องกันความเสี่ยงจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น
World Gold Council ยืนยันแนวโน้มเดียวกัน
ก่อนหน้านี้เพียงสองสัปดาห์ World Gold Council (WGC) ก็เผยผลสำรวจ Central Bank Gold Reserves Survey ซึ่งให้ผลสอดคล้องกัน โดยพบว่า 45% ของธนาคารกลางทั่วโลก คาดว่าจะเพิ่มการถือครองทองคำในอีก 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เกือบ 90% เชื่อว่าปริมาณทองคำสำรองของธนาคารกลางทั่วโลกจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Goldman Sachs ยังมองบวกต่อทองคำ
แม้ว่าทองคำจะปรับฐานลงแรงจากระดับสูงสุดเมื่อต้นปี แต่ Goldman Sachs ยังคงเชื่อว่าความต้องการซื้อจากภาครัฐจะเป็นหนึ่งในเสาหลักที่ช่วยพยุงตลาด ธนาคารคาดการณ์ว่า ราคาทองคำอาจปรับขึ้นเข้าใกล้ 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในปีหน้า
ธนาคารกลางไม่ใช่นักเก็งกำไร
Kitco ระบุว่า สิ่งที่แตกต่างระหว่างธนาคารกลางกับนักลงทุนทั่วไป คือ ธนาคารกลางไม่ได้พยายามจับจังหวะขึ้นลงของตลาด
การซื้อทองคำของธนาคารกลางมีเป้าหมายระยะยาว ได้แก่
การบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศ
การลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ
การถือครองสินทรัพย์ที่มีความเป็นกลางทางการเมือง
ตราบใดที่ธนาคารกลางยังคงซื้อทองคำในระดับสูงต่อเนื่อง ขณะที่การผลิตทองคำจากเหมืองทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างจำกัด ความต้องการซื้อจากภาครัฐก็จะยังเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อราคาทองคำ
ตลาดทองคำรอบนี้แตกต่างจากอดีต
ในอดีต ราคาทองคำมักเคลื่อนไหวตามปัจจัยมหภาค เช่น
อัตราดอกเบี้ย
เงินเฟ้อ
ค่าเงิน
และปัจจัยเหล่านี้ยังคงส่งผลต่อความผันผวนในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม วัฏจักรปัจจุบันมีความแตกต่างจากรอบก่อน ๆ เพราะ ผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดของตลาดไม่ใช่นักลงทุนเก็งกำไร แต่เป็นธนาคารกลางที่ตัดสินใจลงทุนด้วยมุมมองระยะยาวหลายสิบปี
นักวิเคราะห์มองว่า ปัจจัยเชิงโครงสร้างนี้อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้ ตลาดกระทิงระยะยาวของทองคำยังไม่สิ้นสุด แม้ว่าราคาจะเผชิญกับการปรับฐานในระยะสั้นก็ตาม.
ที่มา Kitco News