เจาะลึก 4 ประเทศกุมน้ำมันสำรองเกินครึ่งโลก
เจาะลึก 4 ประเทศกุมน้ำมันสำรองเกินครึ่งโลก ท่ามกลางจุดเปลี่ยนภูมิรัฐศาสตร์ในเวเนซุเอลา แชมป์น้ำมันสำรองโลก
5-1-2026
Voronoiapp รายงานการจัดอันดับปริมาณน้ำมันสำรองของโลกประจำปี 2024 ชี้ว่า มีเพียง 4 ประเทศเท่านั้นที่ครอบครองน้ำมันสำรองพิสูจน์แล้วรวมกันมากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณสำรองทั้งหมดของโลก โดยเวเนซุเอลา (Venezuela) ยังคงเป็นประเทศที่มีน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก ด้วยปริมาณประมาณ 303,000 ล้านบาร์เรล แซงหน้าประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ดั้งเดิมอย่างซาอุดีอาระเบียและอิหร่าน
แม้มีทรัพยากรน้ำมันในระดับมหาศาล แต่มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ (US sanctions) ได้จำกัดความสามารถของเวเนซุเอลาในการส่งออกน้ำมันดิบและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ส่งผลให้ประเทศไม่สามารถสร้างรายได้และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรดังกล่าวได้อย่างเต็มศักยภาพ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานภายในประเทศเสื่อมโทรมและขาดเงินทุนสำหรับการบำรุงรักษาและขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง
ในกลุ่มประเทศที่มีน้ำมันสำรองมากที่สุดรองจากเวเนซุเอลา อันดับสองคือซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) ซึ่งมีน้ำมันสำรองราว 267,000 ล้านบาร์เรล ตามมาด้วยอิหร่าน (Iran) ที่มีประมาณ 209,000 ล้านบาร์เรล และแคนาดา (Canada) ที่มีสำรองราว 163,000 ล้านบาร์เรล เมื่อรวมปริมาณสำรองของทั้งสี่ประเทศนี้เข้าด้วยกัน จะคิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของน้ำมันสำรองพิสูจน์แล้วทั่วโลก
ลำดับถัดมาคืออิรัก (Iraq) ซึ่งถือครองน้ำมันสำรองประมาณ 145,000 ล้านบาร์เรล ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates / UAE) มีสำรองอยู่ราว 107,000 ล้านบาร์เรล ส่วนคูเวต (Kuwait) มีน้ำมันสำรองประมาณ 102,000 ล้านบาร์เรล ทำให้กลุ่มประเทศในตะวันออกกลางยังคงเป็นศูนย์กลางด้านทรัพยากรพลังงานของโลกในแง่ของปริมาณสำรองระยะยาว
ในกลุ่มประเทศผู้ผลิตรายใหญ่อื่น ๆ รัสเซีย (Russia) มีน้ำมันสำรองพิสูจน์แล้วประมาณ 80,000 ล้านบาร์เรล ขณะที่ลิเบีย (Libya) จากภูมิภาคแอฟริกาเหนือ ครองลำดับรองลงมาด้วยปริมาณสำรองราว 48,000 ล้านบาร์เรล ส่วนสหรัฐอเมริกา (United States) แม้จะเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกในเชิงกำลังการผลิต แต่มีน้ำมันสำรองพิสูจน์แล้วอยู่ที่ประมาณ 45,000 ล้านบาร์เรล ขณะที่ไนจีเรีย (Nigeria) ถือครองสำรองราว 37,000 ล้านบาร์เรล และคาซัคสถาน (Kazakhstan) มีสำรองประมาณ 30,000 ล้านบาร์เรล
ในมิติการเมืองระหว่างประเทศ ประเด็นเวเนซุเอลาได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ของสหรัฐฯ แสดงท่าทีว่า วอชิงตันมีความตั้งใจจะเข้าไปควบคุมน้ำมันสำรองของเวเนซุเอลา ภายหลังปฏิบัติการทางทหารที่สามารถจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) ได้สำเร็จ พร้อมทั้งส่งสัญญาณว่าจะเปิดทางให้บริษัทพลังงานของสหรัฐฯ เข้าไปลงทุนในกระบวนการฟื้นฟูและสร้างใหม่อุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา ซึ่งเสื่อมโทรมลงอย่างหนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
โครงสร้างการถือครองน้ำมันสำรองที่กระจุกตัวอยู่ในไม่กี่ประเทศยังสะท้อนมิติภูมิรัฐศาสตร์ด้านพลังงานที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเวเนซุเอลา (Venezuela), อิหร่าน (Iran) และรัสเซีย (Russia) ต่างเป็นประเทศที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศ BRICS หรือมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับแกนมหาอำนาจที่ท้าทายระเบียบโลกที่นำโดยสหรัฐฯ สถานะของเวเนซุเอลาในฐานะประเทศที่มีน้ำมันสำรองพิสูจน์แล้วมากที่สุดในโลก แต่กลับเผชิญมาตรการคว่ำบาตรและข้อจำกัดในการส่งออกจากสหรัฐฯ ทำให้ทรัพยากรด้านพลังงานกลายเป็นเครื่องต่อรองเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งในการกำหนดท่าทีทางการเมืองระหว่างวอชิงตันกับพันธมิตร ตลอดจนการแข่งขันอิทธิพลกับจีนและรัสเซียที่เร่งขยายการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าพลังงานมากขึ้น
ในอีกด้านหนึ่ง การที่มหาอำนาจตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา (United States) ส่งสัญญาณพร้อมให้บริษัทน้ำมันของตนเข้าไปมีบทบาทในอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา ภายหลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการจัดระเบียบอำนาจใหม่ ยิ่งตอกย้ำว่าน้ำมันยังคงเป็นแกนกลางของยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศของวอชิงตัน เมื่อผนวกเข้ากับการขยับตัวของ BRICS ที่พยายามผลักดันการค้าพลังงานโดยลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ และเพิ่มบทบาทของสกุลเงินท้องถิ่นในสัญญาน้ำมันและก๊าซ ทำให้ภูมิทัศน์พลังงานโลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่ทั้ง “ทรัพยากรในดิน–เงินตรา–พันธมิตร” ถูกผูกโยงเข้าด้วยกันอย่างแน่นแฟ้นในสมการอำนาจระหว่างสหรัฐฯ กับกลุ่มประเทศกำลังเติบโต
IMCT NEWS - ท่ามกลางการกระจุกตัวของน้ำมันสำรองในไม่กี่ประเทศ นักวิเคราะห์จับตาผลกระทบต่อตลาดน้ำมันล่วงหน้า โดยเฉพาะทิศทางราคา Brent และ WTI รวมถึงยุทธศาสตร์พลังงานของกลุ่ม BRICS+ ที่เดินหน้าผลักดันการค้าพลังงานนอกกรอบดอลลาร์สหรัฐอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นต่อไปที่ตลาดต้องจับตา คือทิศทางราคา Brent/WTI และการจัดวางยุทธศาสตร์พลังงานของ BRICS+ ในโลกที่น้ำมันสำรองกระจุกตัวสูง และภูมิรัฐศาสตร์กำลังขยับเข้าสู่สมการใหม่ของพลังงาน–การเงิน–ความมั่นคงระหว่างประเทศ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.voronoiapp.com/energy/All-of-the-Worlds-Oil-Reserves-by-Country-in-One-Visualization-7456