เกษตรกรอินเดีย ประท้วงข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ
เกษตรกรอินเดียเคลื่อนขบวนสู่กรุงนิวเดลี ประท้วงข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ
22-7-2026
เกษตรกรชาวอินเดียหลายพันคนที่คัดค้านข้อตกลงการค้าที่อยู่ระหว่างการเจรจากับสหรัฐอเมริกา ได้เคลื่อนขบวนเข้าสู่กรุงนิวเดลีเมื่อวันอังคาร นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายต่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ซึ่งกำลังเผชิญการชุมนุมประท้วงของนักศึกษาในเมืองหลวงอยู่แล้ว
สหภาพเกษตรกรระบุว่า ข้อตกลงการค้าที่รัฐบาลอินเดียกำลังเจรจากับสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรของประเทศ เนื่องจากจะเปิดทางให้สินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ ซึ่งมีราคาถูกกว่าเข้าสู่ตลาดอินเดีย กระทบต่อเกษตรกร ผู้เลี้ยงปศุสัตว์ ผู้ผลิตนม และผู้ค้ารายย่อยภายในประเทศ
แม้ทั้งสองฝ่ายจะเจรจากันมาหลายเดือน แต่ข้อตกลงดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุป โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา ปิยุช โกยัล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของอินเดีย กล่าวว่า นิวเดลี "ไม่สามารถบังคับใช้ข้อตกลงกับสหรัฐฯ ได้" จนกว่าจะมีการกำหนดกรอบที่จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับอินเดียอย่างชัดเจน
การประท้วงครั้งนี้นำโดยองค์กรเกษตรกรจากรัฐปัญจาบ หรยาณา ราชสถาน หิมาจัลประเทศ และอุตตรประเทศ โดยเกษตรกรจากรัฐปัญจาบถูกตำรวจสกัดไว้ที่เมืองชัมภู บริเวณชายแดนระหว่างรัฐปัญจาบกับรัฐหรยาณา ขณะที่ผู้ชุมนุมจากพื้นที่อื่นยังคงเดินหน้าสู่กรุงนิวเดลี
ก่อนหน้านี้เมื่อวันจันทร์ นักศึกษาหลายพันคนได้ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในกรุงนิวเดลี เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีปลดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของรัฐบาลกลาง หลังเกิดกรณีข้อสอบรั่วไหลในการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อด้านแพทยศาสตร์ระดับประเทศ
กลุ่มนักศึกษายังคงปักหลักชุมนุมในพื้นที่ตอนกลางของกรุงนิวเดลี แต่ระบุว่าจะไม่เดินขบวนไปยังรัฐสภาอีก พร้อมกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม
ด้านภาคการเกษตรของสหรัฐฯ ได้ผลักดันให้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดทางให้สินค้าเกษตรอเมริกันเข้าสู่ตลาดอินเดียมากขึ้น รวมถึงเรียกร้องให้ลดอัตราภาษีนำเข้า และผ่อนคลายข้อจำกัดต่อผลิตภัณฑ์นม สัตว์ปีก และประมง
รัฐบาลอินเดียยืนยันว่า ผลประโยชน์ของภาคเกษตรจะได้รับการคุ้มครอง และสินค้าการเกษตรที่มีความอ่อนไหวได้ถูกกันออกจากการเจรจากับสหรัฐฯ แล้ว อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักเคลื่อนไหวเตือนว่า หากข้อตกลงการค้าเปิดเสรีภาคการเกษตร อาจส่งผลกระทบต่อครอบครัวในชนบทกว่า 80 ล้านครัวเรือน และสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจภาคเกษตรของอินเดีย ซึ่งมีแรงงานอยู่ราวร้อยละ 46.1 ของกำลังแรงงานทั้งหมด และเป็นแหล่งรายได้ของประชากรเกือบร้อยละ 55 จากประชากรราว 1.4 พันล้านคน
กลุ่มผู้ชุมนุมยังแสดงความกังวลว่า ขอบเขตของข้อตกลงการค้าอาจขยายจากสินค้าเกษตรบางประเภทไปครอบคลุมภาคผลิตภัณฑ์นม อุตสาหกรรม การค้าดิจิทัล พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และภาคบริการในอนาคต
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ถูกมองว่าใช้มาตรการภาษีศุลกากรเป็นเครื่องมือกดดันในการเจรจาการค้าและเพิ่มอำนาจต่อรองทางการเมือง ปัจจุบัน สหรัฐฯ ยังคงจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียในอัตราร้อยละ 10 หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยเมื่อต้นปีว่า มาตรการขึ้นภาษีในอัตราสูงของประธานาธิบดีทรัมป์ขัดต่อกฎหมาย โดยมาตรการภาษีชั่วคราวดังกล่าวมีกำหนดสิ้นสุดในวันศุกร์นี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากบราซิลในอัตราร้อยละ 25 ภายใต้กฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ทำให้เกิดความกังวลว่า วอชิงตันอาจใช้มาตรการลักษณะเดียวกันกับอินเดียหลังจากมาตรการภาษีชั่วคราวสิ้นสุดลง.
ที่มา RT