.
รัสเซียถอนเอกอัครราชทูตออกจากอังกฤษ จวกลอนดอนเลือก "เส้นทางเผชิญหน้า" เรียกร้องให้ทบทวนนโยบาย หลังโดรนอังกฤษถล่มดินแดนรัสเซีย
24-8-2026
The Telegraph รายงานว่า รัสเซีย (Russia) ถอนเอกอัครราชทูตประจำสหราชอาณาจักร (UK) ออกจากตำแหน่ง พร้อมประกาศว่าอังกฤษควร "ทบทวนนโยบายของตน" สร้างความกังวลว่าความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศอาจถึงจุดแตกหัก
ประเทศรัสเซีย (Russia) ได้ทำการถอนเอกอัครราชทูตประจำประเทศสหราชอาณาจักร (UK) ออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทางการอังกฤษดำเนินการ "ทบทวนนโยบายต่างประเทศ" ของตนเองเสียใหม่
นายอันเดรย์ เกลิน (Andrei Kelin) ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้แทนระดับสูงของกรุงมอสโก (Moscow) ณ กรุงลอนดอน มานานกว่า 7 ปี ได้เดินทางพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยทางการรัสเซียยังคงไม่ได้ประกาศแต่งตั้งบุคคลใดเข้ามาดำรงตำแหน่งแทน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะพังทลายของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ประเทศรัสเซีย (Russia) ได้ออกมาข่มขู่ประเทศสหราชอาณาจักร (UK) เกี่ยวกับ "ผลกระทบที่จะตามมา" หลังจากพบว่ามีการใช้โดรนที่ผลิตในประเทศอังกฤษ เป็นครั้งแรกในการเปิดฉากโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนของประเทศรัสเซีย (Russia)
โฆษกประจำสถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย เปิดเผยกับสำนักข่าวเดอะ ไทม์ส (The Times) โดยระบุว่า นายอันเดรย์ เกลิน (Andrei Kelin) ได้ทุ่มเท "ความพยายามอย่างมหาศาลในการรักษาช่องทางการติดต่อและการสื่อสาร" กับกรุงลอนดอน พร้อมทั้งเตือนว่ารัฐบาลสหราชอาณาจักร กำลังเลือกเดินบน "เส้นทางแห่งการเผชิญหน้า" กับประเทศรัสเซีย (Russia)
โฆษกสถานทูตรัสเซียกล่าวว่า "ท่าน [อันเดรย์ เกลิน] เดินทางออกจากสหราชอาณาจักรด้วยความหวังว่า การเจรจาที่มีสร้างสรรค์และให้ความเคารพซึ่งกันและกันมากกว่านี้ จะสามารถฟื้นฟูกลับคืนมาได้ในท้ายที่สุด หากสหราชอาณาจักรยอมทบทวนนโยบายที่มีต่อประเทศของเรา"
โฆษกเปิดเผยเสริมว่า ทำเนียบเครมลิน (Kremlin) ยังไม่ได้ยื่นเสนอรายชื่อผู้สมัครดำรงตำแหน่งคนใหม่ให้แก่ กระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาของสหราชอาณาจักร (Foreign Office) แต่อย่างใด โดยระบุว่า "ในระหว่างนี้ สถานเอกอัครราชทูตจะอยู่ภายใต้การนำของอุปทูต (Chargé d’affaires)"
ทั้งนี้ การเดินทางกลับของเอกอัครราชทูตรัสเซีย ได้รับการแจ้งเป็นการภายใน ณ สถานเอกอัครราชทูตในระหว่างงานเลี้ยงฉลองเนื่องในวันชาติรัสเซีย (Russia Day) เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยไม่มีการออกแถลงการณ์หรือการประกาศอย่างเป็นทางการต่อสาธารณชนแต่อย่างใด
และในวันเดียวกันนั้น นายไนเจล เคซี (Nigel Casey) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำกรุงมอสโก ได้จัดการหารือระดับสูงที่เกิดขึ้นได้ยาก ร่วมกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ตลอดจนผู้แทนจากประเทศเยอรมนี (Germany) และประเทศฝรั่งเศส (France) เพื่อประณามพฤติกรรมก้าวร้าวของรัสเซียในประเทศยูเครน (Ukraine)
