ตลาดโลหะเงินป่วน! ราคา 'ฝั่งตะวันตก' ร่วงหนัก
ตลาดโลหะเงินป่วน! ราคา 'ฝั่งตะวันตก' ร่วงหนัก สวนทาง 'ฝั่งตะวันออก' พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
3-2-2026
สถานการณ์ในตลาดโลหะเงิน (Silver) ณ ขณะนี้ กำลังเผชิญกับสภาวะความเหลื่อมล้ำของราคาอย่างรุนแรงในโลหะชนิดเดียวกันและปริมาณที่เท่ากัน โดยมีรายละเอียดราคาในตลาดหลักทั่วโลกดังนี้:
นิวยอร์ก (New York COMEX): 80 ดอลลาร์สหรัฐ
เซี่ยงไฮ้ (Shanghai SGE): 111 ดอลลาร์สหรัฐ
อินเดีย (India MCX): 93 ดอลลาร์สหรัฐ
ญี่ปุ่น (Japan) ราคาขายปลีก: 120 ดอลลาร์สหรัฐ
คูเวต (Kuwait) ราคาขายปลีก: 106 ดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนต่างระหว่างราคานิวยอร์กและเซี่ยงไฮ้พุ่งสูงถึง 40% นับเป็นการแยกตัวของราคาสินทรัพย์ (Divergence) ที่ต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์โลหะมีค่า ซึ่งในทางทฤษฎีนั้นช่องว่างสำหรับการทำกำไรจากส่วนต่างราคาหรือ อาร์บิทราจ (Arbitrage) นั้นชัดเจนมาก คือการซื้อที่ COMEX ในราคา 80 ดอลลาร์สหรัฐ แล้วขนส่งไปขายที่เซี่ยงไฮ้ในราคา 111 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรับกำไรส่วนต่าง 29 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ทว่าในความเป็นจริงกลับไม่มีใครสามารถทำธุรกรรมนี้ได้
วิกฤตความเชื่อถือ: สัญญากระดาษรุกรานสสารจริง
ปัจจุบันตลาด COMEX มีเงินแท่งที่ “ลงทะเบียนจริง” (Registered Inventory) อยู่ที่ 108.7 ล้านออนซ์ แต่กลับมีสัญญากระดาษอ้างสิทธิ์ (Paper Claims) สูงถึง 1.586 พันล้านออนซ์ ซึ่งหมายความว่ามีเจ้าของกระดาษถึง 14 รายต่อโลหะเงินจริงเพียง 1 ออนซ์เท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ในสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม โลหะเงินจริงถูกดึงออกจากคลังไปถึง 33.45 ล้านออนซ์ หรือคิดเป็น 26% ของสต็อกทั้งหมดที่หายไปภายในเวลาเพียง 7 วัน
สภาวะดังกล่าวนำไปสู่อัตราค่าเช่าเงิน (Lease Rates) ระยะ 1 เดือนที่พุ่งสูงขึ้นเป็น 8% จากระดับปกติที่ 0.3% ส่งผลให้ต้นทุนในการยืมโลหะเงินเพื่อทำอาร์บิทราจสูงเกินกว่ากำไรที่จะได้รับจากส่วนต่างราคา ซึ่งหมายความว่ากลไกที่ควรจะทำหน้าที่ปิดช่องว่างราคาได้ตายลงในทางเศรษฐศาสตร์แล้ว
ความผันผวนสุดขั้ว: ทิศทางที่สวนทางกันของสองซีกโลก
เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ราคาในตลาด COMEX ร่วงลงถึง 31% มาอยู่ที่ 78 ดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นวันที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ปี 1980 แต่ในวันเดียวกันนั้น ตลาดล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Futures Exchange: SHFE) กลับปิดการซื้อขายที่ 29,487 หยวนต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตลอดกาล (All-time High) สะท้อนให้เห็นว่าในโลหะชนิดเดียวกัน แต่ราคาวิ่งไปในทิศทางตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงในสองตลาดแลกเปลี่ยน
ยุทธศาสตร์วัสดุเชิงยุทธศาสตร์ของปักกิ่ง
นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 รัฐบาลปักกิ่ง (Beijing) ได้ยกระดับการจำแนก “เงิน” ให้เป็นวัสดุเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Material) โดยจำกัดใบอนุญาตส่งออกให้เหลือเพียง 44 บริษัท ซึ่งบริษัทเหล่านี้ควบคุมกำลังการผลิตเงินบริสุทธิ์ของโลกอยู่ถึง 60% ถึง 70% เท่ากับว่าประตูการส่งออกได้ถูกล็อกไว้อย่างหนาแน่น
กรณีศึกษา ซัมซุง (Samsung): ความล้มเหลวของความน่าเชื่อถือ
บริษัท ซัมซุง (Samsung) ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีได้ยุติความเชื่อถือในกลไกตลาดแลกเปลี่ยนโดยสิ้นเชิง โดยเลือกที่จะข้ามตลาด COMEX และทำสัญญารับซื้อแบบเอ็กซ์คลูซีฟ (Offtake Deal) ระยะเวลา 2 ปีโดยตรงจากเหมืองในแคนาดา (Canada) เพื่อจองผลผลิต 100% จากแหล่งกำเนิด การที่ผู้ซื้อเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) รายใหญ่ที่สุดของโลกต้องเร่งสร้างความมั่นคงทางวัตถุดิบจาก “ดิน” โดยตรง สะท้อนว่าตลาดแลกเปลี่ยนไม่ได้มีเพียงปัญหาเรื่องการกำหนดราคาเท่านั้น แต่กำลังเผชิญกับ “วิกฤตความน่าเชื่อถือ” (Credibility Problem) อย่างรุนแรง
ในปัจจุบัน ตลาดโลหะเงินได้แยกออกเป็นสองโลกอย่างชัดเจน: โลกหนึ่งคือการซื้อขายด้วย “อิเล็กตรอน” (Electron) บนหน้าจอ และอีกโลกหนึ่งคือการซื้อขายด้วย “อะตอม” (Atom) หรือสสารจริง และความจริงจากอะตอมนั้น... ไม่เคยโกหก
----
ที่มา https://x.com/shanaka86/status/2018219129900253321