รัฐบาลญี่ปุ่น 'ทาคาอิจิ' โดนวิจารณ์หนัก อ่อนเกินไป
รัฐบาลญี่ปุ่น 'ทาคาอิจิ' โดนวิจารณ์หนัก "อ่อนเกินไป" ไม่กล้าขัดสหรัฐฯ กรณีคว่ำบาตรประธาน ICC สัญชาติญี่ปุ่น พร้อมลังเลตอบโต้รัสเซียหวั่น 'ปูตินเยือนเกาะพิพาท' หวั่นกระทบพลังงาน
24-8-2026
The Japan Times รายงานว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) ของญี่ปุ่นกำลังเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จากกรณีที่ฝ่ายวิจารณ์ชี้ว่ารัฐบาลตอบโต้อย่างอ่อนแอต่อสองประเด็นสำคัญ ได้แก่ มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ (US) ที่มุ่งเป้าไปยังนางโทโมโกะ อาคาเนะ (Tomoko Akane) ประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court: ICC) ซึ่งเป็นพลเมืองสัญชาติญี่ปุ่น และการเดินทางเยือนเกาะพิพาทของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) แห่งรัสเซีย
รายงานระบุว่า ทางการรัฐบาลญี่ปุ่น (Japan) หลีกเลี่ยงที่จะวิพากษ์วิจารณ์หรือยื่นหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการต่อมาตรการคว่ำบาตร นางโทโมโกะ อาคาเนะ (Tomoko Akane) ของประเทศสหรัฐฯ (US) เนื่องจากไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งหรือทำให้ประเทศสหรัฐฯ (US) ซึ่งเป็นชาติพันธมิตรตามสนธิสัญญาอย่างเป็นทางการเพียงหนึ่งเดียวของญี่ปุ่นเกิดความไม่พอใจ โดย นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) ทำเพียงแสดงความคิดเห็นสั้น ๆ ว่ามาตรการดังกล่าวเป็นเรื่องที่ "น่าเสียดายยิ่ง"
ขณะเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นยังคงไม่ได้ดำเนินมาตรการตอบโต้ที่เป็นรูปธรรมใด ๆ ภายหลังการเดินทางเยือน เกาะเอโตโรฟุ (Etorofu) ของ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเกาะดังกล่าวเป็น 1 ใน 4 เกาะของพื้นที่พิพาทที่ประเทศญี่ปุ่น (Japan) เรียกว่า ดินแดนทางเหนือ (Northern Territories) และอ้างสิทธิ์ครอบครอง โดยในปัจจุบันตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกรุงมอสโก (Moscow) ทั้งนี้ สาเหตุที่กรุงโตเกียวลังเลใจ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบสืบเนื่องที่อาจเกิดขึ้นต่อการจัดหาและเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา บรรดาผู้เข้าร่วมการประชุมของ พรรคลิเบอรัลเดโมแครต (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ได้ออกมาแสดงความไม่พอใจและผิดหวังอย่างรุนแรงต่อการรับมือของรัฐบาลต่อมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ โดยสมาชิกพรรครัฐบาลรายหนึ่งระบุว่า ประเทศญี่ปุ่น (Japan) ควรออกมาเรียกร้องให้ประเทศสหรัฐฯ (US) ถอนมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวในทันที ขณะที่สมาชิกอีกรายเน้นย้ำว่า กรุงโตเกียวมีหน้าที่และจำเป็นต้องปกป้อง นางโทโมโกะ อาคาเนะ (Tomoko Akane)
ทั้งนี้ ประเทศญี่ปุ่น (Japan) ซึ่งยึดถือหลักนิติธรรมเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของนโยบายการทูต ดำรงสถานะเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณรายใหญ่ที่สุดให้แก่ ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) โดย นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) เคยเข้าพบกับ นางโทโมโกะ อาคาเนะ (Tomoko Akane) ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธาน ICC ณ ทำเนียบนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา พร้อมทั้งได้ให้คำมั่นสัญญาถึง "การสนับสนุนอย่างแข็งแกร่ง" จากกรุงโตเกียว
กระนั้นก็ตาม รัฐบาลญี่ปุ่นกลับดำเนินงานอย่างล่าช้า ท่ามกลางรายงานข่าวเมื่อเช้าวันพุธที่ผ่านมาซึ่งระบุว่า นางโทโมโกะ อาคาเนะ (Tomoko Akane) ถูกนำรายชื่อเข้าสู่มาตรการคว่ำบาตรของประเทศสหรัฐฯ (US) โดยกว่าที่ นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) จะออกมาแสดงทัศนะต่อประเด็นดังกล่าว เวลาก็ล่วงเลยไปจนหลัง 18.00 น. ของวันนั้น ซึ่งเธอกล่าวเพียงว่ารู้สึกว่ามาตรการคว่ำบาตรนี้ "น่าเสียดายอย่างยิ่ง" โดยไม่ได้มีการกล่าวถึงแนวทางการสนับสนุน ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) หรือการยื่นประท้วงต่อประเทศสหรัฐฯ (US) แต่อย่างใด
