อิสราเอลเผยพร้อมผลักดันชาวปาเลสไตน์ออกจากกาซา
อิสราเอลเผยพร้อมผลักดันชาวปาเลสไตน์ออกจากกาซา รอสหรัฐฯหาประเทศรับผู้อพยพ เผยแผนทรัมป์เปลี่ยนกาซาเป็นรีสอร์ตหรูยังไม่ยกเลิก
3-9-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า นายอิสราเอล คัตซ์ (Israel Katz) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งประเทศอิสราเอล (Israel) เปิดเผยว่า ประเทศอิสราเอล (Israel) มีการเตรียมความพร้อมและจัดทำแผนการอย่างเป็นระบบในการเคลื่อนย้ายชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซา (Gaza Strip) ทว่าปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการรอคอยให้ประเทศสหรัฐอเมริกา (US) กำหนดพื้นที่เป้าหมายปลายทางที่จะรองรับการอพยพดังกล่าว
"ในท้ายที่สุดแล้ว จะไม่มีแนวทางแก้ไขปัญหาที่แท้จริงสำหรับฉนวนกาซา หากปราศจากการย้ายถิ่นฐานในครั้งนี้" นายอิสราเอล คัตซ์ (Israel Katz) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในงานสัมมนาซึ่งจัดโดยสำนักข่าว วายเน็ต (Ynet) และหนังสือพิมพ์ ยึดอีโอต อาโฮรอนอต (Yedioth Ahronoth) ของประเทศอิสราเอล (Israel) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
นายอิสราเอล คัตซ์ (Israel Katz) ระบุเน้นย้ำว่า รัฐบาลแห่งประเทศอิสราเอล (Israel) "มีการจัดโครงสร้างและเตรียมความพร้อมที่จะนำพวกเขาออกไป ทั้งทางทะเล ทางอากาศ และผ่านทุกเส้นทางที่เป็นไปได้"
ขณะเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตประเทศสหรัฐอเมริกา (US) ประจำประเทศอิสราเอล (Israel) ได้ส่งต่อคำร้องขอความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าวไปยัง กระทรวงการต่างประเทศแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (US Department of State) ณ กรุงวอชิงตัน (Washington)
ย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้นการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (US) ได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาคมโลกด้วยการเรียกร้องให้ประชากรชาวปาเลสไตน์ทั้งหมดจำนวนกว่า 2 ล้านคน เดินทางออกจากพื้นที่ฉนวนกาซา (Gaza Strip) โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้กล่าวถึงแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนแห่งนี้ ซึ่งถูกทำลายล้างจากการทิ้งระเบิดอย่างหนักของประเทศอิสราเอล (Israel) นับตั้งแต่เหตุการณ์การโจมตีโดย กลุ่มฮามาส (Hamas) เมื่อวันที่ 7 ตุลา 2023 ให้กลายเป็นสถานตากอากาศและแหล่งท่องเที่ยวระดับหรูหรา
อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้ลดระดับและถอยห่างจากข้อเสนอดังกล่าว หลังจากเผชิญกับกระแสต่อต้านอย่างรุนแรง รวมถึงการคัดค้านจากประเทศอียิปต์ (Egypt) ซึ่งเป็นประเทศเดียวที่มีพรมแดนติดต่อกับฉนวนกาซา (Gaza Strip) นอกเหนือจากประเทศอิสราเอล (Israel) นอกจากนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังถูกประณามอย่างหนักจากชาวปาเลสไตน์ ซึ่งมองว่าความพยายามบังคับให้พวกเขาละทิ้งดินแดนจะกลายเป็นการฉายซ้ำของปรากฏการณ์ นัคบา (Nakba) หรือภัยพิบัติแห่งการสูญเสียดินแดน ซึ่งหมายถึงเหตุการณ์การพลัดถิ่นฐานครั้งใหญ่ของชาวปาเลสไตน์ในระหว่างการจัดตั้งประเทศอิสราเอล (Israel) เมื่อปี 1948
