รักษาการ ปธน. เวเนฯ ส่งสารถึงทรัมป์
รักษาการ ปธน. เวเนฯ ส่งสารถึงทรัมป์ ขอยุติสงคราม-เปิดเจรจา ร่วมพัฒนาความมั่นคง แทนการเผชิญหน้า
6-1-2026
RT รายงานว่า ประธานาธิบดีรักษาการแห่งเวเนซุเอลา (Venezuela) ส่งสารถึงประเทศสหรัฐฯ (US) โดยอดีตรองประธานาธิบดี เดลซี โรดริเกซ (Delcy Rodriguez) ได้เรียกร้องให้รัฐบาลวอชิงตัน (Washington) หันเข้าสู่กระบวนการเจรจา พร้อมยืนยันว่าจุดยืนของชาตินำในละตินอเมริกา (Latin America) แห่งนี้คือการยึดถือสันติภาพไม่ใช่สงคราม
เดลซี โรดริเกซ (Delcy Rodriguez) ประธานาธิบดีรักษาการแห่งเวเนซุเอลา ได้เรียกร้องให้รัฐบาลวอชิงตันร่วมมือกับกรุงคารากัส (Caracas) ภายหลังปฏิบัติการจู่โจมโดยสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้ประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร (Nicolas Maduro) ถูกควบคุมตัวและนำตัวออกนอกประเทศ
โรดริเกซ (Rodriguez) ซึ่งดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี 2018 ได้เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีรักษาการ หลังจากที่ มาดูโร (Maduro) ถูกลักพาตัวโดยกองกำลังสหรัฐฯ ในกรุงคารากัส และถูกนำตัวส่งไปยังนครนิวยอร์ก (New York) เพื่อเผชิญข้อหาบงการ “แผนสมคบคิดก่อการร้ายค้ายาเสพติด” (Narco-terrorism conspiracy)
“ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประชาชนของเราและภูมิภาคของเราสมควรได้รับสันติภาพและการเจรจา ไม่ใช่สงคราม” โรดริเกซ (Rodriguez) เขียนข้อความผ่าน Telegram เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา “นี่คือสาส์นของประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร (Nicolas Maduro) มาโดยตลอด และเป็นสาส์นของชาวเวเนซุเอลาทุกคนในเวลานี้”
นอกจากนี้ เธอยังเรียกร้องให้มีการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความ “สมดุลและเคารพซึ่งกันและกัน” กับสหรัฐฯ โดยกระตุ้นให้ทำเนียบขาว (White House) ร่วมทำงานกับคารากัสใน “วาระแห่งความร่วมมือที่มุ่งเป้าไปสู่การพัฒนาร่วมกัน” โดย โรดริเกซ (Rodriguez) ได้ยืนยันถึงสิทธิของสาธารณรัฐโบลีวาร์ (Bolivarian Republic) ในด้าน “สันติภาพ การพัฒนา อธิปไตย และอนาคต”
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีรักษาการได้เรียกร้องให้วอชิงตันปล่อยตัว มาดูโร (Maduro) ในทันที พร้อมระบุว่าเวเนซุเอลา “จะไม่กลับไปเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิอื่นอีกต่อไป” หรือ “กลับไปเป็นทาส”
ขณะที่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้ส่งคำเตือนไปยัง โรดริเกซ (Rodriguez) ว่าเธอจะต้องชดใช้ด้วย “ราคาที่แพงกว่า” บรรพบุรุษที่เพิ่งถูกจับกุมตัวไปก่อนหน้านี้ “หากเธอไม่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง”
ทั้งนี้ นิโคลัส มาดูโร (Nicolas Maduro) และภรรยาของเขา ซิเลีย ฟลอเรส (Cilia Flores) ได้ถูกจับกุมตัวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ระหว่างปฏิบัติการของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงการโจมตีทางอากาศหลายระลอกในเมืองหลวงและอีกหลายรัฐ โดยรัฐบาลวอชิงตันแถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า ทั้งคู่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในศาลแขวงเขตใต้แห่งนิวยอร์ก (Southern District of New York) ในข้อหาต่างๆ ซึ่งรวมถึงการสมคบคิดก่อการร้ายค้ายาเสพติด, แผนสมคบคิดนำเข้าโคเคน และความผิดเกี่ยวกับอาวุธ
อย่างไรก็ตาม มาดูโร (Maduro) ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเขามีความเชื่อมโยงกับการค้ายาเสพติดมาโดยตลอด โดยระบุว่าวอชิงตันกำลังใช้ข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นเพียงข้ออ้างในการเปลี่ยนระบอบการปกครอง (Regime change) ในเวเนซุเอลา
ปฏิบัติการล่าสุดของสหรัฐฯ ในรัฐละตินอเมริกาแห่งนี้ เกิดขึ้นตามหลังความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดมานานหลายทศวรรษ ซึ่งเต็มไปด้วยรอยร้าวทางการทูตที่หยั่งรากลึก การคว่ำบาตรฝ่ายเดียวอย่างกว้างขวาง การเผชิญหน้าทางการเมือง และการกล่าวหาซึ่งกันและกัน โดยที่ผ่านมาวอชิงตันปฏิเสธที่จะให้การรับรอง มาดูโร (Maduro) ในฐานะประธานาธิบดีที่ชอบธรรมของเวเนซุเอลา
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.rt.com/news/630589-venezuela-delcy-rodriguez-trump-message/