ในทางตรงกันข้าม ชาติในทวีปยุโรปหลายประเทศกลับออกมาประกาศให้คำมั่นสัญญาต่อสาธารณชนอย่างแข็งกร้าว ในการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุน นางโทโมโกะ อาคาเนะ (Tomoko Akane) รวมถึง ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC)
อดีตรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลรายหนึ่งได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า "การสื่อสารและแสดงท่าทีของท่านนายกรัฐมนตรีถือว่าขาดความเหมาะสมและไม่เพียงพออย่างสิ้นเชิง"
ขณะที่ นางแอกเนส คัลลามาร์ด (Agnes Callamard) เลขาธิการองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ องค์การแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) ได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X (X) โดยระบุว่า การตอบโต้ของประเทศญี่ปุ่น (Japan) ในครั้งนี้ "ค่อนข้างอ่อนแอ"
สำหรับประเด็นการเดินทางเยือน ดินแดนทางเหนือ (Northern Territories) ของ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) นั้น นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) ได้ออกมาแสดงท่าทีในทันที โดยระบุว่า การเดินทางเยือนดังกล่าว "ส่งผลให้เกิดความยากลำบากในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกันในระยะกลางและระยะยาว" พร้อมทั้งสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นเรียกตัวเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศญี่ปุ่นเข้าพบเพื่อยื่นหนังสือประท้วง
แม้ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการเพิ่มเติม เช่น การยกระดับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจให้เข้มงวดขึ้น และการเรียกตัว นายอากิระ มุโตะ (Akira Muto) เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศรัสเซีย กลับประเทศชั่วคราว ทว่าหลังจากผ่านพ้นไปแล้วหนึ่งสัปดาห์ รัฐบาลยังคงไม่ได้บังคับใช้มาตรการใด ๆ โดยภาวะความลังเลใจดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากความกังวลว่า มาตรการตอบโต้อาจส่งผลกระทบต่อการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของญี่ปุ่น จาก โครงการซาคาลิน (Sakhalin) ในภูมิภาคตะวันออกไกลของประเทศรัสเซีย (Russia)
แหล่งข่าวระดับสูงจากรัฐบาลญี่ปุ่นรายหนึ่งยอมรับตรงกันข้ามว่า "เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะพิจารณาและคำนึงถึงประเด็นปัญหาด้านพลังงานได้"
เมื่อผู้สื่อข่าวตั้งคำถามในระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีเกี่ยวกับมาตรการที่อาจเกิดขึ้นหลังการเดินทางเยือนของผู้นำรัสเซีย นายโทชิมิตสึ โมเตงิ (Toshimitsu Motegi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า กรุงโตเกียวจะ "ดำเนินการอย่างเหมาะสม โดยพิจารณาอย่างครอบคลุมถึงสิ่งที่มีความจำเป็นต่อผลประโยชน์แห่งชาติของญี่ปุ่น"
ขณะที่ นายมิโนรุ คิฮาระ (Minoru Kihara) เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า รัฐบาลกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเรื่องดังกล่าวภายในเป็นการภายใน
ด้าน นายยูอิจิโร ทามากิ (Yuichiro Tamaki) หัวหน้าพรรคเดโมแครตเพื่อประชาชน (Democratic Party for the People) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน ได้กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยโจมตีว่า จุดยืนและท่าทีของคณะบริหารทาคาอิจิในเวลานี้ อ่อนแอเกินกว่าจะรับได้
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.japantimes.co.jp/news/2026/08/22/japan/politics/takaichi-weak-responses-us-russia/?utm_medium=social&utm_source=facebook&utm_type=image&fbclid=iwy2xjawt3zepwzg9mawv4dg4dywvtajewagjyawqrmwtkctk4ulu3cvlss01vohpzcnrjbmfwcf9pzbaymjiwmzkxnzg4mjawodkyaaee_htvcsveivnoyumddwfcvo06ht8zthf2qnpnvex7udqvv1tk9eumgby9x5e_aem_xwrqgvxxq4enb8qyblq7ra#Echobox=1787375637