ต่อมาในระหว่างการประกาศข้อตกลงหยุดยิงในสงครามกาซาเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้นำเสนอแผนงาน 20 ข้อสำหรับโครงสร้างการบริหารพื้นที่ โดยระบุอย่างชัดเจนว่าข้อตกลงดังกล่าวจะไม่มีเรื่องการบังคับโยกย้ายถิ่นฐานของประชาชน
กระนั้นก็ตาม นายอิสราเอล คัตซ์ (Israel Katz) ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการแสดงความคิดเห็นอย่างโผงผาง ได้ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เพียงแค่ "แช่แข็ง" แนวคิดดังกล่าวไว้ชั่วคราว ในระหว่างที่ประเทศสหรัฐอเมริกา (US) กำลังแสวงหาประเทศต่างๆ ที่จะยอมรับการโยกย้ายประชากรชาวปาเลสไตน์ เนื่องจากประเทศอียิปต์ (Egypt) ไม่ใช่ทางเลือกที่สามารถดำเนินการได้
"แผนการดังกล่าวไม่ได้ถูกยกเลิก แต่มันกำลังถูกนำมาหารือกันอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งในขณะนี้ และผมคิดว่าไม่มีแนวทางแก้ไขอื่นใดที่จะส่งผลดีต่อทุกฝ่าย" นายอิสราเอล คัตซ์ (Israel Katz) กล่าว "ทว่าเพื่อให้สิ่งนี้เกิดขึ้น เราจำเป็นต้องพึ่งพาประเทศสหรัฐอเมริกา (US) แล้วเราจะได้รับอนุมัติจากพวกเขาเมื่อใด? ก็ต่อเมื่อมีความชัดเจนว่ากลุ่มฮามาส (Hamas) ไม่ได้ปฏิบัติตามพันธกรณีของตน" ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง
นอกจากนี้ นายอิสราเอล คัตซ์ (Israel Katz) ยังได้กล่าวอ้างโดยไม่ได้ระบุแหล่งที่มาของข้อมูลว่า ประชากรร้อยละ 80 ในฉนวนกาซา (Gaza Strip) มีความประสงค์ที่จะเดินทางออกจากพื้นที่ แต่ถูกขัดขวางและขัดขวางโดยกลุ่มฮามาส (Hamas)
ทั้งนี้ การบังคับโยกย้ายถิ่นฐานของพลเรือนในดินแดนยึดครอง ถือเป็นอาชญากรรมสงคราม (War crime) ภายใต้ข้อกำหนดของ อนุสัญญาเจนีวา (Geneva Conventions)
ก่อนหน้านี้ ศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ไอซีซี (International Criminal Court - ICC) ได้ออกหมายจับ นายเบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศอิสราเอล (Israel) และ นายโยอาฟ กัลแลนต์ (Yoav Gallant) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในข้อหาก่ออาชญากรรมสงคราม ซึ่งทั้งประเทศอิสราเอล (Israel) และประเทศสหรัฐอเมริกา (US) ต่างให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศและทางบกของประเทศอิสราเอล (Israel) ได้ส่งผลให้ประชากรส่วนใหญ่ในฉนวนกาซา (Gaza Strip) ต้องตกอยู่ในสภาวะไร้ที่พึ่งและกลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ ภายหลังเหตุการณ์การโจมตีของกลุ่มฮามาส (Hamas) ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 1,221 ราย ตามสถิติอย่างเป็นทางการของทางการประเทศอิสราเอล (Israel)
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขกาซาซึ่งดำเนินงานภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮามาส (Hamas) ระบุว่า นับตั้งแต่เปิดฉากปฏิบัติการทางทหาร การโจมตีของประเทศอิสราเอล (Israel) ได้คร่าชีวิตประชากรในฉนวนกาซา (Gaza Strip) ไปแล้วถึง 73,470 ราย โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นผู้เสียชีวิตจำนวนมากกว่า 1,330 ราย ที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่มีการประกาศใช้ข้อตกลงหยุดยิงเป็นต้นมา
---
IMCT NEWS
ที่มา https://sc.mp/hatez?utm_source=copy-link&utm_campaign=3366150&utm_medium=share_widget