.
BRICS ปฏิเสธ “ภาษีคาร์บอนชายแดนของสหภาพยุโรปที่ลงโทษและเลือกปฏิบัติ”
20-8-2026
ประเทศสมาชิก BRICS แสดงจุดยืนคัดค้าน กลไกปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) โดยเรียกมาตรการดังกล่าวว่าเป็น “มาตรการฝ่ายเดียว ลงโทษ เลือกปฏิบัติ และกีดกันทางการค้า”
การประชุมรัฐมนตรีด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศของกลุ่ม BRICS ที่กรุงนิวเดลี ซึ่งมี Bhupender Yadav รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม ป่าไม้ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของอินเดีย เป็นประธาน ได้แสดงความกังวลเมื่อวันจันทร์ว่า มาตรการดังกล่าวโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บั่นทอนความพยายามของประเทศกำลังพัฒนาในการรับมือกับผลกระทบด้านลบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
กลุ่ม BRICS ซึ่งประกอบด้วยประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา ได้แก่ สมาชิกดั้งเดิมอย่าง บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ รวมถึง อียิปต์ เอธิโอเปีย อิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอินโดนีเซีย
กลไกของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม มีเป้าหมายเพื่อลดปัญหา “การรั่วไหลของคาร์บอน (carbon leakage)” ผ่านระบบกำหนดราคาคาร์บอนโดยใช้ใบรับรอง
ในทางปฏิบัติ กลไกดังกล่าวเป็นการกำหนด ต้นทุนคาร์บอนให้กับสินค้าที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง ซึ่งนำเข้าสู่กลุ่มสหภาพยุโรปที่มีสมาชิก 27 ประเทศ
ผู้นำเข้าสินค้าจะต้องซื้อใบรับรองในจำนวนที่สอดคล้องกับ ราคาคาร์บอนรายสัปดาห์ของระบบซื้อขายการปล่อยก๊าซของสหภาพยุโรป (EU Emissions Trading System: ETS) โดยสามารถหักลดได้สำหรับต้นทุนคาร์บอนที่ได้ชำระไปแล้วในประเทศต้นทางของสินค้า
วัตถุประสงค์ที่ CBAM ระบุไว้อย่างเป็นทางการ คือเพื่อให้สินค้าจากต่างประเทศต้องเผชิญกับต้นทุนด้านคาร์บอนในระดับเดียวกับสินค้าที่ผลิตภายในสหภาพยุโรป แต่แนวทางดังกล่าวทำให้ผู้ผลิตในประเทศกำลังพัฒนาเสียเปรียบ เนื่องจากเป็นการเพิ่มต้นทุนด้านคาร์บอนให้กับสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศกำลังพัฒนา และลดความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของสินค้าเหล่านั้นในตลาดยุโรป
ผู้ผลิตในประเทศซีกโลกใต้ (Global South) ถูกบังคับให้ต้องดำเนินการติดตามและจัดเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโรงงานด้วยต้นทุนที่สูง หากต้องการขายสินค้าให้กับสหภาพยุโรป ขณะเดียวกัน มาตรการดังกล่าวยังลดโอกาสทางการตลาดโดยรวมของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่พึ่งพาอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยคาร์บอนสูง ซึ่งในทางปฏิบัติทำให้ประเทศเหล่านี้ต้องแบกรับต้นทุนจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอดีตของประเทศพัฒนาแล้วในโลกตะวันตก
ต้นทุนด้านคาร์บอนที่สูงขึ้นทำให้การส่งออก เหล็ก อะลูมิเนียม และปูนซีเมนต์ของอินเดียไปยังสหภาพยุโรปมีความสามารถในการแข่งขันลดลง นิวเดลีจึงเร่งจัดทำกรอบและกลไกการซื้อขายคาร์บอนภายในประเทศ เพื่อรักษามูลค่าจากการลดการปล่อยคาร์บอนไว้ภายในประเทศ แทนที่จะปล่อยให้มูลค่าดังกล่าวกลายเป็นรายได้จากภาษีของสหภาพยุโรป
อินเดียและสหภาพยุโรปได้ลงนามในข้อตกลงทางการค้าในเดือนมกราคม โดยเรียกข้อตกลงดังกล่าวว่าเป็น “ข้อตกลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาข้อตกลงทั้งหมด” (the mother of all deals)
อันโตนิโอ คอสตา ประธานคณะมนตรียุโรป กล่าวในขณะนั้นว่า “อินเดียเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก”
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “ข้อตกลงทางการค้านี้ช่วยเสริมสร้างระเบียบเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนกติกา”
แถลงการณ์ของ BRICS ระบุว่า มาตรการภาษีคาร์บอนของสหภาพยุโรป “ไม่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ” ในปี 2024 อินเดียได้ระบุว่า CBAM ที่เสนอขึ้นนั้น ไม่เป็นธรรมและส่งผลเสียต่อต้นทุนภายในประเทศ
ที่มา RT