.
อดีตที่ปรึกษาด้านต่อต้านการก่อการร้ายชี้ สหรัฐฯ อาจใช้อาวุธนิวเคลียร์โจมตีอิหร่าน หากเจอทางตัน
31-8-2026
สหรัฐฯ อาจใช้อาวุธนิวเคลียร์โจมตีอิหร่าน หลังจากไม่สามารถโค่นล้มผู้นำอิหร่านด้วยวิธีการทางทหารแบบปกติได้ โจ เคนต์ อดีตที่ปรึกษาประธานาธิบดีด้านการต่อต้านการก่อการร้าย กล่าวกับทักเกอร์ คาร์ลสัน พิธีกรและผู้จัดรายการพอดแคสต์
เมื่อเดือนเมษายน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ขู่ว่า “อารยธรรมทั้งหมดของอิหร่านจะพินาศ” หากกรุงเตหะรานไม่ยอมรับข้อเรียกร้องของวอชิงตัน นับแต่นั้น ทรัมป์ได้ออกคำขู่ในลักษณะเดียวกันซ้ำหลายครั้ง โดยระบุว่ากองกำลังสหรัฐฯ สามารถทำลายโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของประเทศได้ รวมถึงโรงไฟฟ้าและสะพานต่าง ๆ
ในการปรากฏตัวในรายการของคาร์ลสันเมื่อวันศุกร์ เคนต์กล่าวว่าการใช้อาวุธนิวเคลียร์เป็นทางเลือกที่ มีความเป็นไปได้จริง โดยระบุว่า “เราคงเป็นคนโง่หากคิดว่าสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่รัฐบาลทรัมป์กำลังเร่งหาทางออกจากสถานการณ์นี้”
เคนต์ชี้ว่า ทรัมป์ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายต่าง ๆ ในความขัดแย้งกับอิหร่านได้ แม้เป้าหมายของเขาจะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และแม้สหรัฐฯ จะใช้ขีดความสามารถทางทหารและเศรษฐกิจแทบทุกด้านที่มีอยู่ก็ตาม
ตามความเห็นของเคนต์ หากวอชิงตันยังคงมุ่งมั่นที่จะโค่นล้มผู้นำอิหร่านและบังคับให้อิหร่าน “ยอมจำนนโดยสิ้นเชิง” ทางเลือกที่เหลืออยู่สำหรับทรัมป์มีเพียงสองทาง คือ ปฏิบัติการภาคพื้นดินเต็มรูปแบบ หรือ การโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์
เคนต์กล่าวกับคาร์ลสันว่า ทางเลือกแรก “ไม่สามารถทำได้โดยสิ้นเชิง” เนื่องจากอิหร่านมีทั้งพื้นที่และประชากรจำนวนมหาศาล
เคนต์กล่าวอ้างว่า “หากคุณปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปนานพอ ในที่สุดคุณก็จะมาถึงการใช้อาวุธทำลายล้างสูงได้อย่างรวดเร็ว” เขาคาดการณ์ว่า ในทางทฤษฎี วอชิงตันอาจเลือกใช้ การโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์แบบจำกัดวง ต่อสถานที่เสริมสมรรถนะยูเรเนียมใต้ดิน ซึ่งซ่อนอยู่ในพื้นที่ภูเขาของอิหร่าน
สหรัฐฯ ระงับการโจมตีระลอกล่าสุดต่ออิหร่านอย่างกะทันหันเมื่อช่วงปลายเดือนที่แล้ว ท่ามกลางรายงานจากสื่อว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือ เพนตากอน ได้ใช้อาวุธนำวิถีความแม่นยำสูงและขีปนาวุธสกัดกั้นในคลังสำรองไปเป็นจำนวนมากจนเหลือน้อยลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ทรัมป์และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ อีกหลายคนปฏิเสธอย่างหนักแน่นถึงข้อกล่าวอ้างเรื่องการขาดแคลนกระสุน โดยยืนยันว่าเพนตากอนยังมีอาวุธยุทโธปกรณ์เพียงพอสำหรับการใช้งาน
แต่ดูเหมือนว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเปลี่ยนยุทธวิธี โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศเริ่มต้นสิ่งที่เขาเรียกว่า “ปฏิบัติการทางเศรษฐกิจที่บดขยี้” (CRUSHING ECONOMIC OPERATION) ต่ออิหร่าน และตั้งชื่อปฏิบัติการนี้ว่า “ECONOMIC D-DAY”
ไม่กี่วันต่อมา สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อกรุงเตหะราน โดยพุ่งเป้าไปยังบุคคล บริษัท และเรือเกือบ 60 ราย/แห่ง ในหลายเขตอำนาจศาล ซึ่งรวมถึง 21 ราย/แห่งที่ตั้งอยู่ในจีน
รัฐมนตรีเบสเซนต์อธิบายว่า สหรัฐฯ ต้องการทำให้อิหร่านกลายเป็น “ประเทศที่ถูกตัดขาดทางเศรษฐกิจ” ด้วยการลงโทษประเทศต่าง ๆ ที่ปฏิเสธจะยุติความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอิหร่าน
เขาเตือนระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า “หน่วยงานใดก็ตามที่อำนวยความสะดวกในการฟอกเงินในนามของอิหร่าน จะถูกตัดออกจากระบบเงินดอลลาร์สหรัฐ”
ที่มา RT