ออสเตรเลีย-สหรัฐฯหนุนหมู่เกาะแปซิฟิกสกัดอิทธิพลจีน
ออสเตรเลีย-สหรัฐฯ อัดฉีดงบ 580 ล้านดอลลาร์ หนุนหมู่เกาะแปซิฟิก สกัดอิทธิพลจีนที่ขยายตัวในภูมิภาค
3-9-2026
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ประเทศออสเตรเลีย (Australia) และประเทศสหรัฐอเมริกา (US) ได้เปิดเผยการประกาศร่วมกันเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เกี่ยวกับการจัดสรรเงินทุนรวมกันเป็นมูลค่า 580 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่กลุ่มประเทศในภูมิภาคหมู่เกาะแปซิฟิก (Pacific Islands) ในขณะที่ทั้งสองประเทศกำลังเดินหน้าเปิดศึกการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์กับประเทศจีน (China) เพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในการแผ่อิทธิพลเหนือภูมิภาคแห่งนี้
แม้ว่าเงินทุนสมทบจากฝ่ายประเทศสหรัฐอเมริกา (US) จะมีสัดส่วนขนาดเล็กกว่าโดยคิดเป็นมูลค่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในสัญญาณการแสดงออกต่อสาธารณะที่ชัดเจนที่สุดจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ว่าประเทศสหรัฐอเมริกา (US) ยังคงให้ความสำคัญและเข้ามีส่วนร่วมในภูมิภาคแปซิฟิก (Pacific) หลังจากที่ได้ดำเนินการยุบ สำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ ยูเอสเอสเอไอดี (U.S. Agency for International Development - USAID) ไปเมื่อปีที่ผ่านมา
การประกาศจัดสรรเงินทุนดังกล่าวโดย นายคริสโตเฟอร์ แลนดาว (Christopher Landau) รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (US Deputy Secretary of State) ในระหว่างการประชุมแปซิฟิกไอแลนด์ฟอรัม หรือ พีไอเอฟ (Pacific Islands Forum - PIF) ประจำปีนี้ ณ ประเทศปาเลา (Palau) มีขึ้นหลังจากที่ประเทศจีน (China) ได้เร่งแผ่ขยายอิทธิพลภายในภูมิภาคอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผ่านมาตรการให้เงินอุดหนุน โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการมอบสิ่งของบริจาคทางการเมือง
โครงการช่วยเหลือของประเทศจีน (China) ในภูมิภาคดังกล่าว ครอบคลุมถึงการมอบเงินบริจาคเพื่อก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกในกลุ่มอาคารทำเนียบประธานาธิบดีในประเทศวานูอาตู (Vanuatu) การจัดทำข้อตกลงหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านร่วมกับหมู่เกาะโซโลมอน (Solomon Islands) ซึ่งรวมถึงข้อตกลงความร่วมมือด้านการตำรวจ ตลอดจนการลงนามในข้อตกลงหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านร่วมกับหมู่เกาะคุก (Cook Islands)
นายจาเรด มอนด์ไชน์ (Jared Mondschein) ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยประจำศูนย์การศึกษาแห่งสหรัฐอเมริกา (United States Studies Centre) แสดงทรรศนะว่า "มาตรการและพฤติกรรมของประเทศจีน (China) ในภูมิภาค ถือเป็นปัจจัยเร่งและตัวบีบบังคับให้ประเทศสหรัฐอเมริกา (US) ตระหนักถึงความจำเป็นในการเข้ามามีส่วนร่วมอย่างรอบคอบและเป็นระบบยิ่งขึ้น"
สำหรับวงเงินงบประมาณจากประเทศสหรัฐอเมริกา (US) จำนวน 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ดังกล่าว ได้รวมถึงงบประมาณจำนวน 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยเหลือกลุ่มประเทศในภูมิภาคในการรับมือกับวิกฤตการณ์พลังงานโลก (Global energy crisis) ผ่านการขยายความจุของคลังจัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง และการสนับสนุนเสถียรภาพของระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid stability)
นายโอลิเวอร์ โนเบอเตา (Oliver Nobetau) ผู้อำนวยการโปรแกรมหมู่เกาะแปซิฟิกประจำสถาบันโลวี (Lowy Institute) ระบุว่า ภูมิภาคแห่งนี้ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสงครามอิหร่าน (Iran war) ซึ่งซ้ำเติมความกังวลด้านความมั่นคงทางพลังงาน (Energy security) ให้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น พร้อมกล่าวเสริมว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นส่งผลให้ "เศรษฐกิจเกิดการชะลอตัวลง เกิดการจัดลำดับความสำคัญที่จำกัดไว้เฉพาะบริการที่จำเป็น ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางฉากหลังของปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) ซึ่งล้วนต้องการการสนับสนุนจากพันธมิตรภายนอกเพื่อบรรเทาสถานการณ์"
ขณะเดียวกัน ทางด้านประเทศออสเตรเลีย (Australia) เปิดเผยว่าจะจัดสรรงบประมาณจำนวน 600 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 430 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อยกระดับปฏิบัติการต่อสู้กับการลักลอบขนส่งยาเสพติด (Drug smuggling) ในภูมิภาค ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนงบประมาณสำหรับการเพิ่มศักยภาพการตรวจการณ์ทางอากาศ (Enhanced aerial surveillance) และการจัดฝึกอบรมเพิ่มเติมให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ศุลกากรและชายแดน
"ภูมิภาคแปซิฟิกคือบ้านและครอบครัวของเรา นั่นคือเหตุผลว่าทำไมมันจึงเป็นผลประโยชน์โดยตรงของประเทศออสเตรเลีย (Australia) ในการทำงานร่วมกับพันธมิตรแปซิฟิกเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมที่จัดตั้งขึ้น (Organised crime)" นายแอนโทนี อัลบานีซี (Anthony Albanese) นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศออสเตรเลีย (Australia) ระบุในแถลงการณ์
อย่างไรก็ดี การประชุมแปซิฟิกไอแลนด์ฟอรัม (PIF) ในปีนี้ ต้องตกอยู่ภายใต้บรรยากาศความตึงเครียดอันเกิดจากข้อพาทเกี่ยวกับการเข้าร่วมการประชุมของเกาะไต้หวัน (Taiwan)
ประเทศจีน (China) ซึ่งถือว่าเกาะไต้หวัน (Taiwan) เป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตน ได้แสดงท่าทีคัดค้านต่อการปรากฏตัวของดินแดนที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแห่งนี้ ในการประชุมประจำปีของกลุ่มภาคีสมาชิกที่มีจำนวน 18 ประเทศ
ขณะที่ประเทศออสเตรเลีย (Australia) และประเทศนิวซีแลนด์ (New Zealand) ได้เปิดเผยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า กลุ่มพันธมิตรสมาชิกจะเป็นผู้ร่วมกันตัดสินใจเกี่ยวกับรายชื่อแขกผู้ได้รับเชิญ ทั้งนี้ ประเทศปาเลา (Palau) ถือเป็นหนึ่งในสามประเทศในภูมิภาคแปซิฟิกที่ยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับเกาะไต้หวัน (Taiwan) โดยการประชุมประจำปีซึ่งเปิดฉากขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม มีกำหนดจัดขึ้นไปจนถึงวันที่ 4 กันยายนนี้
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.reuters.com/world/china/us-australia-commit-580-million-support-pacific-islands-2026-09-02/