จนถึงปัจจุบัน ยังคงไม่เป็นที่แน่ชัดถึงสาเหตุที่แท้จริงของการเดินทางออกจากตำแหน่งของ นายอันเดรย์ เกลิน (Andrei Kelin) ซึ่งปฏิบัติหน้าที่มาตั้งแต่ปี 2019 หรือทางการรัสเซียมีแผนที่จะคงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับต่ำกว่าไว้ทำหน้าที่แทนโดยไม่มีกำหนดหรือไม่ อย่างไรก็ดี การถอนเอกอัครราชทูตถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทางการทูตในการแสดงความไม่พอใจอย่างเป็นทางการต่ออีกประเทศหนึ่ง โดยไม่ถึงขั้นตัดความสัมพันธ์ทางการทูตลงอย่างสิ้นเชิง
การถอนตัวของทูตรัสเซียเกิดขึ้นหลังจากที่สถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย เคยออกมาเตือนว่า ประเทศสหราชอาณาจักร (UK) จะต้องจ่าย "ราคาที่สูงขึ้น" หากยังคงเดินหน้าให้การสนับสนุนกรุงคีฟ (Kyiv) ในการสู้รบด้วยอาวุธเพื่อต่อต้านการรุกรานของ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin)
สื่อทางการรัสเซียอ้างแถลงการณ์จากสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียที่ระบุว่า "รายงานข่าวที่ระบุว่าระบอบการปกครองในกรุงคีฟใช้โดรนของอังกฤษในการเปิดฉากโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนของรัสเซีย เป็นสิ่งยืนยันว่ากรุงลอนดอนตั้งใจที่จะเดิมพันกับการยกระดับวิกฤตการณ์ยูเครนอย่างเสแสร้ง ทั้งที่พยายามกล่าวอ้างว่ามุ่งหวังให้เกิดสันติภาพก็ตาม"
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2025 นายอันเดรย์ เกลิน (Andrei Kelin) เคยออกมาวิพากษ์วิจารณ์ประเทศสหราชอาณาจักร (UK) โดยตั้งข้อสงสัยว่ากรุงลอนดอนอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่โดรนของยูเครนโจมตีฝูงเครื่องบินรบของ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) เมื่อเดือนมิถุนายนของปีนั้น ซึ่งอดีตเอกอัครราชทูตระบุว่า ยูเครนจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจากภายนอกในการเปิดฉากโจมตีดังกล่าว พร้อมระบุว่าเป็น "การยกระดับความขัดแย้งที่รุนแรงอย่างยิ่ง"
นอกจากนี้ การเปิดเผยเรื่องการถอนทูตยังเกิดขึ้นสอดคล้องกับการสืบสวนเชิงลึกโดย สำนักข่าวเดอะ เทเลกราฟ (The Telegraph) ซึ่งพบว่า ประเทศรัสเซีย (Russia) ได้แอบสร้างฐานทัพลับจำนวนประมาณ 10 แห่ง ที่ติดตั้งฐานยิงโดรนกามิกาเซ่ระยะไกลรุ่นก้าวหน้าที่สุดของกรุงมอสโก ซึ่งมีศักยภาพในการยิงโดรนโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนของ องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO) โดยฐานทัพบางแห่งถูกนำมาใช้โจมตีประเทศยูเครน (Ukraine) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งความใกล้ชิดกับพรมแดนช่วยอำนวยความสะดวกในการเปิดฉากโจมตีทางอากาศขนาดใหญ่ทะลวงระบบป้องกันทางอากาศของยูเครนที่กำลังถดถอยลง
ก่อนหน้านี้ กรุงมอสโก (Moscow) เคยออกมาขู่ว่าจะลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศสหราชอาณาจักร (UK) โดย นายดมิทรี เปสคอฟ (Dmitry Peskov) โฆษกทำเนียบเครมลิน เคยกล่าวไว้เมื่อปี 2024 ว่า "ประเด็นเรื่องการลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต ถือเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานสำหรับรัฐที่ต้องเผชิญกับพฤติกรรมที่ไม่เป็นมิตรหรือเป็นศัตรู"
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.telegraph.co.uk/world-news/2026/08/23/russia-withdraws-ambassador-from-uk/